Sport All Around : ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลของวงการแบดมินตันโลก แต่การพ่ายแพ้ของ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่สาวขวัญใจชาวไทย ต่อ “เด็กสมบูรณ์” อากาเนะ ยามากูชิ มือ 2 ของโลก จากญี่ปุ่น ในรอบรองชนะเลิศ “ดูไบ เวิลด์ ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล 2017 ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ 1-2 เกม บ่งชี้อะไรได้หลายอย่างถึงการปรับรูปแบบการฝึกซ้อมให้สอดรับกับโปรแกรมในปีหน้า

 

ลูกขนไก่

 

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าปีนี้ทีมงานของ รร.สอนแบดมินตันบ้านทองหยอด วางโปรแกรมแข่งขันของ “น้องเมย์” ได้ค่อนข้างดี ไม่หนัก และถี่จนเกินไป ซึ่งช่วยให้เมย์มีเวลาพักฟื้นสภาพร่างกาย พร้อมกับได้ได้ฝึกซ้อมรูปแบบการเล่นใหม่ๆ ออกมา ประกอบกับในปีนี้การเก็บคะแนนอันดับโลก ไม่ได้ซีเรียสเหมือนในรอบปีที่มีการเก็บคะแนนไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ทำให้นักแบดมินตัน และทีมงานผู้ฝึกสอนของหลายชาติมีเวลาสลับคู่ หรือปรับสไตล์การเล่นของตัวเองเพื่อทดลองได้อย่างเต็มที่

แต่โจทย์หลักที่นักแบดมินตันเจอมาโดยตลอดคือปัญหา “เกมสามเร่งไม่ขึ้น” หรือหากต้องเล่น 3 เกม ในหลายๆ แมตช์ติดต่อกันจะสภาพร่างกายจะแสดงอาการได้อย่างชัดเจน

เอาเป็นว่าในปีนี้นักแบดมินตันไทยชุดใหญ่ส่วนใหญ่มีคิวลงแข่งขันรายการระดับ “ซูเปอร์ซีรี่ส์” อย่างน้อย 12 รายการ นี่ยังไม่รวม “ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล” และ “ชิงแชมป์โลก” รวมถึงรายการระดับ “กรังด์ปรีซ์ โกลด์” หรือรายการทีมชาติอย่าง “ซีเกมส์”, ทีมผสม “ชิงแชมป์เอเชีย” หรือ “ชิงแชมป์โลก” อย่าง “สุธีรมาน คัพ” ยังทำให้สภาพร่างกายนักกีฬาเรามีปัญหาหากต้องลงแข่งขัน หรือเจอเกมหนักๆ ติดต่อกัน

มาดูโปรแกรมที่สหพันธ์แบดมินตันโลก(บีดับเบิลยูเอฟ) ได้กำหนดระดับการแข่งขัน และปฏิทินการแข่งขันใหม่ โดยในปี ค.ศ.2018 กันบ้าง บอกเลยว่าถ้าใครเป็นนักกีฬาต้องแข็งแกร่งไม่ใช่น้อยเพราะแบ่งเป็นหลายเกรดมากขึ้น แต่เงินรางวัลเย้ายวนใจสูงขึ้นไปด้วย โดยรายการที่บังคับให้นักแบดมินตันชั้นนำของไทย หรือมือท็อป 10 ของโลก ไปแข่งขันเพื่อสะสมคะแนนทั้งประเภทเดี่ยว และคู่ จะมีดังนี้

 

ลูกขนไก่

 

ระดับที่มีคะแนนมากสุด คือ ระดับ “ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล” แชมป์จะได้ 13,000 คะแนน ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลก หรือ “โททอล บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” วันที่ 30 ก.ค.-5 ส.ค. ที่จีน ซึ่งสหพันธ์ขนไก่โลกปรับศึก “ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล” ให้เป็นระดับการแข่งขันแทน

รองลงมา คือระดับ 2 หรือ “ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์ ออฟ พรีเมียร์” มีแข่งขัน 3 รายการ “ออล อิงแลนด์ โอเพ่น” วันที่ 14-18 มี.ค. ที่อังกฤษ, อินโอนีเซีย โอเพ่น” วันที่ 3-8 ก.ค. ที่อินโดนีเซีย และ “ไชน่า โอเพ่น” วันที่ 18-23 ก.ย. ที่จีน ซึ่งทั้ง 3 รายการมีเงินรางวัลรวม ไม่ต่ำกว่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแชมป์จะได้ 12,000 คะแนน

ขณะที่ระดับ 3 หรือ “ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์” มี 5 รายการ “มาเลเซีย โอเพ่น” วันที่ 26 มิ.ย.-1 ก.ค. ที่มาเลเซีย, เจแปน โอเพ่น” วันที่ 11-16 ก.ย. ที่ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก โอเพ่น” วันที่ 16-21 ต.ค. ที่เดนมาร์ก, เฟรนช์ โอเพ่น” วันที่ 23-28 ต.ค. ที่ฝรั่งเศส และ “ไชน่า มาสเตอร์ส” วันที่ 6-11 พ.ย. ที่จีน โดยแต่ละรายการมีเงินรางวัลรวมไม่ต่ำกว่า 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแชมป์จะได้ 11,000 คะแนน

ส่วนระดับ 4 หรือ “ซูเปอร์ซีรี่ส์” ที่ประเทศไทยของเรา จะได้โอกาสจัดเป็นครั้งแรก รวมมี 7 รายการ ได้แก่ “มาเลเซีย มาสเตอร์ส” วันที่ 16-21 ม.ค. ที่มาเลเซีย, อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส” วันที่ 23-28 ม.ค. ที่อินโดนีเซีย, อินเดีย โอเพ่น” วันที่ 30 ม.ค.-4 ก.พ. ที่อินเดีย, ไทยแลนด์ โอเพ่น” วันที่ 10-15 ก.ค. ที่ไทย, สิงคโปร์ โอเพ่น” วันที่ 17-22 ก.ค. ที่สิงคโปร์, โคเรีย โอเพ่น” วันที่ 25-30 ก.ย. ที่เกาหลีใต้ และ “ฮ่องกง โอเพ่น” วันที่ 13-18 พ.ย. ที่ฮ่องกง โดยจะมีเงินรางวัลรวมขั้นต่ำ 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่รายการที่เกาหลีใต้ ดูจะมีเงินรางวัลโดดขึ้นมาถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแชมป์จะได้ 9,200 คะแนน

ด้านระดับ 5 หรือ “กรังด์ปรีซ์ โกลด์” มีแข่งขัน 11 รายการ แต่จะขอยกรายการที่ประเทศไทยจัดแข่งขันคือ “ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส” วันที่ 9-14 ม.ค.นี้ ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน โดยมีเงินรางวัลรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐเหมือนกันทั้ง 11 รายการ และแชมป์จะได้ 7,000 คะแนน ขณะที่ระดับ 6 หรือ “กรังด์ปรีซ์” รายการที่เราคุ้นหู อย่าง “บิตเบอร์เกอร์ มาสเตอร์ส” ที่เยอรมนี ซึ่งปีนี้นักแบดมินตันไทย ทั้ง “แน็ต” ณิชชาอร จินดาพล และ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล -“วิว” รวินดา ประจงใจ ไปคว้าแชมป์หญิงเดี่ยว และคู่มา ได้นั้น จะลดระดับมามีเงินรางวัลรวม 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ และคะแนนสำหรับแชมป์ 5,000 คะแนน

 

ลูกขนไก่

 

อย่างไรก็ดี นี่ยังไม่รวมรายการของทีมชาติไทย ทั้ง ทีมชาย และทีมหญิง “ชิงแชมป์เอเชีย” และศึกทีมชายและทีมหญิง “ชิงแชมป์โลก” หรือ  “โธมัส-อูเบอร์ คัพ” วันที่ 20-27 พ.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และมหกรรมกีฬา “เอเชี่ยนเกมส์” ครั้งที่ 18 วันที่ 18 ส.ค.-2 ก.ย. ที่อินโดนีเซีย อีก จึงถือว่าโปรแกรมในปีหน้าเป็นปีหฤโหดของนักแบดมินตันไทยโดยแท้ทรู

แต่ถ้ามองอีกมุม สมาคมก็มีทั้งโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นของนักกีฬาในการไปแข่งขันระดับต่างๆ และเงินรางวัลสูงขึ้น แต่สิ่งจำเป็นคือจะทำอย่างไรให้ยืนระยะสภาพร่างกาย และความฟิตได้ตลอดทั้งปี จึงเป็นสิ่งที่ทีมงานผู้ฝึกสอนของแต่ละสโมสร รวมถึงสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ จะต้องวางแผนให้ดี มิเช่นนั้น จะเป็นผลเสียต่อสภาพร่างกายของนักกีฬา เพราะอย่าลืมว่าสหพันธ์ขนไก่โลก ก็จะปรับเงินเป็นขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 175,000 บาท หากนักกีฬาประเภทเดี่ยว 10 อันดับแรก และประเภทคู่ 15 อันดับแรกของโลก ไม่ไปแข่งขันรายการใหญ่ระดับซูเปอร์ซีรี่ส์

 

“เนเน่ เนติ”

ลูกขนไก่

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports