อะไรที่ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค กลับมาเป็นเสือใต้ตัวร้าย ทุกๆ อย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก่อนลงเล่นนัดสำคัญด้วยการไปเยือน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์ของ บุนเดสลีกา ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส บรมกุนซือวัย 72 ปี ที่ใครๆ อาจมองว่าตกรุ่นไปแล้ว คือจุดเริ่มต้นใหม่ของทัพจากแคว้นบาวาเรีย

 

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

 

คาร์โล อันเชล็อตติ กลายเป็นอดีตผู้จัดการทีมบาเยิร์น มิวนิค หลังจากนำทีมพ่ายต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-3 ในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017-18 ในรอบแบ่งกลุ่ม การบ้านใหญ่ของบอร์ดบริหารคือการหาคนเข้ามารับหน้าที่อันกดดันนี้ ก่อนจะมาจบที่หน้าเก่าอย่าง จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ทำหน้าที่เป็นหนที่ 4 กับ บาเยิร์น มิวนิค

ผลงานอันเอกอุของ ไฮย์เกส ด้วยการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2012-2013 เป็นการกลับมาผงาดครองแชมป์ยุโรปในรอบ 12 ปี จึงเป็นงานยากเหลือเกินสำหรับเทรนเนอร์ที่เข้ามารับงานต่อ เพราะหากได้ทริปเปิ้ลแชมป์ก็เหมือนกับเสมอตัว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือหนุ่มไฟแรง เข้ามาสานต่อความยิ่งใหญ่คุมทีมได้แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย ส่วนผลงานในถ้วยยุโรป ไปถึงรอบรองชนะเลิศ 3 ปีซ้อน ก่อนจะเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ รับหน้าที่ในฤดูกาล 2016-17 แม้จะป้องกันแชมป์ลีกไว้ได้ แต่ผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จอดป้ายแค่รอบ 8 ทีม เป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบ 5 ปี เลยทีเดียว

นี่คือผลงาน 6 นัดในการกลับมาของ ไฮย์เกส 14 ต.ค. บาเยิร์น มิวนิค 5-0 ไฟร์บวร์ก, 19 ต.ค. บาเยิร์น มิวนิค 3-0 เซลติก, 21 ต.ค. ฮัมบูร์ก 0-1 บาเยิร์น มิวนิค , 26 ต.ค. ไลป์ซิก 1-1 (จุดโทษ 4-5) , 28 ต.ค. บาเยิร์น มิวนิค 2-0 ไลป์ซิก และ 31 ต.ค. เซลติก 1-2 บาเยิร์น มิวนิค

 

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

 

สิ่งที่เห็นชัดเจนคือเกมรับคลีนชีทถึง 4 นัด อาจจะบอกว่า “ปู่จุ๊ปป์” จูนไลน์ดีเฟนซ์ได้แน่นขึ้น หรืออาจมองอีกมุมเป็นความโชคดีที่คู่แข่งอย่าง ฮัมบูร์ก และแอร์เบ ไลป์ซิก ต้องโดนใบแดง ทำให้เสียเปรียบตัวผู้เล่น แต่กระนั้นก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งเกมรุก และเกมรับนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาจริงๆ เช่นเดียวกับนักเตะหลายคนที่ได้เล่นตามสไตล์ถนัดของตัวเองเป็นผลทำให้ผลงานดีขึ้นมา

ในด้านจิตวิทยาส่งผลบวกไม่น้อย เมื่อนักเตะหลายคนรู้ว่า ไฮย์เกส ผู้สร้างทีมให้ยิ่งใหญ่คัมแบ็ค ก็ดูเหมือนความฮึกเหิมกลับมา ดังเช่นการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของ ฟร้องค์ ริเบรี่…

“เขาทำให้นักเตะมีความมั่นใจในตัวเอง เขาคุยกับพวกเราอยู่ตลอด เขาทำให้ทีมกลับมามีชีวิตชีวาและประสานทีมให้กลับมาอยู่รวมกัน”

เพียงเท่านี้ก็รู้ได้ว่าบารมีของ ไฮย์เกส มีผลต่อนักเตะรุ่นใหญ่ในทีมแค่ไหน อีกทั้งการที่ ไฮย์เกส ได้สร้างนักเตะหลายๆคนของ บาเยิร์น มิวนิค ในการคุมทีมสมัยที่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาปรับจูนอะไรมากมาย

 

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

 

เราได้เห็น โธมัส มุลเลอร์ เล่นได้อย่างดุดันอีกครั้ง 3 นัดแรกภายใต้ยุค ไฮย์เกส ภาค 4 มุลเลอร์ ยิง 1 แอสซิสต์อีก 2 ก่อนจะบาดเจ็บพลาดเล่นใน 3 นัดล่าสุด โดยเฉพาะนัดที่ บุกไปชนะ ฮัมบูร์ก 1-0 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ครึ่งแรกยังเจาะไม่เข้า ไฮย์เกส ตัดสินใจส่ง มุลเลอร์ มาในช่วงครึ่งหลัง อยู่ในสนามแค่ 7 นาที ก็สามารถเปลี่ยนเกมได้เมื่อ แอสซิสต์ ให้กับ โกร็องแต็ง โตลิสโซ ทำประตูชัยในเกมดังกล่าว

หรือในรายของ ฆาบี มาร์ติเนซ ก็เล่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อ ไฮย์เกส ใช้บริการในตำแหน่งที่ถนัดคือกองกลางตัวรับ มาร์ติเนซ คือจิ๊กซอว์สำคัญในแดนกลางในเข้ามาเติมเต็มทัพเสือใต้ เพราะเพียงปีแรกที่เขาย้ายมาก็เป็นกำลังหลักให้ บาเยิร์น มิวนิค คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ฤดูกาล 2012-2013

ซึ่งตลอด 6 นัดในการคุมทีมของ ไฮย์เกส ไม่เคยส่ง มาร์ติเนซ ในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟจำเป็นเหมือนในยุคของ กวาร์ดิโอลา หรือ อันเชล็อตติ อีกเลย นั่นเป็นเพราะ ไฮย์เกส ไว้ใจ เฌโรม บัวเต็ง หนึ่งในนักเตะทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์โลก 2014 ที่คุมแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งการปรับให้ มาร์ติเนซ เป็นตัวคุมจังหวะเกมดูจะเข้ากับแท็กติกมากกว่า

 

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

 

ฤดูกาลยังอีกยาวไกล 6 นัดของ ไฮย์เกส ไม่ได้การันตีถึงความสำเร็จในบั้นปลาย ส่วนการไปเยือนดอร์ทมุนด์ที่กำลังฟอร์มเป๋ทั้งในถ้วยยุโรป และในลีก คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากทัพเสือใต้จะบุกไปหักเขี้ยวถึงถิ่นถ้ำเสือเหลือง

แต่หากจะถามว่าถ้าทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสแค่ไหนในการชูถ้วยแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 6 หรือจะเกิดขึ้นเมื่อไร คงต้องบอกว่า…

มันควรจะเกิดในยุคของ “ปู่จุ๊ปป์” นี่แหละ

 

บอลไทยบอลนอก ไม่พลาดทุกบิ๊กแมตช์ รวม 7 ลีก 5 ถ้วย มันส์ ชัดระดับ HD พร้อมกีฬาฮิตอีกมากมาย และ คลิปไฮไลท์ฟุตบอล
ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

 

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส