ดนัย อุดมโชค

 

เมื่อวานที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2560) ผมในฐานะผู้เขียน ได้มีโอกาสไปวิ่งกับ พี่ตูน บอดี้แสลม ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” จำนวน 2 เซต โดยเซตแรกออกตัวจาก คิง พาวเวอร์ ถนนรางน้ำ ใจกลางกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 04.15 น. ถึง The Sense ปิ่นเกล้า เวลาประมาณ 06.40 น. ระยะทางรวมเซตแรก 13 กิโลเมตร โดยประมาณ โดยมีแวะสักการะ พระบรมรูปทรงม้า กับมีพิธีการในโรงพยาบาลศิริราช

หลังจากนั้น ด้วยความอยากลองของ ผมก็ขอวิ่งอีกเซตหนึ่งจาก The Sense ปิ่นเกล้า ออกตัวเวลาประมาณ 08.30 น. (พักราวๆ 2 ชั่วโมง) ถึงที่หมายของเซตสองก็คือ โรงผลิตน้ำประปา มหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ประมาณ 10.30 น. ระยะทางก็ 11.5 กิโลเมตร โดยประมาณ

เบ็ดเสร็จ 2 เซต ผมเดินทางขาสองข้างในระยะที่ไกลที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต ที่จำนวน 24.5 กิโลเมตร ผลก็คือ ปวดขาแบบสุดๆ ขณะที่เขียนนี้ ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้น “เดินให้ตรง” ฮ่าๆ

นอกจากจะก้าวข้ามหลักกิโลของตนเองแล้ว ผมยังรับรู้ถึงความฟิต ความตั้งใจ ความอดทน และการก้าวข้ามความเหนื่อยล้าทุกสิ่งของพี่ตูน บอดี้แสลม อย่างแท้จริง ซึ่งร็อคเกอร์หนุ่ม วัย 38 ปี คนนี้ วิ่งมาแล้วเป็นระยะทางกว่า 1,300 กิโลเมตร ตั้งแต่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และเพิ่งเลยกรุงเทพมหานคร มุ่งขึ้นไปทางภาคเหนือเมื่อวานที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ระหว่างทางที่ผมวิ่ง ผมบังเอิญได้พบกับ “พี่ปิ๊ก” ดนัย อุดมโชค อดีตนักเทนนิสขวัญใจชาวไทย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติไทย ที่ถูกยกว่า ฟิตที่สุดคนหนึ่งเลยในช่วงที่เขาพีค และเทนนิส ประเภทเดี่ยวก็เป็นหนึ่งในกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความสามารถ ไหวพริบ รวมถึงพละกำลัง และความฟิตสุดๆ ในการลงแข่งแต่ละแมตช์

ผมจึงมีหลายคำถามในหัวตอนนั้น (เจอพี่ปิ๊กแถวๆ ประตูทางเข้าโรงพยาบาลศิริราช ทางฝั่งเรือข้ามฟาก) และก็ไม่รอช้า ตามประสาคนชอบซักถามนักกีฬา ซึ่งแกก็ตอบผมมาโดยรวมแบบน่าสนใจหลายสิ่งครับ

“เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมได้มีโอกาสวิ่งกับ พี่ตูน บอดี้แสลม เพราะผมต้องไปๆ มาๆ ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยนานเท่าไรนัก เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวานเอง”

“ผมตั้งใจจะมาวิ่งกับพี่ตูนโดยเฉพาะเลย แต่น่าเสียดายที่วิ่งได้แค่เซตเดียว เพราะต้องไปทำวีซ่าต่อ สำหรับการไปประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นโค้ชในการแข่งขันออสเตรเลีย โอเพ่น”

ปัจจุบัน ดนัย อุดมโชค ผันตัวเองมาเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับ ลู เยน ชุน นักเทนนิสอาชีพชาย ชาวไต้หวัน วัย 34 ปี (มืออันดับ 72 ของโลก ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ “พี่ปิ๊ก” เอง

“วันนี้ ผมแค่วิ่งเซตเดียว ประมาณ 10 โลเศษๆ เพราะฉะนั้น พี่ตูน คือสุดยอดครับ ผมเห็นโครงการนี้ ผมรู้สึกเลยว่า พี่ตูนต้องเป็นคนที่เรียกได้ว่า แข็งแรงมากๆ ฟิตมากๆ ขนาดผมเป็นนักกีฬาเก่า แล้วก็ค่อนข้างที่จะฟิตพอสมควร ผมยังตึงๆ น่องเลยนะ”

“ผมไม่เคยคิดเลยว่า พี่ตูน จะฟิตขนาดนี้ เขากลายเป็นฮีโร่ของคนไทยไปแล้ว ผมได้ข่าวมาว่า เดือนสองเดือนที่ผ่านมา พี่ตูนฟิตซ้อมด้วยการวิ่งอย่างน้อย 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 50 กิโลเมตร เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนมาวิ่งโครงการนี้”

“ผมว่าพี่ตูน ฟิตกว่านักกีฬาอาชีพอีกนะ อย่างผมเนี่ยไม่รู้จะเทียบยังไงเลยนะ อีกห่างไกลเลย” อดีตนักเทนนิสชาย ดีกรีมืออันดับ 77 ของโลก กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ ดนัย อุดมโชค นับเป็นนักเทนนิสชายที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งของเมืองไทย นอกจากการเป็นท็อป 100 แล้ว เขายังเคยผ่านเข้ารอบ 3 รายการระดับแกรนด์แสลมในศึก “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ปี 2007 และคว้าเหรียญทอง ประเภทชายเดี่ยว เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 มาเมื่อปี 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ หลังชนะ ลี ฮุง เต็ก นักเทนนิสจากเกาหลีใต้ ในรอบชิงชนะเลิศ รวมถึง คว้าเหรียญทอง เทนนิส ประเภททีมชาย กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วย

หลังประกาศแขวนแรกเกตเลิกเล่นเมื่อปี 2015 แล้ว ดนัย ก็กลายเป็นโค้ชให้เพื่อนสนิทอย่าง ลู เยน ชุน ตามที่บอกไปข้างต้น และเพิ่งเปิดอะคาเดมี่เทนนิสให้กับเยาวชนที่สุขุมวิท 26 ชื่อว่า DNA Tennis Academy อีกด้วย

 

ชนาธิป

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports