ลิเวอร์พูล เสียสมาธิพลาดหลังต้องเป็นฝ่ายตามตีเสมอ อาร์เซน่อล แม้บุกมานำ 2-0 ก่อนโดนยิงแซง 3 ลูกภายใน 5 นาทีในครึ่งหลัง ทำให้ยังเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ต่อไป

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลชนะรวด 3 นัดหลังที่เจอกันแต่อาร์เซน่อลก็แข็งแกร่งยามเล่นในบ้านฤดูกาลนี้โดยอาร์แซน เวนเกอร์ใส่บรรดาซุปตาร์ลงสนามครบครันไล่มาตั้งแต่อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิลและอเลซองเดร ลากาแซ็ตต์โดยสโคดราน มุสตาฟี่หายเจ็บกลับมาเป็นสำรองได้แล้ว ด้านลิเวอร์พูลไม่ได้กะมาเล่นเกมรับใส่แฟบ โฟร์ลงสนามหมดเลยโดยฟิลิปเป้ คูตินโญ่ถอยลงมาต่ำในตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กับเอ็มเร่ ชานและจอร์แดน เฮนเดอร์สันส่วนแนวรุกเป็นหน้าที่ของซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์และโรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่

เริ่มเกมได้เพียง 10 นาที ทีมเยือนต้องเสีย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีมที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อขาด้านหลังจนเล่นต่อไม่ไหว และต้องส่งเอา เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 14 หงส์แดงได้โอกาสลุ้นประตูจากจังหวะ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ ลองส่องไกลด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 22 ลิเวอร์พูล เกือยได้ประตูนำไปก่อนจากจังหวะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้โยนบอลจากฝั่งซ้ายเลยเสาแรกไปถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้โขกเต็มๆ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังปิดเสาได้ดี

นาทีที่ 26 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจนได้จากจังหวะสวนกลับ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กระชากบอลขึ้นมาทางขวาและลากเข้าเขตโทษก่อนจ่ายเข้ากลางไปติดขา โลร็องต์ กอสเซียลนี่ แนวรับกัปตันทีมปืนใหญ่ บอลแฉลบลอยโด่งไปเข้าหัว คูตินโญ่ ที่ตามเข้ามาโขกเข้าไปง่ายๆ ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

ซาลาห์

นาทีที่ 33 ยังเป็นโอกาสของผู้มาเยือน เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายยัดให้ ฟีร์มิโน่ ในเขตโทษ ก่อนกองหน้าทีมชาติบราซิลจะแตะหนึ่งจังหวะและปั่นด้วยขวาบอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 44 ทีมเยือนเกือบได้ประตูนำห่าง จากจังหวะลื่นและสกัดบอลพลาดของ กอสเซียลนี่บอลไปเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวในเขตโทษแต่ยิงไปติดเซฟ ปีเตอร์ เช็ก บอลกระดอนมาเข้าทาง มาเน ได้กระโดดฮาล์ฟวอลเลย์ซ้ำโล่งๆบอลข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ สกอร์ยัง 1-0 พร้อมจบครึ่งแรก

ครึ่งหลัง นาทีที่ 48 “หงส์แดง” ได้ลุ้นประตูที่สองอีกครั้งจากจังหวะสวนกลับจากลูกเตะมุม เมื่อ ซาลาห์ พาบอลขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษเจ้าถิ่นและจ่ายให้ มาเน่ เคาะคืนให้ คูตินโญ่ แทงกลับมาที่ ซาลาห์ ได้หลุดเข้ากรอบ 18 หลาและได้จังหวะยิงแต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังเซฟไว้ได้

แต่ 4 นาทีถัดมาหงส์แดงมาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จนได้ เมื่อ ซาลาห์ พาบอลขึ้นมาอีกครั้งก่อนฝากให้ ฟีร์มิโน ทางขวา ก่อนจะทำชิ่งคืน ซาลาห์ ที่วิ่งทำทางหลุดไปถึงหน้าเขตโทษและปั่นด้วยซ้ายแฉลบขา มุสตาฟี บอลเปลี่ยนทางเสียบโคนเสาเข้าไป

ต่อมาในนาที 49 เดอะ กันเนอร์ส ได้ประตูตีตื้นเป็น 1-2 จากจังหวะ เอ็คตอร์ เบเญริน ได้เปิดบอลจากทางขวาเข้ามาในเขตโทษ และเป็น อเล็กซิส ซานเชซ วิ่งโฉบแซง โจ โกเมส ที่ยืนเหม่อเข้ามาโขกลงพื้นเข้าไป

3 นาทีถัดมา อาร์เซนอล มาได้ประตูตีเสมอจนได้ จากจังหวะ อเล็กซ์ อิโวบี้ ได้บอลทางขวาก่อนไหลให้ กรานิท ชาก้า ได้ตะบันด้วยซ้ายระยะเกือบ 25 หลาบอลพุ่งส่าย ซิมง มินโญเลต์ ปัดโดนไม่เต็มบอลฮุกเข้าประตูไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2

อาร์เซน่อล

หลังตีเสมอได้สำเร็จเจ้าถิ่นฮึดต่อและมาได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 58 เมื่อกรานิท ชาก้า ออกบอลมาทางซ้ายให้ เมซุต โอซิล พาบอลขึ้นมาพร้อมจ่าบบอลฝากไว้ที่ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ในเขตโทษ ก่อนตามเข้ามารับบอลจากลูกตอกส้นของ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปยิงเสาแรก ปืนใหญ่แซงนำ 3-2

นาทีที่ 68 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะขึ้นเกมทางขวาของ เบเยริน ก่อนเปิดเข้ามาหน้าปากประตูให้ ลากาแซตต์ ชาร์จไปติดแนวรับทีมเยือนบอลข้ามคานออกไป

แต่ นาทีที่ 71 ลิเวอร์พูลได้ประตูตีเสมอ 3-3 จากจังหวะ เอ็มเร ชาน แทงบอลทะลุช่องให้ ฟีร์มิโน ได้พลิกยิงด้วยซ้าย ปีเตอร์ เช็ก ปัดไม่อยู่บอลย้อยเข้าประตูไป

นาทีที่ 78 ปืนโตเกือบได้ลุ้นประตูแซงนำอีกครั้ง เมื่อ โอซิล ไหลบอลเข้าทางขวาของเขตโทษให้ เบเยริน ที่เติใเกมขึ้นมาได้ลองยิงยัดเสาแรกแต่ มินโญเลต์ ยังปัดไว้ได้

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบ 90 นาที อาร์เซนอล เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 3-3 แบ่งกันไปฝั่งละแต้ม เดอะ กันเนอร์สแข่ง 19 นัดมี 34 คะแนนรั้งอันดับ 5 ส่วนหงส์แดงแข่ง 19 นัดมี 35 คะแนนรั้งอันดับ 4 เช่นเดิม

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports