TRUE TALK : ว่ากันว่านี่คือแมตช์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสต์ของ “แข้งเทพ” กับเกมในศึกช้าง เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด

 

แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

เพราะนอกจากเกมนี้จะมีโทรฟี่แชมป์ และศักดิ์ศรี เป็นเดิมพันแล้ว เป้าหมายใหญ่กว่านั้นที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด หมายปองนั่นก็คือตั๋วรอบเพลย์ออฟศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า เพราะนั่นเปรียบเสมือนการยกระดับทีมให้ก้าวไปสู่การเป็นสโมสรฟุตบอลระดับแถวหน้าของอาเซียน และเอเชียอย่างแท้จริง

ผมเองก็รัก และหลงใหลในเกมฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศมาตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งได้เข้ามาทำงานในสายกีฬา บวกกับประสบการณ์ในการเคยพากย์ศึกฟุตบอลนัดชิงฯ ฉะนั้นแน่นอนว่าสิ่งที่ผมคงจะหยิบยกขึ้นมาในวันนี้ก็คงหนีไม่พ้น “เกมรุก”

เพราะฟุตบอลตัดสินกันที่ประตู…

97 ประตูจาก 34 เกมในไทยลีก 1 ซีซั่นนี้ คงจะเพียงพอกับการยกให้ “แข้งเทพ” เป็นทีมที่มีเกมรุกที่ดุดันที่สุดไปโดยปริยาย โดยเฉพาะผลงานการถล่มประตูของ ดราแกน บอสโควิช ที่ซัลโวไปแบบเน้นๆ 38 ประตู พร้อมกับสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหัวหอกที่ดีที่สุดในวงการลูกหนังบ้านเรา เรียกได้ว่าทำลายสถิติเดิมของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่เคยทำไว้เมื่อสองปีที่แล้วลงไปแบบราบคาบ

ตรงนี้แหละครับที่ผมมองว่า บอสโควิช คือหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญที่สุดในเกมนัดชิงฯ เพราะหลายๆ ครั้งเรามักจะเห็นว่าทีมที่มีศูนย์หน้าชนิดที่ไว้ใจได้ หรือฝากผีฝากไข้ได้ มักจะสุขสมหวังในท้ายที่สุด เนื่องจากในเกมที่เต็มไปด้วยความกดดันแบบนี้ บางทีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวก็อาจจะตัดสินเกมทั้งหมดได้

 

แบงค็อก ยูไนเต็ด

ขอบคุณภาพ : Bangkok United

 

“ความแข็งแกร่ง” ของ บอสโควิช ถือเป็นจุดเด่นที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยามที่ต้องดวลกับแนวรับที่เข้าปะทะหนักๆ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็ยังสามารถเอาตัวรอดมาได้ จนทำให้เจ้าตัวมีโอกาสได้จบสกอร์แบบเน้นๆ จนคว้ารางวัลดาวซัลโวไทยลีกซีซั่นนี้ นอกจากนี้ผมยังมองว่า “หัวจิตหัวใจ” ของมือปืนมอนเตเนโกรรายนี้ก็แข็งแกร่งไปไม่ต่างจากสภาพร่างกาย และยังพร้อมที่จะคอยช่วยกระตุ้น และปลุกใจเพื่อนร่วมทีมในสถานการณ์ที่บีบหัวใจ

บอสโควิช คือ “กุญแจ” ดอกแรกที่ผมมองว่าเจ้าตัวจะปลดล็อก แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ…

อย่างต่อมาที่ผมมองว่าเป็น “กุญแจ” สำคัญที่จะทำให้ “แข้งเทพ” ประสบความสำเร็จในเกมที่สนามศุภชลาศัยได้นั่นก็คือ “ประสบการณ์”, เซ้นส์บอลของ “แนวรุก” ทัพบียู

“ซูเปอร์ มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี้, สรรวัชญ์ เดชมิตร, เจย์ซี จอห์น และปกเกล้า อนันต์ ล้วนแต่เป็นนักเตะแนวรุกแถวหน้าในไทยลีกที่แฟนบอลให้การยอมรับ และเป็นหัวใจสำคัญที่คอยสนับสนุน ดราแกน บอสโควิช จนทำให้ทีมพังประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่อะไหล่ชั้นดีอย่าง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ก็พร้อมที่จะลงมาพลิกเกมได้ในทุกๆ วินาที ประสบการณ์ และเลือดของความเป็น “แชมเปี้ยนส์” ของนักเตะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นพลังแฝงที่จะสามารถพาทีมเอาตัวรอดได้

การเซ็ตบอลที่แม่นยำ การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่รวดเร็ว ความหลากหลายในการเข้าทำ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ซึ่งเราเองต้องยกเครดิตให้กับแนวรุกรายอื่นๆ ของทีมด้วยที่สามารถเติมเต็มให้ทีมผ่านมาถึงเกมนัดชิงชนะเลิศได้

 

 

เพราะอย่าลืมว่านักเตะของทัพบียูล้วนแต่ลงเล่นด้วยความกระหายใน “ชัยชนะ” เพื่อเป้าหมายสู่การสร้างประวัติศาสตร์ของทีมดั่งวลีที่ว่า “Time to make History” โดยเฉพาะสองแข้งจอมเก๋าอย่าง “มาริโอ-ลีซอ” ที่มี “ความทุ่มเท” เป็นเครื่องหมายการค้าติดตัวอยู่แล้ว

อีกทั้งนายใหญ่อย่าง “บิ๊กขจร” คุณขจร เจียรวนนท์ ก็ได้ออกมากล่าวแล้วว่าตอนที่ “แข้งเทพ” พร้อมโฟกัสโทรฟี่ช้าง เอฟเอ คัพ แบบสุดตัว ยิ่งเป็นการตอกย้ำชัดเจนว่า แบงค็อก ยูไนเต็ด พร้อมใส่เต็มสูบเพื่อแฟนบอลทุกคน

ปรัชญาการทำทีมที่ชัดเจน (มากๆ) ของ มาโน่ โพลกิ้ง ได้ส่งผลให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับหัวแถวของวงการฟุตบอลไทยไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่อีกก้าวเดียวเท่านั้นสำหรับวันแห่งประวัติศาสตร์ นัดแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้… แล้วเรามาดูกันครับว่า “เกมรุก” ของแข้งเทพจะสร้างความสุขให้กับแฟนบอลชาวไทยได้มากขนาดไหน

 

One big day
More than just a game
Time to make history…

พรุ่งนี้เจอกันที่สนามศุภชลาศัยครับ

 

“บก.เก้น”

แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

สามารถดูบอลสดทางออนไลน์ ได้ที่นี่

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ฟรี

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID