TRUE  TALK : แม้ว่า “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 5 ไปได้ตั้งแต่วันพุธที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ผมเองก็ยังที่จะอดพูดถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในค่ำคืนนั้นไม่ได้ เพราะทุกอย่างล้วนแต่เต็มไปด้วยความประทับใจ

 

ปราสาทสายฟ้า

 

ตัวผมเองรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันชื่นมื่น ท่ามกลางแฟนบอลใน ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม มากกว่า 15,000 คน บวกกับสภาพอากาศที่ถือได้ว่ากำลังสบายเนื้อสบายตัว

เพราะด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 เหนือ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ย่อมหมายถึงการ ”บรรลุเป้าหมาย” ของทีมในซีซั่นนี้นั่นก็คือ การกลับมาคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ให้ได้อีกครั้ง

ซึ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ทำได้”

ผมคงไม่ย้อนไม่พูดถึงผลงานก่อนหน้านี้ของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” เพราะเชื่อว่าหลายๆ ท่านเองก็คงจะได้เกาะติดสถานการณ์ไทยลีกกันอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่ผมอยากจะหยิบมาบอกเล่าเก้าสิบกับแฟนๆ TrueID Sports ทุกท่านในวันนี้ก็คือ… “พลัง” ที่อบอวลไปทั่วทั้งจังหวัดบุรีรัมย์

และผมก็ไม่แปลกใจเลยที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะสามารถกลับมาทวงความสำเร็จได้แบบทันควัน เพราะนับตั้งแต่ที่ผมย่างกรายเข้ามาในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ (ขับรถส่วนตัว) สิ่งแรกที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือสัญลักษณ์ของ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ที่ถูกประดับไว้ทุกหนทุกแห่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนที่นี่ไปแล้ว

สติ๊กเกอร์ติดรถเอย เสื้อฟุตบอลเอย แผ่นป้ายไวนิล ธง ผ้าพันคอ ฯลฯ ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ง่ายเอามากๆ ในเมืองที่มีประชากรมากติด 1 ใน 10 ของประเทศไทยอย่างเมืองปราสาทหิน (ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย)

 

ปราสาทสายฟ้า

 

“ความคลั่งไคล้” ของเหล่าแฟนบอล ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมเองรู้สึกประทับใจ โดยเฉพาะบรรยากาศ และอารมณ์ร่วมของคนทั้งจังหวัดในวันที่มีการแข่งขันที่ ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม (แว่วๆ มาว่าจะเปลี่ยนชื่อสนาม ติดตามได้ที่ >ข่าวนี้< เลยครับ)

ผมเองรู้สึกทึ่งที่พี่น้องที่นี่ส่วนใหญ่มักจะสวมเสื้อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นยูนิฟอร์มหลักในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าคนแก่ ในทุกๆ พื้นที่ทั้งร้านอาหาร สนามฟุตบอล สวนสาธารณะ ร้านสะดวกซื้อ เรียกได้ว่าจะเดินทางไปที่ไหน คุณก็จะได้เห็นแต่ผู้คนที่ใส่เสื้อ “บุรีรัมย์”

ผมจึงตัดสินใจพูดคุยกับคนในพื้นที่ถึงประเด็นนี้ ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ที่ได้นั้นล้วนแต่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขารู้สึก “ภูมิใจ”

 

ภูมิใจที่ “เป็นคนบุรีรัมย์”
ภูมิใจที่ “เป็นคนเซราะกราว”
ภูมิใจที่ “ทีมสามารถดึงนักเตะระดับสตาร์มาเล่นได้”
ภูมิใจที่ “รังเหย้าของพวกเขาคือหนึ่งใน ฟุตบอล สเตเดี้ยม ที่ดีที่สุดในประเทศไทย”
ภูมิใจที่ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ผงาดขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่จังหวัดเล็กๆ จังหวัดที่ถูกลืม หรือเอาง่ายๆ เลย เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น”

 

ความภูมิใจเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้จังหวัดบุรีรัมย์กลายเป็น “เมืองแห่งฟุตบอล” ไปโดยปริยาย

 

ปราสาทสายฟ้า

ขอบคุณภาพ : Buriram United

 

เมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถสร้าง “ศรัทธา” นอกสนามได้ การบริหารจัดการภายในที่ดูเหมือนจะเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขาก็พลอยกลายเป็นเพียงแค่เรื่องจิ๊บๆ
ที่พวกเขาสามารถทำได้ และทำได้ดีซะด้วย เพราะด้วยหลักการของคุณเนวิน ชิดชอบ (ประธานสโมสร) ที่ต้องการสร้างแบรนด์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยหลักคิดที่ว่า การทำธุรกิจนั้นจะต้องไม่คำนึงถึงแต่ตัวเอง หากแต่ต้องกลับคืนสู่สังคมด้วย จนกลายเป็นโมเมนตัมที่ส่งให้ชาวบุรีรัมย์เกิดความรู้สึก “เป็นเจ้าของ” สโมสรร่วมกัน

นั่นคือ “ความสำเร็จ” ที่เห็นผล และมีตัววัดที่ชัดเจน

 

ปราสาทสายฟ้า

ขอบคุณภาพ : Buriram United

 

ไม่มีใครรู้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะยังคงความยิ่งใหญ่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหนในวงการฟุตบอลไทย แต่ผมเชื่อว่า “ความภูมิใจ” ของชาวบุรีรัมย์ จะยังทำให้สโมสรฟุตบอลแห่งนี้สามารถขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และแข็งแรง ด้วยศรัทธาอันเปรียบเสมือน “รากฐาน” ที่สำคัญที่สุดของการเป็นทีมฟุตบอล…

ผมขออนุญาตหยิบยกสโลแกนประจำสโมสรของบาร์เซโลน่า ที่ติดหราอยู่บนอัฒจันทร์ในสนามคัมป์ นู  มาปิดท้ายก่อนที่เราจะจากกันไปในวันนี้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าคงไม่มีวลีไหนที่จะเหมาะสมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปมากกว่าประโยคที่ว่า

 

“Més que un club”
“เป็นมากกว่าสโมสร”

 

ดูฟุตบอลให้สนุก
และขอแสดงความยินดีกับแฟนๆ “ปราสาทสายฟ้า” ที่กลับมา #StrikeBack อีกครั้งนะครับ…

 

“บก.เก้น”

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก พร้อมติดตามข่าวสารทีมชาติไทย ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line@Trueid

 

ปราสาทสายฟ้า