TRUE TALK : ก่อนหน้านี้หากจะบอกว่า “บอสโก” โบซิดาร์ บันโดวิช จะได้กลับมาคุมบังเหียน “ปราสาทสายฟ้า”  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นคำรบสอง คงไม่มีใครในโลกลูกหนังไทยจะเชื่อ เพราะหลายคนคิดว่าใครแยกทางกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว ก็มักจะไม่ได้รับโอกาสให้กลับมาเป็นครั้งที่ 2

 

True talk

 

แต่ “บอสโก” โบซิดาร์ บันโดวิช กลับทำลายกำแพงให้คนต้องคิดใหม่ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เป็นทีมที่พร้อมจะรับทุกคนที่จากลาทีมไป กลับมา ก่อนที่จะหวนมาคุมอย่างเต็มตัวนั้น “บอสโก” โบซิดาร์ บันโดวิช ได้รับความไว้วางใจให้กลับเข้าสู่ทีมอีกครั้ง ด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้กับ “โปโป้” รันโก โพโพวิช อดีตกุนซือคนก่อนหน้า ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งตรงนี้เองที่ทำ ให้หลายคนได้เห็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โฉมใหม่ ที่มีการเล่นที่รัดกุม และมีเกมบุกที่กลับมาดุดันเหมือนเช่นเดิม

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “บอสโก” เคยมีโอกาสคุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2014 อยู่กับทีมได้ 2 เดือน คุมทีม 12 นัด สามารถกู้สถานการณ์ของทีมจากอันดับ 13 ขึ้นมาอยู่ตอนบนของตารางคะแนน ด้วยการชนะ 8 เสมอ 3 แพ้ 1 นัด จากทุกรายการ ก่อนจะย้ายไปคุม บีอีซี เทโรศาสน เมื่อปี 2015

วันนี้มาดูกันว่า จากวันนั้นจนวันนี้ “บอสโก” โบซิดาร์ บันโดวิช อดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และหัวหน้าผู้ฝึกสอน โอลิมเปียกอส ทีมเก่าของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่เคยพาทีมไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว และกำลังจะพา “ปราสาทสายฟ้า” กลับมาทวงแชมป์ลีกในอีกไม่กี่นัดข้างหน้า เขาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

 

True talk

 

Q : ช่วยแนะนำตัวเองให้แฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รู้จักหน่อยว่าเป็นใคร มาจากไหน ?

A : ผม โบซิดาร์ บันโดวิช ครับ มาจากเมืองนิคซิช ประเทศมอนเตเนโกร ซึ่งก่อนหน้านี้คือเมืองในประเทศยูโกสลาเวีย

 

 

Q : ทราบว่าก่อนจะมาเป็นโค้ช คุณเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน ?

A : ใช่ครับ ผมเป็นนักฟุตบอลมาก่อน เคยเล่นให้ เรดสตาร์เบลเกรด ในบ้านเกิด รวมถึงเคยค้าแข้งกับ โอลิมเปียกอส และพีเอโอเค ซาโลนิก้า 2 ทีมดังของประเทศกรีซ รวมถึงเคยเล่นให้ทีมชาติมาก่อนด้วย

 

Q : จากประสบการณ์คุมทีมหลายสโมสร ทั้งของไทย และต่างประเทศ คุณได้นำมาปรับใช้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างไรบ้าง ?

A : ก็นำมาปรับใช้บ้าง แต่ไม่สามารถปรับใช้ได้ทั้งหมด เพราะแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันพอสมควร แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่ไทยมา 3 ปี ช่วงนี้ผมคิดว่าผมสามารถปรับตัวให้เข้ากับประเทศไทยได้เป็นอย่างดีครับ

 

True talk

 

Q : เวลามีการแข่งขัน รู้สึกกดดันไหม เพราะว่าเราต้องคุมเกมการแข่งขัน และคุมผู้เล่นให้อยู่ในเกมให้ได้ ?

A : กดดันครับ แต่ไม่ได้กดดันที่เจอทีมใหญ่ กดดันเรื่องของผลงานการเล่นของลูกทีมมากกว่า ว่าจะทำออกมาได้ดีไหม ซึ่งถ้าทำได้อย่างที่สอน ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าทำไม่ได้อย่างที่วางแผนกันไว้นั่นแหละคือการบ้านที่ต้องมาปรับอีกครั้ง

 

 

Q : ในฐานะที่เป็นโค้ชมีการให้คำแนะนำ หรือให้กำลังใจนักเตะอย่างไรบ้าง ?

A : ผมจะกระตุ้นนักเตะในการฝึกซ้อม ถ้าการฝึกซ้อมออกมาดี ก็จะเป็นการกระตุ้นไปในตัว รวมถึงการให้คำแนะนำ และการสอนด้วย ซึ่งแน่นอน ทีมของเราขึ้นชื่อเรื่องสปิริต เมื่อทุกคนรู้หน้าที่ ผมก็ไม่ต้องบอกอะไรมาก

 

 

Q : มีแมตช์ที่เตะกับทีมไหนไหมที่คุณคิดว่าท้าทาย และน่าประทับใจที่สุด ?

A : ต้องย้อนไปแมตช์ที่เจอ ซานตง ลู่เนิง ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก (ACL) เมื่อหลายปีก่อน เพราะเราเล่นได้ดีมากๆ และก็เจอคู่แข่งที่มีความสามารถมาก อีกเกมคือเกมเจอเมืองทองปีนี้ ที่ยังอยู่ในหัวผมตลอดเวลา

 

 

Q : คุณคิดว่าจะพาทีมให้ประสบความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน ?

A : มาถึงเวลานี้ เราต้องมองไปข้างหน้า ผมหวังจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด จะพาทีมเป็นแชมป์ทุกแชมป์

 

true talk

 

Q : เป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ ?

A : แน่นอนว่า เราต้องเป็นแชมป์ แล้วเราก็จะไม่เป็นแค่แชมป์เดียว เราจะต้องเป็นแชมป์ทุกแชมป์ที่เราลงเล่น เพื่อตอบแทนแฟนบอล

 

 

Q : เวลาที่คุณเครียด หรือกดดัน คุณมีวิธีจัดการกับมันอย่างไร ?

A : (หัวเราะ) ถ้าเครียดผมก็จะทำงานครับ คิด และเตรียมทีม เพื่อความมั่นใจ และมันจะลดความเครียดลงได้ครับ

 

 

Q : สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ให้กำลังใจคุณอยู่ ?

A : ผมเชื่อว่าทุกคนรอคอยความสำเร็จของทีม ซึ่งแน่นอนว่าเราเข้าใกล้มันมากแล้ว ผมพร้อมทำงานหนัก พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูกทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยม และผมสัญญาว่าจะนำความสุขกลับมาสู่แฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ได้ครับ

 

True talk

 

ขอขอบคุณ : สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

บอลไทยบอลนอก ไม่พลาดทุกบิ๊กแมตช์ รวม 7 ลีก 5 ถ้วย มันส์ ชัดระดับ HD พร้อมกีฬาฮิตอีกมากมาย และ คลิปไฮไลท์ฟุตบอล
ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID