From Zero To Hero : มันคงไม่สายเกินไปนักสำหรับงานชิ้นนี้ของผม หลังจากได้ฉลองแบบเต็มคราบเมื่อเกือบ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งโรงเรียนอัสสัมชัญ คว้าแชมป์เดี่ยว จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 28 มาได้แบบเซอร์ไพรส์ทีเดียว โดยเอาชนะ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เต็งหนึ่ง และเจ้าภาพของรายการที่อุดมด้วยสตาร์ทีมชาติเต็มทีม ที่สกอร์ 3-1

 

ไข่ตั้ง

 

ทำไมถึงบอกว่า “เซอร์ไพรส์”… นั่นก็เพราะว่า “อินทรีแดง” จากถิ่นบางรัก คือทีมเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ ที่อยู่ในถ้วย ข ของฟุตบอล 18 ปี กรมพลศึกษา ส่วนทีมอื่นๆ อยู่ถ้วย ก กันหมด ทำให้ความแข็งแกร่งก็ค่อนข้างผิดกันในระดับหนึ่ง แถมหากมองในแง่ตัวผู้เล่นด้วยแล้ว ทีมอื่นๆ ก็จะดูมีของดีมากกว่าเช่นเดียวกัน

3 แต้มจาก 3 เกมแรก ที่ต้องไล่ตามตีเสมอด้วยสกอร์ 1-1 ทุกนัด นำพาให้ “อัสสัมชัญ” ต้องจับสลากกับ เทพศิรินทร์ ซึ่งมีแต้มเท่ากัน เฮ้ดทูเฮ้ดเท่ากัน และประตูได้เสียที่เท่ากันอีก เพื่อหาผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศกับ กรุงเทพคริสเตียน และสุดท้าย อัสสัมชัญ ที่มากับดวงตั้งแต่เกมแรก ก็ได้ผ่านเข้ารอบไปได้ด้วยลูกปิงปองที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีแดง

จบ 45 นาทีแรกของเกมนัดชิงชนะเลิศ แทบมองไม่เห็นว่า อัสสัมชัญ จะพลิกกลับมาเป็นแชมป์ได้เลย เพราะประตูก็ตามหลัง รูปเกมก็ต้องยอมรับว่า กรุงเทพคริสเตียน ทำได้ดีกว่ามาก

แต่ท้ายที่สุด “คนมันจะเกิด อะไรก็ฉุดไม่อยู่”

อัสสัมชัญ ได้ฮีโร่ เป็นกองหน้าจอมถึก สไตล์รถถัง วิ่งสู้ฟัด และเป็นเจ้าของฉายา “เวย์น รูนี่ย์แห่งวงการฟุตบอลนักเรียน” อย่าง “เจ้าไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ ที่แหกด่านแนวรับทีมชาติชุดเยาวชน ซัดแฮตทริคในช่วง 45 นาทีหลัง แบบที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ แม้แต่ตัวผมเอง ที่เป็นกองเชียร์ของอัสสัมชัญ ก็ไม่นึกไม่ฝันว่า มันจะเกิดขึ้นจริงๆ ใน 45 นาทีหลัง

ให้หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่กี่วัน ผมได้นัดเจอกับ “เจ้าไข่ตั้ง” ที่แถวบางรัก ก็คือแถวโรงเรียนเนี่ยแหละ ตอนที่เจอกัน ทำให้ทราบว่า ตอนนี้น้องมันกลายเป็นคนดังกว่าที่ผมคิด ทั้งครู ทั้งเพื่อนนักเรียน ทั้งรุ่นน้อง ต่างก็ทักทาย และแซวเวลาเจอ

“ฮีโร่ชั่วข้ามคืน” มีอยู่จริง

และวันนั้น ก็โชคดีพอสมควรที่ไข่ตั้ง ได้พาเพื่อนสนิทมา นั่นคือ “เจ้าแม็กซ์” จตุรพัชร สัทธรรม แบ็คซ้ายของกรุงเทพคริสเตียน และนั่นก็ทำให้ผมได้ทราบข้อมูลหลายอย่างมากขึ้นกว่าเดิม เอาหละ งั้นผมขอเริ่มเลยละกัน

 

ไข่ตั้ง

 

พิทักษ์ ภาภิรมย์ เป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 3 คน ของครอบครัว ภาภิรมย์ เขาเกิด และเติบโตที่ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ช่วงวัยเด็ก จริงๆ แล้วมีชื่อเล่นว่า “ตั้ง” และไอ้คำว่า “ไข่” เนี่ย มาถูกเติมตอนหลัง …

“เจ้าตั้ง” เป็นเด็กรูปร่างเตี้ย ป้อม ตัน แข็งแรง บึกบึนตามสภาพ เขาชอบเตะบอลตั้งแต่เด็ก จนพออายุแตะหลัก 10 ขวบ คุณครูอนุวัฒน์ อิสระวงษ์ ก็จับเด็กคนนี้ฝึกฟุตบอลที่ โรงเรียนพระกุมารศึกษา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขากับลูกฟุตบอล

“ผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ตอนเรียนที่ พระกุมารศึกษา ครับ ตอนนั้นก็มีเล่นฟุตบอล กับ เรียน ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วพอดีที่ลูกชายของ “โค้ชโต่ย” (ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย) (มือขวาของ มิโลวาน ราเยวัช) เค้าเรียนอยู่ที่เดียวกับผม แกเลยได้โอกาสกลับบ้านมาหาลูก และก็สอนฟุตบอลให้ลูก ทำให้ผมได้เรียนรู้กับแกไปด้วย”

ด้วยอานิสงค์ของการเรียนที่เดียวกับลูกชาย “โค้ชโต่ย” ก็ทำให้ “เจ้าตั้ง” ถูกฝึกฟุตบอลแบบถูกหลัก และจากความขยัน บวกกับทักษะที่พอมี น่าปั้น ก็ทำให้โค้ชโต่ย จับเขาข้ามฟากจากดินแดนที่ราบสูง มาอยู่เมืองหลวงศิวิไลซ์ เพื่อหนทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต ตั้งแต่อายุ 13 ปี

สมัยนั้น เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว “โค้ชโต่ย” มีหน้าที่ดูแลอะคาเดมี่ของสโมสรโอสถสภา เขาจึงได้จับ “เจ้าตั้ง” มาเรียนที่โรงเรียนประเทืองทิพย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในอะคาเดมี่ของ โอสถสภา ในระดับชั้น ม.1 พร้อมๆ กับนักเตะเยาวชนอีกหลายคน อย่าง จตุรพัชร สัทธรรม, ประสิทธิชัย เพิ่ม, นวพล ผูกบุญเชิด และ ธนัด บัวลม

แชมป์ มหานครเกมส์ 14 ปี และ รองแชมป์กรมพลศึกษา 14 ปี ก นี่คือความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่นาน ที่ “โค้ชโต่ย” และ “เจ้าตั้ง” ทำให้กับโรงเรียนประเทืองทิพย์ หลังจากนั้น พอสนิทสนมกันมากขึ้น ก็เป็นโค้ชโต่ยเนี่ยแหละ ที่เริ่มเรียกเด็กชายพิทักษ์ ภาภิรมย์ ในรูปแบบใหม่ว่า “ไอ้ไข่ตั้ง” จนชื่อนี้โด่งดังจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวัย 15 ปี “ไข่ตั้ง” ถูกเรียกติดทีมชาติไทยครั้งแรก ชุดเยาวชน 15 ปี ชิงแชมป์นานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่เมืองเยืองดึก ประเทศเกาหลีใต้ และได้เป็นกัปตันทีมอีกด้วย แถมในปีเดียวกัน เขายังได้ข้ามรุ่นไปยืนกองหน้าให้กับโรงเรียนประเทืองทิพย์ในรายการ ปตท. รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ก่อนจะพาทีมเข้าชิงกับ อัสสัมชัญ ธนบุรี ที่มี ชินภัทร ลีเอาะ และ สรวิชญ์ พานทอง ซึ่งแม้จะจบลงด้วยการได้แค่รองแชมป์ แต่ดาวเตะอายุ 15 รายนี้ ก็ได้รางวัลกองหน้ายอดเยี่ยม มาครอง ทั้งที่แบกอายุถึง 2 ปี

ปีต่อมา โรงเรียนประเทืองทิพย์ ก็สร้างเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อคว้าแชมป์ 16 ปี ก กรมพลศึกษา มาครองได้ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดเลย ภายใต้การร่วมฝึกสอนกันระหว่าง “โค้ชโต่ย” กับ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ อดีตหัวหอกในตำนานของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่ง “ไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ ควบรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในรายการดังกล่าวได้อีกด้วย จากนั้น นักเตะของประเทืองทิพย์หลายคน ได้ถูกจับตาอย่างยิ่งจากโรงเรียนบิ๊กเนมมากมายทั่วไทย โดยเฉพาะโรงเรียนในเครือจตุรมิตร

คราวนั้น โรงเรียนอัสสัมชัญ โดย มาสเตอร์โอภาส ธิราศักดิ์ ก็ไม่รอช้า จัดการดึง 3 นักเตะจาก ประเทืองทิพย์ มาร่วมชายคา “อินทรีแดง” ได้แก่ พิทักษ์ ภาภิรมย์, นวพล ผูกบุญเชิด และ ธนัด บัวลม ส่วน จตุรพัชร สัทธรรม และ ประสิทธิชัย เพิ่ม สองแนวรับ ย้ายไปอยู่กับ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

แม้จะย้ายไปเรียนในโรงเรียนที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดก็ยังคงลงเล่นฟุตบอลร่วมกัน ในลีกเยาวชน อายุไม่เกิน 17 ปี กับสโมสร ซุปเปอร์พาวเวอร์ ซึ่งผมได้ถามไข่ตั้งว่า ฟอร์มในลีกเยาวชนเมื่อปีที่แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง และคำถาามนี้ ก็ทำให้ “เจ้าแม็กซ์” จตุรพัชร ที่นั่งข้างๆ แทรกตอบออกมาเลยว่า มันยิงเยอะ ไอ้นี่มันยิงเยอะสุดแล้ว ปีที่แล้วทีมผม (ซุปเปอร์พาวเวอร์) ยิงได้ 60-70 ลูก ในช่วงรอบคัดเลือก 10 นัด ไข่ตั้งยิงคนเดียว เกือบ 30 ลูกเลยมั้ง (หัวเราะ)”

 

ไข่ตั้ง

 

จากการเล่าของเจ้าแม็กซ์ ทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม พิทักษ์ ภาภิรมย์ ดาวรุ่งในวงการฟุตบอลนักเรียน ถึงถูกเรียกว่า “รูนี่ย์เมืองไทย”

ตอนนั้น ผมกับเพื่อน แยกโรงเรียนกัน แต่ก็ได้กลับมารวมทีมกัน เวลาที่เล่นให้ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ชุดเยาวชน ซึ่งมีโค้ชโต่ยดูแล” ไข่ตั้ง เริ่มพูดถึง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย บุคคลที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของพวกเขา

“โค้ชโต่ย แกเหมือนพ่อเลย ตอนเช้า แกจะคุมพวกเราซ้อมที่สนามซ้อมโอสถสภา แล้วก็ขับรถไปส่งให้ไปเรียน กลางวันแกก็ทำงานให้กับโอสถสภา พอตอนเย็นแกก็ไปคุมสโมสร (ไทยฮอนด้า) แกทำแบบนี้ทุกวัน ดูแลพวกผมทุกวัน แกสอนพวกผมทุกอย่างทั้งเรื่องในสนาม นอกสนาม”

จากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี จนเข้าระดับชั้น ม.6 ปีสุดท้ายของการเรียนมัธยม “เจ้าไข่ตั้ง” ก็ได้สัมผัสทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลประเพณีระดับนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง จตุรมิตรสามัคคี ในครั้งที่ 28 ที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน

พวกผมเคยดูจตุรมิตรนะ เมื่อสามปีที่แล้ว ดูถ่ายทอดสด รอบชิงที่ กรุงเทพคริสเตียน เสมอ อัสสัมชัญ 1-1 ได้แชมป์ร่วมกัน ตอนนั้นยังอยู่ประเทืองทิพย์ กินนอนในสนามธนารมณ์ (สนามซ้อมของโอสถสภา) ไม่มีใครคิดหรอกว่า วันนึงเราจะได้ลงสนามเหมือนในทีวี” เจ้าแม็กซ์ พูดขึ้นมาทันทีที่ผมถามว่า เคยรู้จักจตุรมิตรกันมาก่อนไหม

จากนั้น “ไข่ตั้ง” ก็บอกกับผมว่าแมตช์แรกที่ลงสนามเจอกับ เทพศิรินทร์ ผมกดดันมาก ก่อนลงสนาม ยืนขาสั่นไปหมด ผมไม่เคยเจอคนเยอะขนาดนี้ กองเชียร์เป็นหมื่นคนในสนามศุภชลาศัย มันยิ่งใหญ่มาก อะไรที่เคยเจอมาในบอลกรมพละ หรือ บอลระดับเยาวชน ตัดทิ้งไปได้เลย มันเป็นประสบการณ์ใหม่จริงๆ” (แม้แต่ จตุรพัชร ที่เคยผ่านรายการระดับนานาชาติกับทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 18-19 ปี ก็บอกว่าไม่เคยเล่นท่ามกลางคนเยอะขนาดนี้เหมือนกัน)

“ทุกนัด ผมได้ยินเสียงเชียร์ เสียงตะโกนด่า มันทำให้ผมถูกกระตุ้น บอลอื่นเราเล่นไป มันยังมีหมดแรงนะ แต่รายการนี้ เล่นเท่าไรก็ไม่หมด เสียงมันกระตุ้นให้ผมยังวิ่ง เหมือนกับว่า จบเกมยังวิ่งได้อีกด้วยซ้ำ”

 

ไข่ตั้ง

 

และสุดท้ายก็อย่างที่ทราบกัน “ไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ เด็กน้อยจากอีสาน ก็ได้กลายเป็นฮีโร่ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ซัดแฮตทริคได้คนแรกในรอบชิงชนะเลิศ จตุรมิตรสามัคคี

จากคนที่อาจจะมีคำถามว่า ใครวะ?? ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ กลับกลายเป็นชื่อที่ถูกถามถึง และถูกค้นหามากที่สุดคนหนึ่งในกูเกิ้ลเลยทีเดียว

ดีใจครับที่ทำให้โรงเรียนอัสสัมชัญได้แชมป์ ผมไม่เคยคิดเลยนะว่า ชีวิตของผมจะมาได้ขนาดนี้”

“อนาคตต่อไป ผมก็คงจะใช้ฟุตบอลเนี่ยแหละ เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงครอบครัว และก็จะพยายามสร้างผลงานให้ดีๆ ความหวังสูงสุด ก็อยากติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งครับผม”

ช่วงท้ายของการคุย (ตอนนั้นคุยไปกินข้าวไป) ผมก็ได้พูดคุยเรื่องอนาคตของทั้งคู่ ซึ่งทำให้ผมทราบว่า “เจ้าแม็กซ์” ได้ลงรอยกับทาง ชัยนาท ฮอร์นบิล เรียบร้อย และน่าจะได้ลงสนามในเกมไทยลีก 2018 ที่กำลังจะมาถึง ส่วน “เจ้าไข่ตั้ง” ก็มีสโมสรในไทยลีก มาทาบทามอยู่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท้ายที่สุด ก็จะเป็น “โค้ชโต่ย” ที่จะคอยตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้ เหมือนกับที่เคยฝึกปรือศาสตร์ลูกหนัง และปูทางจนทำให้เขากลายเป็น “ซูเปอร์ฮีโร่อินทรีแดง” แบบวันนี้

 

ไข่ตั้ง

ก่อนจะจากลา “ไข่ตั้ง” บอกกับผมว่า มันชื่นชอบและมี “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เป็นไอดอล … ชอบลีลา ชอบเทคนิค ชอบความครบเครื่อง ชอบความคมของการเข้าทำ ผมเลยบอกมันไปว่า ถ้ามึงอยากเป็นแบบมุ้ยนะ มึงต้องฝึกอีกเยอะๆ เลย กูจะรอดู”

พอผมพูดเสร็จ “ไข่ตั้ง” ก็ยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับพยักหน้าให้ผม จากนั้น ผมก็หันไปบอก “เจ้าแม็กซ์” ซึ่งเป็นขาประจำของทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ว่า ผมจะไปเชียร์พวกเขาที่ประเทศอินโดนีเซีย ในศึกฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ปลายปีหน้า และจังหวะบอกลาเรียบร้อย กำลังจะกลับ “ไข่ตั้ง” ก็แอบบอกผมแบบเขิลอายเล็กน้อยตามสไตล์เด็กนักเตะบอลจากภาคอีสาน ตอนเพื่อนลุกออกไปจากโต๊ะแล้วว่า

ปีหน้า ผมจะพยายามไปอินโดนีเซียกับเพื่อนๆ ให้ได้ หวังว่านะพี่ (หัวเราะ)”

ผมยิ้มตอบ พร้อมบอกให้เพชฌฆาตในกรอบเขตโทษคนนี้ เออ มีเป้าหมาย ให้สู้ต่อไป…

คอยดูกันว่า วันนี้ในปีหน้า ฮีโร่อินทรีแดงคนนี้ จะเดินหน้าต่อไปได้ไกลแค่ไหน
กับถนนลูกหนังอาชีพที่เหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นแบบจริงจัง
และก็หันหลังกลับไม่ได้ซะแล้ว…..

 

“จอน”

ไข่ตั้ง

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports