ช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวเต็มที่แล้วนะครับ บนยอดดอยบางแห่งเริ่มเห็นอุณหภูมิลดต่ำลงจนเหลือเลขตัวเดียวกันแล้ว ทำให้แหล่งท่องเที่ยวตามเมืองหนาวทางภาคเหนือ และภาคอีสานเริ่มมีนักท่องเที่ยวไปสัมผัสอากาศหนาวกันคึกคักมากยิ่งขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเลย

ฟุตบอลไทย

เสียดายที่ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ฟุตบอลลีกอาชีพของเรากลับอยู่ในช่วงปิดฤดูกาลซึ่งจะเปิดฤดูกาลแข่งขันอีกครั้งก็เดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม นั่นก็เริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูร้อนไปแล้ว ในฤดูกาลแข่งขันที่ยาวนาน ตามตารางแข่งขันแบบเดิมๆ ที่ทำกันมานานหลายปีแล้วนั้น เราจะมีช่วงที่แต่ละทีมต้องลงทำการแข่งขันถี่ยิบในช่วงฤดูฝนพอดี

ซึ่งนอกจากที่เราต้องเจอกับการเลื่อนการแข่งขันเพราะสนามไม่พร้อม การลงแข่งในสนามที่น้ำท่วมจนแทบจะเล่นฟุตบอลไม่ได้ เราต้องเจอกับจำนวนแฟนบอลที่เข้าชมในสนามลดลงเนื่องจากถ้าไม่ได้เป็นแฟนบอลสายฮาร์ดคอร์จริงๆ ก็น่าจะเลือกการดูการถ่ายทอดสดมากกว่าจะเลือกไปเปียกฝนในสนามฟุตบอล

เมื่อการแข่งฟุตบอลในฤดูฝนไม่เป็นผลดีทั้งต่อความสนุกเร้าใจจากเกมการแข่งขัน และต่อการเข้าชมเกมในสนามของแฟนบอล แต่ทำไมไม่เห็นมีผู้รับผิดชอบในการจัดการแข่งขันคิดริเริ่มที่จะปรับปรุงตรงจุดนี้บ้าง ???

ในยุคที่ฟุตบอลเป็นกีฬาอาชีพเต็มตัว นักฟุตบอลมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเล่นฟุตบอล  และเป็นอาชีพหนึ่งที่การทำงานคือการฝึกซ้อม และการสร้างเสริมสมรรถภาพร่างกาย แถมในปัจจุบันต้องมีการดูแลตัวเอง ดูแลบุคลิกภาพเหมือนๆ กับเป็นดารากันเลยทีเดียว เพราะรายได้ที่นอกจากจะมาจากความเก่งในเชิงฟุตบอลแล้วยังขึ้นกับภาพลักษณ์และหน้าตาด้วยครับ

ช่วงปิดฤดูกาลจึงถือเป็นเวลาที่จะได้พักจากการที่ต้องตรากตรำลำบากจากการฝึกซ้อม และการแข่งขันต่อเนื่องมา 8-9 เดือนตลอดฤดูกาล

IMAGE Action24

อันที่จริงแล้วในช่วงปิดฤดูกาล 2-3 เดือนนั้นจะมีนักฟุตบอลบางส่วนไม่ได้พักเนื่องจากต้องมีภารกิจในนามทีมชาติ อย่างนักฟุตบอลที่มีรายชื่อในชุด U23 ซึ่งหลายๆ คนเป็นตัวหลักในสโมสรอาชีพแล้ว ในเดือนธันวาคมนี้ก็จะมีทัวร์นาเม้นต์อุ่นเครื่องจัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ต่อเนื่องไปถึงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในเดือนมกราคมที่ประเทศจีน ส่วนคนที่ไม่มีภารกิจทีมชาตินั้นส่วนใหญ่ก็จะได้มีเวลาพักผ่อนประมาณ 1-2 เดือน ก่อนที่สโมสรจะทำการเรียกตัวกลับมาฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่อีกครั้ง

หลายๆ คนอาจสงสัยว่านักกีฬาที่มีการฝึกซ้อมประจำจนมีความฟิตเต็มที่นั้นถ้าหยุดซ้อมกี่วันจึงจะทำให้ระดับความฟิตนั้นลดลง

เรื่องความฟิตนั้นสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ได้คือสมรรถภาพการทำงานของปอด และหัวใจในการนำออกซิเจนไปสู่ร่างกาย ถ้าใครที่ฟิตมากกว่าคือคนที่มีการใช้ออกซิเจนที่ได้มาจากการหายใจและการสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายโดยหัวใจได้มีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง

ในเรื่องความฟิตนี้สามารถวัดออกมาเป็นค่าตัวเลขที่สามารถใช้เปรียบเทียบระดับความฟิตได้ มีชื่อเรียกว่า VO2max ซึ่งเมื่อวัดค่าความฟิตหรือ VO2max นี้ในคนคนเดียวกันหลังจากที่หยุดฝึกซ้อมตามปกติ มีข้อมูลพบว่าหลังจากหยุดฝึกซ้อมไปเป็นเวลา 7 วันจึงเริ่มตรวจพบค่าแสดงระดับความฟิตลดลง และจะลดลงเรื่อยๆ ตามจำนวนวันที่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 สัปดาห์ ระดับความฟิตของคนนั้นจะลดลงจนเหลือเท่ากับความฟิตในสภาพที่เขาไม่ได้ออกกำลังกายหรือก็คือ ไม่เหลือความฟิตอยู่แล้วนั่นเอง

ดังนั้นถ้าหากช่วงปิดฤดูกาลนักฟุตบอลไม่ได้มีการฝึกซ้อมเพื่อคงสภาพร่างกายไว้ เมื่อกลับมาเริ่มซ้อมก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ก็จะต้องมีการเริ่มต้นสร้างความฟิต และสภาพร่างกายกันใหม่อีกครั้ง

IMAGE Action24

การเริ่มต้นกลับมาฝึกซ้อมอีกครั้งก่อนเปิดฤดูกาลจึงมักจะเริ่มต้นจากการตรวจสภาพร่างกายโดยละเอียด รวมถึงการตรวจเลือดดูสภาวะต่างๆ อีกด้วย ตรงจุดนี้เป็นส่วนที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ ในประเทศไทยยังไม่ได้ทำกันอย่างจริงจัง และถือเป็นรายละเอียดที่จะส่งผลต่อสภาพร่างกายในระยะยาวได้ เช่น การตรวจหาระดับวิตามินบีในร่างกายที่บางคนคิดว่าไม่น่าจะมีความสำคัญ แต่การขาดวิตามินบีจะส่งผลให้ร่างกายนำพลังงานมาใช้ได้ไม่เต็มที่ และการซ่อมแซมการบาดเจ็บ การฟื้นตัวหลังการแข่งขันยังอาจล่าช้ากว่าคนที่ไม่ได้ขาดวิตามินบี

การเริ่มซ้อมในช่วงแรกหลังกลับจากการพักผ่อนคือขั้นตอนของการเรียกคืนความฟิต และสร้างกล้ามเนื้อใหม่อีกครั้ง ซึ่งการฝึกซ้อมเพื่อเรียกความฟิตนั้นจะทำให้เหนื่อยมาก ปวดเมื่อยตามร่างกาย ดังนั้นเพื่อไม่ให้ต้องมาเหนื่อย และทรมานในการกลับมาซ้อมในสภาพที่ไม่เหลือความฟิต นักฟุตบอลอาชีพส่วนหนึ่งจึงมีการดูแลตัวเองด้วยการจัดโปรแกรมการฝึกซ้อมเพื่อคงสภาพร่างกายและความฟิตให้ยังคงอยู่ ไม่ลดลงมากไปจากช่วงก่อนปิดฤดูกาล

ฟุตบอลไทย

การจะประสบความสำเร็จในกีฬาปัจจุบันนั้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยมีความสำคัญมากๆ เพราะหากสโมสรใดมีการเตรียมการที่ดีในการวางตารางในช่วงปิดฤดูกาลจนถึงการเตรียมความพร้อมช่วงก่อนเปิดฤดูกาลใหม่แล้ว ย่อมจะมีผลการแข่งขันที่ดีทันทีตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลสามารถโกยคะแนนได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล

ความจริงแล้วถ้าฟุตบอลไทยปิดฤดูกาลช่วงฤดูฝนในช่วงที่ฝนตกชุกๆ เช่นเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม การเริ่มกลับมาซ้อมในช่วงเดือนกันยายน หรือตุลาคมซึ่งเป็นการฟื้นฟูสภาพร่างกายและความฟิตที่ถึงแม้จะมีฝนตกอยู่บ้างแต่ก็สามารถทำการฝึกซ้อมในยิมได้ครับ ฝนจึงมีปัญหาต่อการฝึกซ้อมไม่มาก จะส่งผลให้การเตรียมสภาพร่างกายของแต่ละทีมมีความพร้อมเต็มที่เพื่อเริ่มฤดูกาลใหม่ในสภาพอากาสชิลล์ๆ ของฤดูหนาวเมืองไทย จะมีอะไรมีความสุขกว่าการไปเชียร์ฟุตบอลสนุกๆ ในสนามฟุตบอลที่มีอากาศเย็นสบายเหมือนได้ไปดูบอลยุโรปยังไงยังงั้นครับ…

ฝันกันต่อไปจนกว่าจะมีใครคิดจะเปลี่ยนแปลงครับแฟนบอลชาวไทยที่รัก

 

“พี่หมอเอก”

บอลไทย

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports