บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกคู่สุดท้ายประจำสัปดาห์นี้กลายเป็นเกมสุดมันส์สุดท้ายเชลซีเปิดบ้านเฉือนชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ไม่ได้มาเน้นรับ 1-0 จากลูกโหม่งสุดสวยของอัลบาโร่ โมราต้าทำให้สิงห์ไฮโซยึดที่ 4 บีบช่องว่างจากปีศาจแดงที่นั่งรองจ่าฝูงเหลือแต้มเดียว

โมราต้า

เชลซีเปลี่ยน 3 ตำแหน่งจากนัดบุกพ่ายโรม่า 0-3 พร้อมปรับระบบจาก 3-4-3 เป็น 3-5-2 โดยได้เอ็นโกโล่ ก็องเต้หายเจ็บกลับมาเพิ่มกองกลางอีกคนเบียดตัวรุกอย่างเปโดร โรดริเกซเบียดเป็นสำรองส่วนแนวรับส่งอันเดรียส คริสเตนเซ่นกับดาวิเด้ ซัปปาคอสต้าลงตัวจริงแทนดาวิด ลุยซ์และอันโตนิโอ รูดิเกอร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปลี่ยนกระจาย 6 ตำแหน่งจากนัดเปิดบ้านอัดเบนฟิก้า 2-0 รวมถึงปรับแผนจาก 4-2-3-1 เป็น 3-4-3 โดยพวกที่ลงตัวจริงต่อเนื่องคือตัวหลักอย่างดาบิด เด เคอา, เอริค ไบญี่, คริส สมอลลิ่ง, เนมานย่า มาติช และโรเมลู ลูกากู

เริ่มเพียง 3 นาที เชลซีบุกจากขวาไปซ้ายของหน้าจอเปิดฉากจากฟรีคิกด้านซ้ายเชสก์ ฟาเบรกาสหลอกจ่ายสั้นเข้ากลางให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้โหมโรงเพิ่งหายเจ็บกลับมาด้วยการส่องไกลด้วยขวาดาบิด เด เคอาพุ่งคว้าไว้ได้

นาทีที่ 7 เชลซีบุกขึ้นมาทางซ้ายมาร์กอส อลอนโซ่เปิดโค้งไปตรงจุดโทษฟิล โจนส์มาถึงก่อนโมราต้าแต่เตะสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง โชคดีที่ผู้ตัดสินเห็นว่าโจนส์ถูกโปรหล่อผลักจากข้างหลังและเป่าฟาวล์สกอร์เลยยังไม่ขยับ

ลูกาคู

ท้ายครึ่งแรกทั่งสอบงทีมบุกกันอย่างสนุก แต่เจ้าบ้านมีโอกาสมากกว่า ซึ่งได้โอกาสยิง 2 ครั้งจากโมราต้าในกรอบด้านซ้ายนาที 32 และซัปปาคอสต้านอกกรอบฝั่งขวานาที 38 แต่หนังม้วนเดียวกันคือเรียดเบาหวิวเข้าซองเด เคอา

ครึ่งหลังเจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาที 53 จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกัส โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ เอเด็น อาซาร์ ได้ตวัดยิงด้วยขวาแต่บอลไปตรงตัวของ ดาบิด เด เฮอา

เชลซี

เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำในนาที 55 จากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า พาบอลขึ้นมาก่อนเปิดให้ อัลบาโร โมราต้า ได้เทคตัวขึ้นโหม่งโล่งๆเข้าประตูไป เชลซีออกนำ 1-0

ช่วงท้ายเกมเป็นทางฝั่งทีมเยือนที่บุกหวังทำประตูแต่ไม่เป็นผล จบเกมเชลซีเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนนเก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนนรั้งอันดับ 4 ส่วนทีมเยือนมี 23 คะแนนเท่าเดิมรั้งอันดับ 2

บอลไทยบอลนอก ไม่พลาดทุกบิ๊กแมตช์ รวม 7 ลีก 5 ถ้วย มันส์ ชัดระดับ HD พร้อมกีฬาฮิตอีกมากมาย และ คลิปไฮไลท์ฟุตบอล
ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID