เดินทางมาถึงเกมนัดสุดท้าย อย่างเป็นทางการของเกมลูกหนังเมืองไทย กับ เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่มาบรรจบพบกันในวันเสาร์นี้ ณ เมกกะสถานตำนานสังเวียนแข้ง ศุภชลาศัย ที่เดินทางคู่ฟุตบอลไทยเข้าสู่ทศวรรษที่ 9 กับเกมชี้ชะตา แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ เชียงราย ยูไนเต็ด ใครจะได้เฮเป็นทีมสุดท้าย

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

เดิมพันที่สูงลิบนอกจากคำว่าสำเร็จ หรือเจ็บช้ำมือเปล่า ได้แค่ชิงแล้วรับ เงินรางวัล 5 ล้านบาท สำหรับเกมนัดเดียว สำคัญที่สุดมันมาพร้อมกับกุญแจอาญาสิทธิ์ที่ไขประตูเข้าไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 รอบคัดเลือก รอบสอง การเดินทางระดับทวีปเริ่มต้นจากเกมนี้

แน่นอนว่านี่คือเกมที่สำคัญที่สุดของฤดูกาลนี้สำหรับทั้ง 2 ทีม

 

 

ศึก 2 นักบู๊

คู่ชิงนัดนี้มีความน่าชมหลายอย่างทั้งในรายละเอียด และองค์รวมรวม น่าสนใจมากเพราะถือเป็นการมาเจอกันของ 2 จอมบู๊

แข้งเทพ ที่ลงทุนปรับทัพมหาศาลตลอด 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ภายใต้การนำทีมของประธาน ขจร เจียรวนนท์ เฮดโค้ช มาโน่ โพลกิ้ง ทำทีมแบงค็อก แปรสภาพเป็นทีมบุกอย่างบ้าคลั่งไม่สนหน้าอินหน้าพรหม ระดมยิงคู่แข่งกระจาย 97 ประตู จาก 34 เกมไทยลีกที่เพิ่งปิดลงไป ในทางกลับกันพวกเขาถือเป็นทีมใหญ่ที่เกมรับดูไม่ได้ที่สุดอีกทีม ในลีก โดนส่องไป 57 ประตู มีแค่ ในท็อป 10 มีเพียงท่าเรือเท่านั้นที่พวกเขาเอาชนะได้ด้วยตัวเลขเกมรับ ขณะที่ทั้งลีก มีเพียง 6 ทีมเท่านั้นที่เสียประตูมากว่าพวกเขา ถามว่าแคร์ไหม หึหึ ดูก็รู้ว่าไม่เพราะจุดเปราะมากมายที่เห็นก็ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนสักเท่าไหร่

ที่จูนให้ดีขึ้นเรื่อยไปนั่นคือเกมรุก ดูเอาชัดๆเราแทบไม่เห็น มาโน่ ใส่ มิดฟิลด์ ตัวรับแม้ลงมาประจำการ วิทยา หมัดหลำ ยังเป็นกัปตันแค่เชิงสัญลักษณ์แทบไม่เคยได้เล่นเต็มเม็ดเต็มหน่วยซึ่งเชื่อว่าเกมนี้ก็คงไม่ต่าง

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

ขณะที่ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เล่นยักแย่ยักยัน ไม่สุดสักทางในเกมชิงลีก คัพ กับเมืองทอง ยูไนเต็ด กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เอาเถอะเข้าใจได้เพราะมองมุมไหน เกมเสาร์นี้ชิงเอฟเอ คัพ ก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะเห็น เชียงรายใส่เต็มสุดกำลังในเกมนี้ แนวรุก ชื่อของ Felipe Azevedo จะกลับมา

พร้อมรูปแบบการเข้าทำที่เต็มรูปแบบถือว่าน่าสนใจเพราะต่างฝ่ายลวนถอยหลังหกล้มกันอยู่แล้วฝากใจไว้ว่าใครคมแส่วนหลังใครนิ่งกว่า พลาดน้อยที่สุดคงเข้าป้ายได้ไม่ยาก ทาบกันทุกส่วนสัดแม้ เชียงราย จจะดูสมดุลกว่าแต่มั่นใจมากว่าเกมนี้เปิดหน้าใส่กันยับ

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

กลางสนามพื้นที่สีแดง

หากลองแบ่งสนามฟุตบอลออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน เชื่อเหลือเกินว่ากลางสนามจะเป็นส่วนที่การจราจรแน่นขนัดที่สุดตลอด 90 นาที จะเป็นพื้นที่หลักในการชิงเหลี่ยมที่ส่งผลต่อความได้เปรียบมากที่สุดในเกมนี้ น่าสนใจเหลือเกินว่ารูปแบบการวางหมากของ 2 ฟาหกุนซือบราซิลจะเป็นเช่นไร

ชื่อของ แอนโธนี อำไพพิทักษ์วงศ์ เล่นกับทีมไหนก็คือ กลางห้องเครื่องตัวครองบอลวางยาว แต่ที่นี่ต้องรับตัดเกมไปพร้อมๆกันถือว่าโหลดเหลือหลาย ยิ่งวันไหน มาโน่ เลือกความเร้าใจใส่ทั้ง มาริโอ ยูโรฟสกี้ ลงคู่ สรรวัชญ์ เดชมิตร ซี้ดกันทั้งแผงเพราะธรรมชาติไม่ได้สร้างให้คู่นี้เล่นเกมรับ หลายครั้งเปิดเกมได้ หาโอกาสเข้าทำได้เยอะแต่ก่อนจะจบเข้าได้ คู่แข่งก็สวนกลางทางหงายท้องไปก่อน

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ระยะหลัง เราจึงไม่เห็น 2 ชื่อลงแดนกลางพร้อมกัน กลายเป็น ปกเกล้า อนันต์ และ สุมัญญา ปุริสาย ที่โดดเด่นเรื่องขยันได้รับโอกาสมากขึ้น เปรียบเทียบกับกลางของ เชียงราย ถือว่าทีมเมืองหลวงได้เก๋ากว่าหลากหลายกว่า แต่ความฮึกเหิม และลูกมั่นใจของเหล่าเด็กๆ ดาวรุ่งเชียงรายมองข้ามไม่ได้

พิธิวัฒน์ สุขจิตธรรมกุล ชัยวัฒน์ บุราณ สุริยา สิงห์มุ้ย พร้อมทำงานเป็นจักรกลภายใต้การนำทัพของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ วัดกันแล้วเดาลำบากว่าใครจะได้เปรียบ นั่นเพราะเรื่องแท็กติกจากข้างสนามนั้นสำคัญมาก ส่วนเรื่องร่างกายไม่ต่างกันมาก แม้เชียงรายจะผ่านเกมกลางสัปดาห์ แต่จากที่เห็นไม่น่าจะช้ำมากเท่าไหร่ แตละมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วที่ฟุตบอลไทยจะเล่นสัปดาห์ละ 2 เกม

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

เมื่อ “JoJo” มาวัดกับแนวรับเจียงฮาย

ขยับขึ้นมาดูกองหน้าวัดกับกองหลัง จุดนี้ ยังใกล้เคียง แต่ขอให้น้ำหนักไปที่ 3 แนวรุกแข้งเทพมากกว่า ส่วนตัวผมมั่นใจ เราได้เห็น ดาวซัลโว ไทยลีก ดราแกน บอสโกวิช มาริโอ ขึ้นมาสร้างเกมรุกเต็มที่ในแดนบน ไม่ต้องพะวงเกมกลางสนาม สร้างโอกาสให้กับ โจโจ อ็อกวูมิเก้ ดาวยิงที่คมที่สุดของทีม เชื่อเหลือเกินว่าหากทีมไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องตัดเขาออกจากรายชื่อไทยลีก แบ็งค็อกจะน่ากลัวกว่านี้มาก

เมื่อสามต่างชาติแบงค็อก มาปะทะ แผงหลังที่ดูมั่นใจกว่าที่เคยของเชียงราย นำโดยแข้งมากประสบการณ์อย่าง ประทุม ชูทอง ที่น่าจะได้รับโอกาสแทน อาทิตย์ ดาวสว่าง (ติดโทษแบน) ที่เด่นเหลือเกินในสไตล์กล้าลุยกล้าวัดแถมแม่นยำสุดๆในการเข้าสกัด ประคองด้วย ชินภัทร ลีเอาะ และ เอเวอร์ตัน ขนาบริมเส้นด้วย ปิยะพล ผานิชกุล ที่มากประสบการณ์น่าจะช่วยทีมได้เยอะ ยิ่งหันหลังไปจะเห็น นนท์ ม่วงงาม ผู้ท้าชิงมือ 1 ทีมชาติไทยที่ใกล้เคียงกับ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ที่สุดถือว่ายังพออุ่นใจ บวกกับความเก๋าของ ฉัตรชัย บุตรพรหม ดูแล้วถือว่าเกมรับของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ดูไม่ธรรมดาเหมือนกัน

พูดถึง ปิยะพล ปีนี้ถือว่าสมาธิกับเกมมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมาจากที่โฉ่งฉ่างตุกติกลดลงมาเข้าข่ายมากประสบการณ์ ชัดที่สุดคือร่างกายดีขึ้น ฟิตขึ้น ขอชื่นชมมา ณ ที่นี้ (ไม่ใช่ชมแล้วเกมนี้เล่น 75 นาที ตะคริวถามหานะพ่อคุณ)

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

 เกมรับระเบิดเวลาที่ต้องตัดสินใจ

มาถึงจุดสำคัญที่น่าจะส่งผลต่อการหาแชมป์มากที่สุด ขอชี้ชัดไปที่แผงเกมรับ และผู้รักษาประตูของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เอาจริงๆ ยังไม่มั่นใจเลยว่า เกมนี้ใครจะลงมาเป็นตัวจริง เพราะตลอดทั้งฤดูกาลสลับสับเปลี่ยนกันบ่อยครั้งต่างคนต่างมีช่วงเวลาที่นี่น่าประทับใจใส่ใน Resume ได้ แต่กลับกัน ความผิดพลาดแบบเหลือเชื่อก็เป็นสิ่งที่ทีมสลัดไม่หลุดมาหลายปี

ตามการคาดการณ์แล้ว มาโน่ คงใส่เกมรับที่แข็งแรงมาปะทะและรับมือความเร็วของ เชียงราย มิก้า ชูนวลศรี พุทธินันท์ วรรณศรี ไม่น่าพลาดเกมลักษณะแบบนี้ โยฮัน ตาบาเรส หรือ มานูเอล เบียห์ น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดี หากทุกคนเข้าฝักล้วนเป็นงานยากหากศูนย์หน้าเชียงรายที่เน้นความวูบวาบ ความสามารถเฉพาะตัวดีจะผ่านได้โดยตรง

ถ้ามองอย่างคนคิดมาก รูปแบบเกมแดนกลางที่ไม่เอื้อเฟื้อแผงหลังของ BU อาจจะส่งให้เกมรับของพวกเขาโหลดขึ้นเรื่อยๆยิ่งช่วงเวลาที่ มาโน่ สั่งลูกทีมเดินเหยียบเท้าคู่แข่งเปิดเกมรุกจะเอาให้ได้ด้วยแล้วจุดนี้น่าห่วง ยิ่งมองไปที่นายด่านสุดท้ายอย่าหาว่ากลั่นแกล้งหรือโยนความกดดันน้องทั้งคู่เลยแต่เกมนี้อาจเป็นโอกาสพิสูจน์ตนเองครั้งท้ายแล้วในบริบทนี้

ไม่ว่าเกมนี้จะเป็น   กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก หรือ วรุฒ เมฆมุสิก ที่ลงมา(เชื่อว่าเป็นชื่อแรก) ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี่คือจุดที่แฟน BU เองตัดพ้อและขอให้เกิดการเสริมมากที่สุด ด้วยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้ส่วนมากจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันส่งผลเสมอเมื่อเจอเกมใหญ่ ทีมใหญ่ หลายครั้งเราเห็นคู่แข่งท้าทายแบบหากลัวทั้งคู่ไม่ ด้วยการยิงไกลมากๆกว่า 40 หลา และมักจะกดดันได้เสมอ เช่นกันกับการเล่นด้วยเท้าเมื่อโดนคู่แข่งบีบ

ทว่าทั้งคู่ก็เอาตัวรอดจากโค้ชมาได้ ยังได้รับความไว้วางใจ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมามองเรื่องจุดอ่อนตัวเองออกไปใช้โอกาสที่ได้รับให้ดีที่สุดใช้ให้คุ้มค่าที่สุดดีกว่าแต่อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำออกมาได้ดีเพียงใด เข้าข่ายระเบิดเวลาหากไม่ถึงที่เลือกตัดสายไฟถูกสี ก็รอดกันไป

 

ช้าง เอฟเอ คัพ

 

สุดท้ายเกมนี้สูสีมากครับ หากเป็น Perfect Game ที่ต่างฝ่ายต่างทำเต็มศักยภาพไม่มีข้อผิดพลาด(ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก) ยังแอบมองไปที่ทีมเมืองหลวง ทว่าหากจุดเปลี่ยนมาก ทีมโค้ชเก๋า อย่างเชียงน่าจะใกล้เคียงมากกว่ากับคำว่าแชมป์มากกว่า ส่วนเรื่องความกดดันไม่ต้องพูดถึง

ต่างฝ่ายลงเงินถมทองไปมาก เรื่องลงใจไม่ต้องพูดถึง ที่สำคัญคำว่ามือเปล่า First Looser / Runner Up มันไม่สนุกหรอกครับ เชื่อสิ

 

“ต็อกตั้ม”

 

สามารถดูบอลสดทางออนไลน์ ได้ที่นี่

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ฟรี

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID