TRUE FOCUS : ถ้าเอ่ยถึง “นักกีฬาอาชีพสาวไทย” ที่โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงที่สุดในปี ค.ศ.2017 แน่นอนว่าต้องมีชื่อของสองพี่น้อง “จุฑานุกาล” ทั้ง “โปรเม” เอรียา และ “โปรโม” โมรียา นักกอล์ฟอาชีพสาวที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะน้องสาว “โปรเม” เอรียา สวิงสาวมือ 6 ของโลก ซึ่งโชว์คว้าแชมป์ “แอลพีจีเอ ทัวร์” รายการสุดท้ายของปีที่มีเงินรางวัลสำหรับแชมป์ถึง 500,000 บาท อย่าง “ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ” จึงส่งให้เธอก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาอาชีพสาวไทยที่ทำเงินรางวัลมากที่สุดในปีนี้

 

นักกีฬา

 

แม้ใน พ.ศ.2560 เธอคว้าไป 2 แชมป์ และอีก 2 รองแชมป์ แต่ก็ทำเงินรางวัลรวมในปีนี้ไปถึง 1,549,858 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 52,695,172 บาท จากการลงแข่งขัน 27 รายการ และไม่ผ่านตัดตัวถึง 6 รายการ แต่ก็ยังน้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเธอกวาดแชมป์ 5 รายการ และทำเงินได้ถึง 2,550,947 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 86,732,198 บาทนั่นเอง

 

นักกีฬา

 

นักกีฬา

 

ขณะที่พี่สาวของ เอรียา อย่าง “โปรโม”โมรียา โปรสาวมือ 21 ของโลก ก็ทำเงินรางวัลเป็นอันดับ 2 เพราะถึงจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยในปีนี้ และจบได้ที่ 2 เพียง 2 รายการ จากที่ลงดวลวงสวิง 28 รายการ แต่เธอไม่ผ่านตัดตัวเพียง 1 รายการเท่านั้น ส่งให้ โมรียา มีรายการสูงถึง 1,320,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 44,910,600 บาท เลยทีเดียว

 

นักกีฬา

 

ด้านอันดับ 3 ยังเป็นของนักกอล์ฟสาวคือ “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ มือ 83 ของโลก ที่ผลงานอาจไม่ได้เปรี้ยงปร้างดังเช่น 2 คนที่เอ่ยมา แต่ก็เก็บเล็กผสมน้อยมาเรื่อยๆ เพราะลงวาดลวดลาย 28 รายการเท่ากับ “โปรโม” แต่ก็จบอันดับกลางๆ และไม่ผ่านตัดตัว 6 รายการ ซึ่งอันดับดีสุดคือที่ 4 ในศึก “ธอร์นเบอร์รี่ ครีก แอลพีจีเอ คลาสสิค” เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

โยกไปที่หนึ่งกีฬายอดฮิตของชาวไทยเวลานี้อย่าง “แบดมินตัน” แน่นอนว่านักกีฬาที่ทำเงินมากสุดคือ “เมย์”รัชนก อินทนนท์ หญิงเดี่ยว มือ 5 ของโลก ซึ่งปี 2017 สาวน้อยจาก รร.สอนแบดมินตันบ้านทองหยอด ลงแข่งขันรายการสะสมคะแนนโลกบุคคล 17 รายการ คว้า 1 แชมป์ รายการระดับที่ใหญ่สุดอย่าง “เดนมาร์ก โอเพ่น ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์” ซึ่งผู้ชนะเลิศได้เงินรางวัลจากรายการนี้ 56,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,856,250 บาท และได้อีก 2 แชมป์ “กรังด์ปรีซ์ โกลด์” ที่นิวซีแลนด์ และ “เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น” โดยแชมป์ 2 รายการนี้รวมกันจะได้ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 612,000 บาท

 

นักกีฬา

 

หาก “รัชนก” ทำผลงานได้ดีเช่นนี้ และไม่ถูกหักค่านั่นนี่ เชื่อว่าปีที่จะถึงนี้เธอจะตกแต่งบ้านหลังใหม่ให้กับคุณพ่อ และคุณแม่ รวมถึงน้องชายได้อย่างเสร็จสมบูรณ์แน่นอน

ปิดท้ายลำดับ 5 ลัก”ลักษิกา คำขำ นักเทนนิสหญิงเดี่ยวมือ 126 ของโลก ซึ่งแม้วงการหวดลูกสักหลาดไทยจะซบเซาไปเป็นเวลานาน แต่เธอก็ยังทำผลงานได้โดดเด่นกว่ามือหวดสาวรายอื่น โดยปีที่ผ่านมาเธอคว้าแชมป์รายการระดับนานาชาติ ที่ อ.หัวหิน และ จ.นนทบุรี ทำให้มีรายได้จากเงินรางวัลรวม 98,018 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,332,612 บาท จากลงเล่นทั้งประเภทเดี่ยว และคู่ไปทั้งสิ้น 17 รายการ โดยเร็วๆ นี้

 

นักกีฬา

 

ก็อย่าลืมส่งกำลังใจให้เธอไปแข่งขันในรอบแรกศึก “แกรนด์ แสลม” แรกของปี “ออสเตรเลียน โอเพ่น 2018วันที่ 15-28 ม.ค.นี้ ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ด้วย เพราะเพียงเข้ารอบแรกประเภทหญิงเดี่ยว หรือรอบ 128 คน ก็มีเงินรางวัลถึง 50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,300,000 บาท แล้ว

อย่างไรก็ดีนี่ยังไม่รวมเงินรางวัลจากการโฆษณาสินค้า หรือ สปอนเซอร์ ที่นักกีฬาอาชีพจะได้รับ รวมถึงการโดนหักจากค่าโค้ช หรือการดูแลจากสโมสรต่างๆ และค่าภาษีอากรที่ต้องชำระในเร็ววันนี้ แต่ถ้าอยู่ในประเทศไม่ถึง 180 วันก็จะไม่เสียภาษีให้กับประเทศไทยแต่อย่างใด แต่ก็น่าคิดว่าเหล่านักร้อง นักแสดงในวงการบันเทิงที่รายได้อาจจะไม่ต่าง หรือมากกว่านักกีฬาเหล่านี้ที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติจะเสียภาษีมาช่วยสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติเท่ากับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับชาติเหล่านี้บ้างหรือไม่

 

“เนเน่ เนติ”

นักกีฬา

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports