23 มกราคม 2561 ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลไทยทั้งประเทศคงจะได้ลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง กับการส่งกำลังใจให้กับสองตัวแทนจากไทยลีกที่เตรียมลงฟาดแข้งในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 รอบเพลย์ออฟ รอบที่สอง โดยเฉพาะกับทีมที่มาแรงที่สุดทีมหนึ่งในวงการลูกหนังบ้านเราอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ที่กำลังรอพบกับผู้ชนะระหว่าง บาหลี ยูไนเต็ด (อินโดนีเซีย) หรือ แทมปิเนส โรเวอร์ส ยอดทีมจากแดนลอดช่อง

 

เชียงราย ยูไนเต็ด

 

เพราะจากประวัติศาสตร์ของยอดทีมจากล้านนาทีมนี้ นี่ถือเป็นการเดินทางที่มาไกลที่สุดในพงศาวดารลูกหนังของสโมสรเลยทีเดียว

แต่ผมก็เชื่ออีกว่า เหล่าแฟนบอลของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ส่วนใหญ่คงจะมองข้ามช็อตไปยังโปรแกรมนัดชิงดำในอีก 1 สัปดาห์ให้หลังมากกว่า ว่าพวกเขาจะสามารถผ่านทะลุเข้าไปอวดฝีเท้าใน ACL 2018 รอบแบ่งกลุ่มได้หรือไม่

และกระดูกชิ้นโตที่คอยขวางทาง “กว่างสีส้ม” จากไทยลีกนั่นก็คือ “เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี” ที่พกดีกรีรองแชมป์ ไชนีส ซูเปอร์ ลีก 2017 พ่วงด้วยบทพระรองในถ้วย ไชนีส เอฟเอ คัพ มาแบบสดๆ ร้อนๆ นั่นเอง

หากคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะรู้สึกได้ถึงความหินของทีมๆ นี้ๆ อยู่พอสมควร เพราะทุกคนต่างทราบกันดีว่า ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ถือเป็นอีกหนึ่งลีกที่ถูกมองว่าดีที่สุดในเอเชีย เผลอๆ อาจจะอยู่ในเกรดเดียวกับ เจลีก ของ ญี่ปุ่น เลยด้วยซ้ำ หากวัดกันที่ความสำเร็จในรายการนี้นับตั้งแต่ที่ปรับมาเล่นเกมนัดชิงฯ ในระบบเหย้า-เยือน ตั้งแต่ปี 2013 ทีมจากจีนสามารถคว้าโทรฟี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียได้ถึง 2 ครั้ง จากเจ้าบุญทุ่มอย่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ (2013 และ 2015)

มิหนำซ้ำ เม็ดเงิดที่แต่ละทีมในวงการลูกหนังจีนต่างทุ่มทุนสร้าง หรือหว่านเมล็ดลงไปในตลาดซื้อขายนักเตะนั้นต้องใช้คำว่า สะเทือนโลก เลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมายที่พร้อมใจกันยอมโยกย้ายจากทีมระดับท็อปในลีกยุโรป เพื่อตบเท้าเข้ามาโกยเงินหยวนที่ช่างหอมหวนราวกับหม่าล่าที่กำลังฮิตอยู่ในบ้านเรา ณ เวลานี้ (แอบหิวเบาๆ)

คาร์ลอส เตเวซ หรือ เตเบซ (ตามแต่ที่คนไทยจะเรียก ฮา), เอเซเกล ลาเวซซี่, ริคาร์โด้ กูลาร์ท, รามิเรส, แชร์วินโญ่, อเล็กซานเดร ปาโต้, อองโธนี่ โมเดส, โอบาเฟมี่ มาร์ติน, เฟร็ดดี้ กัวริน, จอห์น โอบี มิเกล, เอร์นาเนส, กราเซียโน่ เปลเล่, นิกิช่า เยลาวิช, อเล็กซ์ เตเชร่า, อาเซล วิตเซล หรือแม้กระทั่ง แจ็คสัน มาร์ติเนซ ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่แข้งระดับ “บิ๊กเนม” ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับที่ผมลิสต์ขึ้นมา

เฮ้ย !!! ทำไมมันโหดอย่างนี้ (ฟระ)

กลับมาที่ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี กันต่อครับ อย่างที่ผมบอกไปว่า นักเตะฝีเท้าชั้นยอดหลายๆ คน ยอมหอบข้าวของอพยพมาค้าแข้งใน ไชนีส ซูเปอร์ ลีก กันเป็นว่าเล่น ซึ่งรองแชมป์ลีกจีนทีมนี้ก็มีแข้งระดับโลกอยู่ในทีมเช่นกัน

 

ACL 2018

สามทหารเสือในแนวรุกเลือดแซมบ้าของ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี

 

红鹰 (Red Eagles) หรือถ้าให้ผมแปลตามสไตล์แบบบ้านเราก็คงเป็น “อินทรีแดง” ทีมนี้ ยอมทุ่มเงินกว่า 60 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัว ออสการ์ จอมทัพเลือดแซมบ้าวัย 26 ปี อดีตเพลย์เมคเกอร์ผู้เคยนำ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วสองสมัยมายืนปั้นเกมในแดนกลาง พ่วงด้วย ฮัลค์ ดาวยิงเท้าหนักทีมชาติบราซิลผู้เคยสร้างชื่อกระฉ่อนยุโรปจากการพา เอฟซี ปอร์โต้ คว้า 10 โทรฟี่แชมป์จากการค้าแข้งในแดนฝอยทอง 5 ซีซั่นมายืนค้ำในแดนหน้า พ่วงด้วย เอลเคสัน ที่เคยสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์สายตาแฟนบอลจีนนับตั้งแต่การคว้ารางวัลดาวซัลโว ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ถึงสองครั้ง แถมยังเคยพา กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ คว้าแชมป์ลีกสามสมัยรวด พ่วงด้วยโทรฟี่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสองครั้งด้วยกัน

เอาเฉพาะแข้งต่างชาติเลือดบราซิลสามรายนี้ก็มีมูลค่าสูงราว 5,000 ล้านบาท เข้าไปแล้ว

นี่คือเรื่องจริงที่เราต้องยอมรับว่า ทีมฟุตบอลในจีนนั้นมีพลังในการทุ่มเงินเพื่อสร้างทีมขึ้นมาสูงมาก อาจจะด้วยการแข่งขันของแต่ละทีมในลีกที่เข้มข้นสุดๆ เพราะจากข้อมูลที่ผมเองได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลจีน (ที่ร่วมเขียนงานกับทาง TrueID Sports) อย่าง อ.เอี่ยม นั้นได้ความว่าทีมระดับ “ยักษ์ใหญ่” ในจีน (วัดกันที่เม็ดเงิน) อย่าง เอเวอร์แกรนด์, เอสไอพีจี เจียงซู ซูหนิง, เหอเป่ย, เซินฮัว, ซานตง, ฉวนเจียน ทีมเหล่านี้ล้วนแต่ “รวย” พอๆ กันหมด

แต่ฟุตบอลไม่ใช่บัญญัติไตรยางค์หนิครับ… ถ้ากลัวตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม เราเองก็คงแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเป่านกหวีดด้วยซ้ำ

เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ฟุตบอลคลับ คว้าโควต้ามาเพลย์ออฟในรอบที่สาม จากผลงานการคว้ารองแชมป์ ไชนีส ซูเปอร์ ลีก 2017 โดยที่พวกเขามีแต้มเป็นรองทีมแชมป์อย่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ เพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น แถมยังมีผลต่างประตูได้เสียบวกถึง 33 ประตู เรียกได้ว่าเป็นทีมที่มีเกมรุก และเกมรับดีที่สุดในจีนก็ว่าได้

 

ACL 2018

 

นอกเหนือจากนักเตะอิมพอร์ตเลือดแซมบ้าแล้ว “อินทรีแดง” ทีมนี้ยังมีคีย์แมนคนสำคัญอีกหลากหลายตำแหน่งไล่มาตั้งแต่หน้าปากประตูที่มี หยาน จูนหลิง นายทวารเจ้าของส่วนสูงถึง 191 เซนติเมตรดีกรีมือสองทีมชาติจีน เจ้าของรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของศึกไชนีส ซูเปอร์ ลีก คนล่าสุด คอยยืนเป็นปราการด่านสุดท้าย บวกกับแนวรับที่แน่นปึ๊ก นำโดยกัปตันลูกหม้อทีมอย่าง หวัง เฉิน เฉา ขนาบด้วยนักเตะเลือดใหม่ของทีมชาติจีนอย่าง เฮอ ก่วน, ฟู่ ฮวน อีกทั้งยังมีแนวรับจอมเก๋าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในเวทีระดับโลกมาแล้วมากมาย อย่าง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่

