TRUE FOCUS : วันนี้จะพามาโฟกัสในเรื่องของผลงานของ 6 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ในการทำศึกพรีเมียร์ลีก ทีมไหนผลงานเป็นอย่างไรมาติดตามกันเลย

ผ่านพ้นไปแล้วอย่างรวดเร็วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017/18 ขณะนี้เดินทางมาถึงนัดที่ 5 ของฤดูกาลแล้ว วันนี้ทางทีมงาน TrueID Sport จะพามาโฟกัส 6 ทีมดัง ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล

 

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“เรือใบสีฟ้า” ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือคนเก่งชาวสแปนิช ซีซั่นนี้ เป๊ป ได้ทำการทุ่มเงินซื้อนักเตะหน้าใหม่มาร่วมทัพสูงถึง 220 ล้านปอนด์ โดยนำเข้ากองหลังเป็นซะส่วนใหญ่ โดยผลงาน 5 นัดที่ผ่านมา ชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ยิงไปแล้ว 16 ประตู เสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง

ในส่วนของเกมรุกของทีม อเกวโร่ และ เฆซุส ถือว่าประสานงานกันได้เป็นอย่างดี โดย อเกวโร่ สามารถทำแฮตทริกแรกในซีซั่นนี้ได้แล้ว และขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมอยู่ที่ 5 ประตู และ เฆซุส ตามมาติดๆ ที่ 4 ประตู โดย 2 นัดล่าสดที่ผ่านมา “เรือใบสีฟ้า” ยิงไปทั้งสิ้น 11 ประตู และหนึ่งในนัดดังกล่าวเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปด้วย 5-0

 

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมทีมจากซีซั่นที่แล้วอย่างสิ้นเชิง โดยจบ 5 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 และยังไม่แพ้ใคร ถือเป็น 2 ทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ที่ยังไม่แพ้ในศึกพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ โดย “ปีศาจแดง” ยิงประตูไปแล้ว 16 ประตู และเสีย 2 ประตู ทำให้อยู่เป็นอันดับ 1 ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนิดที่เรียกว่า ถ้าหากว่าเป็นแมตช์สุดท้าย ก็ต้องมาเตะเพลย์ออฟเพื่อหาแชมป์กันเลยทีเดียว

แนวรุกของผีแดง กองหน้าตัวใหม่อย่าง ลูกากู ก็โชว์ผลงานได้แบบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย โดยยิงไปแล้ว 5 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับ อเกวโร่ ที่ 5 ประตู และนักเตะคนใหม่อย่าง มาติช ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างเนียนตาจนได้รับ Man of The Match นัดล่าสุดอีกด้วย ทางด้านแนวรับยังสามารถรักษาคลีนชีตได้ถึง 4 นัดอีกด้วย แถมรูปเกมของ “ปีศาจแดง” ดูดีขึ้นนับตั้งแต่หมดยุคของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน เลยก็ว่าได้

 

  1. เชลซี

“สิงห์บลู” ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ก่อนจะเริ่มซีซั่นนี้ คอนเต้ ออกตัวก่อนแล้วว่า เชลซี ไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์ในซีซั่นนี้แล้ว แต่เขาก็จะพยายามพาลูกทีมป้องกันแชมป์เอาไว้ให้ได้ โดย 5 นัดที่ผ่านมา เชลซี เปิดหัวในแรกไม่ดีนักด้วยการแพ้ เบิร์นลีย์ ในบ้านตัวเองแบบพลิกล็อค หลังจากนั้นชนะมา 3 เกมรวด และนัดล่าสุด เสมอกับ อาร์เซน่อล ในเกมเมื่อคืน รั้งอันดับ 3 ในตาราง

โดยในซีซั่นนี้ถือว่า สิงห์บลู ออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยดีนัก ยิงประตูได้เพียง 8 ประตู และเสียไปถึง 5 ประตู ในส่วนของกองหน้าความหวังคนใหม่อย่าง โมราต้า ก็เริ่มปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษได้แล้ว แต่ทว่าเขาก็ยังต้องเจอกับความกดดันอย่างมหาศาล จากความคาดหวังที่สูงมาก พอๆกับค่าตัวของเขา เช่นเคย โดยเขายิงไปแล้ว 3 ประตูนักสีเสื้อของเชลซี

 

  1. ท็อตแน่ม ฮ็อตเสปอร์

“ไก่เดือยทอง” ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โดย สเปอร์ส ถือได้ว่าเป็นทีมเครื่องดีเซล(เครื่องร้อนช้าแต่แรงปลาย)  ดูได้จากการเสริมทัพซื้อขายนักเตะ มาซื้อรวดเดียวก่อนตลาดปิดเพียง 1-2 อาทิตย์  โดยผลงาน 5 นัดที่ผ่านมา ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 นัด ยิงประตูคู่แข่งได้เพียง 6 ประตู และเสียอีก 3 ประตู  รั้งอันดับ 5 ในตาราง

แฮรี่ เคน เจ้าของอาถรรพ์เดือนสิงหาคม เขาก็ถือได้ว่าเป็นศูนย์หน้าเครื่องดีเซลคนหนึ่งเช่นกัน โดยมักจะโชว์ฟอร์มร้อนแรงช่วงปลายๆ ซีซั่นมากกว่า แต่ดูจากรูปเกมของทีมก็ถือได้ว่า เป็นฟุตบอลมีทรงเช่นเคย เพียงแต่ว่าจังหวะสุดท้ายในการจบสกอร์ยังไม่เฉียบคมเหมือนเช่นซีวั่นที่แล้วเพียงเท่านั้นเอง

 

  1. ลิเวอร์พูล

“หงส์แดง” ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือสายเลือดแห่งเมืองเบียร์ ซีซั่นนี้ต้องพบกับเรื่องให้กวนใจช่วงต้นซีซั่นคือการที่เจ้าบุญทุ่มเปิดฉากดีล คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของทีม แต่ คล็อปป์และหงส์แดง ก็ปฏิเสธข้อเสนอไปถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่สำหรับผลงาน 5 นัดที่ผ่านมา ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 นัด ยิงประตูคู่แข่งได้ 9 ประตู และเสีย 9 ประตู แต้มเท่ากับ สเปอร์ส แต่ลูกได้เสียน้อยกว่า รั้งอันดับ 8 ในตาราง

หงส์แดง ถือว่ามีปัญหาในเรื่องของเกมรับเป็นซะส่วนใหญ่ โดยตำแหน่งแดนกลาง กับแนวรุกค่อนข้างจะลงตัวแล้ว แต่สำหรับแนวรับ คล็อปป์ ยังคงต้องทำการบ้านอย่างหนักกันต่อไป สำหรับดาวซัลโวของทีมขณะนี้ มาเน่ และ ซาล่าห์ ควงคู่กันยิงกันได้ 3 ประตู หงส์แดงทำผลงานได้ดีในนัดที่พบกับ ไอ้ปืนใหญ่ 4-0 แต่นัดต่อมารักษาฟอร์มไว้ไม่ได้โดน เรือใบถล่มหนัก 5-0 เลยทีเดียว

 

  1. อาร์เซน่อล

“ไอ้ปืนใหญ่” ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ถือว่าเป็นทีมที่น่าเป็นห่วงที่สุด โดย อาร์เซน่อล เจอหลายปัญหารุมเร้า ตั้งแต่เรื่องการไม่ต่อสัญญาของซูเปอร์สตาร์ในทีม และกระแสนักเตะเล่นไล่โค้ช รวมไปถึงแฟนบอลอีกด้วย โดยผลงาน 5 นัดที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 รั้งอันดับที่ 12 ในตาราง

ณ ตอนนี้ เวนเกอร์ จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาด้วยผลงานที่ดีในสนามให้รวดเร็วที่สุด และยังต้องใจซื้อใจกับบรรดานักเตะในทีมอีกด้วย โดยเกมที่แพ้ ลิเวอร์พูล 4-0 ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่า นักเตะเล่นกันอย่างไม่มีกะจิตกะใจกันแล้ว ดังนั้นเขาต้อง พยายามเค้นฟอร์มของ ลากาแซตต์ ให้โชว์ฟอร์มโหดออกมาให้ได้ หรือชนิดที่เรียกว่า ต้องบอกโอซิล จ่ายถวายพานให้บ่อยๆ เลยทีเดียว

 

 

คอบอลห้ามพลาด สามารถรับชม ฟุตบอล 7 ลีก 5 ถ้วย ได้แล้ววันนี้ ทุกที่ ทุกเวลาผ่าน แอปพลิเคชั่นTrueID

สุดคุ้มกับทรูมูฟ เอช 4G+ Fun Unlimitedแพ็คเกจรายเดือน ดูฟรีทั้งปี ทั้งเชียร์กีฬาสด ชมไฮไลต์จัดเต็มได้ดูบอลระดับโลกแบบสดๆพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 พิเศษ! สมัครแพ็กเกจวันนี้ ลูกค้าทรูมูฟ เอช ก็ได้ดูฟรีนาน 12 เดือน พร้อมเน็ตจุใจ คมชัดระดับ HD ด้วยเน็ต 4G+ เต็มสปีด