แม้จะก้าวสู่วัย 39 ปีเข้าไปแล้ว แต่ขึ้นชื่อว่าเคยผ่านการค้าแข้งกับทีมระดับท็อปไล่มาตั้งแต่ เอฟซี ปอร์โต้, เชลซี, เรอัล มาดริด พร้อมกับการพาทีมชาติโปรตุเกสเถลิงบังลังก์คว้าแชมป์ยูโร 2016 มาครองได้ น่าจะทำให้ “ริกกี้” ถือเป็นหนึ่งในแข้งต่างชาติที่มีโพรไฟล์หรูสุดคนหนึ่งในลีกจีนเลยทีเดียว

ขณะที่แดนกลาง “อินทรีแดง” ก็ยังมีนักเตะตัวหลักในทีมชาติจีนทั้ง หยู ไห่, ไช่ ฮ่วยคัง บวกกับมิดฟิลด์เชิงสูงเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ อุซเบกิสถาน 5 สมัย (มากที่สุดในประวัติศาสตร์) อย่าง โอดิล อาเมดอฟ ที่ก้าวมาเป็นหัวใจหลักในแดนกลางนับตั้งแต่ย้ายมาจาก คราสโนดาร์ หลังลงเล่นรวมทุกรายการกว่า 39 แมตช์ และทำไป 5 ประตูด้วยกัน

ส่วนพื้นที่สำคัญอย่างในแดนหน้านั้นเชื่อว่าแฟนๆ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ยังคงรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้เห็นดาวเตะฟอร์มแรงที่เพิ่งจะมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเอเชียอย่าง หวู่ เล่ย คอยยืนล่าตาข่าย หลังจากซีซั่นที่ผ่านมา หัวหอกทีมชาติจีนรายนี้ซัดไปถึง 20 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวของทีม พร้อมกับเป็นนักเตะสัญชาติจีนที่ทำประตูในลีกสูงสุดได้มากที่สุดในฤดูกาล 2017 แค่นี้ก็น่าจะการันตีได้ถึงความเป็น “ของจริง” ได้สำหรับเจ้าของเสื้อหมายเลข 7 รายนี้

 

ACL 2018

หวู่ เล่ย สตาร์ทีมชาติจีนในยุคปัจจุบันที่กำลังยกระดับฝีเท้าตัวเองสู่การเป็นแข้งระดับเอเชีย

 

ความพิเศษของ หวู่ เล่ย นอกเหนือจากการทำประตูให้กับทีมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำแล้ว สตาร์เลือดมังกรรายนี้ยังเต็มไปด้วยความเร็ว เทคนิค และสามารถโยกไปเล่นในตำแหน่งริมเส้นเพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ นั่นแสดงให้เห็นว่า เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ค่อนข้างมีความหลากหลายในเรื่องของแท็คติก และความยืดหยุ่น

หากเปรียบไป เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ก็คงเหมือน “ยอดนักรบ” ที่มีทักษะการใช้อาวุธที่หลากหลาย ครบทุกมิติ และพร้อมจะเผด็จศึกเหล่าศัตรูที่ย่างก้าวเข้ามาท้าทาย

นอกเหนือไปจากเรื่องของตัวผู้เล่นที่ดูเหมือนว่า เชียงราย ยูไนเต็ด จะตกเป็นรองอยู่พอสมควรแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเองรู้สึกวิตกกังวลไม่น้อยนั่นก็คือ “สภาพอากาศ” ที่ว่ากันว่าเป็นของแสลงสำหรับนักเตะไทยไม่ว่ายุคไหนก็ตามยามต้องออกเดินทางไปแข่งขันยังต่างประเทศ

เพราะจากที่ทราบมา โดยส่วนใหญ่สภาพอากาศที่เซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือนมกราคมนั้นจะค่อนข้างหนาวเป็นพิเศษ อุณหภูมิเฉลี่ยนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 5 องศาเซลเซียสเท่านั้น…

ลองนึกดูสิครับว่าขนาดอุณหภูมิบนสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทยอย่าง กิ่วแม่ปาน ณ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 7 องศาฯ เรายังหนาวใจจะขาด หรือเมื่อสักสอง-สามปีที่แล้วที่มีช่วงหนึ่งอากาศในกรุงเทพฯ แอบหล่นลงมาแตะๆ สัก 20 นิดๆ เราเองยังหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่เดินเฉิดฉายกันทั่วกรุงแล้ว นับประสาอะไรกับการที่นักฟุตบอลจากบ้านเราจะต้องเดินทางไปลงเล่นฟุตบอลเกมนัดสำคัญด้วยอุณหภูมิราว 5-7 องศาเซลเซียสเท่านั้น

การเตรียมตัวที่ดี รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ บวกกับการบริหารจัดการทั้งใน และนอกสนามเท่านั้นครับ คือหนทางของการแก้ปัญหา

การเสริมทัพในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2017 นี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ที่อาจจะเปรียบดั่งเข็มทิศนำทางของ เชียงราย ยูไนเต็ด ในรายการนี้ (ACL 2018) รวมถึงทุกๆ รายการเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นการเดินหมากทุกตัวของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ในตลาดซื้อขายนักเตะนั้นจะต้องทำอย่างรอบคอบ บวกกับความใจกล้า… กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะทุ่ม โดยเฉพาะโควต้าตัวต่างชาติที่จะต้องไม่ด้อยไปกว่าเดิม ขณะที่ตัวไทยนั้นก็อาจจะต้องใช้คำว่า “บิ๊กเนม” เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างทีมยักษ์ใหญ่ด้วยกันเอง ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มีการแถลงเปิดตัวนักเตะใหม่รายแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เชียงราย ยูไนเต็ด ถึงตกเป็นข่าวกับนักเตะระดับท็อปในบ้านเราเท่านั้น เพราะเป้าหมายของการยกระดับทีมในปี 2018 นั้นมันช่างเป็นภารกิจที่เย้ายวน และท้าทายทีมเหลือเกิน

ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้วิเคราะห์มานั้น ผมเองไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความวิตกกังวลให้แก่แฟนบอลชาวไทยแต่อย่างใด หากแต่อยากจะให้ทุกคนได้รู้จัก และได้รู้จุดอ่อนจุดแข็งของ “ว่าที่” คู่แข่ง เพราะในยามที่เราต้องลงไม้ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อผลลัพท์ที่เราต้องการนั้น การทำความรู้จักตัวเอง และทำความรู้จักคู่ต่อสู้ให้ถี่ถ้วน และถ่องแท้นั้นย่อมสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิรบ ดั่งคำกล่าวที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

 

ACL 2018

 

บาหลี ยูไนเต็ด (อินโดนีเซีย) หรือ แทมปิเนส โรเวอร์ส (สิงคโปร์) จะเป็นด่านทดสอบบทแรก (เพลย์ออฟรอบที่สอง) ของยอดทีมจากแดนล้านนาทีมนี้ และถ้าหากว่าพวกเขาผ่านทีมจากอาเซียนด้วยกันได้ แน่นอนว่า 30 มกราคมศกหน้า (เพลย์ออฟ รอบที่สาม) คงจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” เพราะนั่นคือก้าวสุดท้าย (แล้วจริงๆ) ก่อนจะผ่านเข้าไปเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม

ยังพอมีเวลาสำหรับการเตรียมทีมของ เชียงราย ยูไนเต็ด กับเส้นทางในรอบเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 แน่นอนครับ ทีมจากไทยอาจจะตกเป็นรองสโมสรจากเอเชียตะวันออกอย่างจีน หรือ ญี่ปุ่นในทุกแง่ ทุกมุม ทุกประตู แต่ถ้า “หัวใจ” ของคุณสู้ซะอย่าง คุณลงเล่นด้วยความกระหาย และทุ่มเท ทำงานทั้งใน และนอกสนามให้เต็มที่ ก็ไม่มีเหตุผลที่แฟนบอลไทยจะไม่ส่งใจให้คุณครับ

อย่าลืมนะครับ “ฟุตบอลไม่ใช่บัญญัติไตรยางค์ ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ”
Impossible is nothing… ขอให้ทุกท่านสนุกกับการดูฟุตบอลครับ

 

“บก.เก้น”

ACL 2018

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports