TrueID Sports จัดอันดับ 50 นักเตะสุดแกร่ง ที่เล่นอยู่ใน 5 ลีกที่ดีที่สุดในยุโรป ประจำปี 2017 ใครเป็นใคร อยู่อันดับใด เลื่อนไปลงอ่านกันได้เลยครับ

50 นักเตะสุดแกร่ง

 

50. ดาบิด เด เคอา – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เด เคอา เก็บ 25 คลีนชีตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติสเปน เขายังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากหลังเซฟช่วย “ปีศาจแดง” เอาชนะอาร์เซน่อล ในเดือนธันวาคม ด้วยผลงาน 14 เซฟใน 1 เกม นอกจากนี้นายด่านชาวสเปน ยังเคยติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของ PFA 4 ครั้ง และมีชื่อเข้าชิง ฟีฟ่า บัลลงดอร์ ครั้งที่ 20

 

ซูโซ่

49. ซูโซ่ – เอซี มิลาน
หลังการย้ายออกจากลิเวอร์พูล ในปี 2015 ซูโซ่พัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ เอซี มิลาน การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนี้ทำให้เขามีข่าวว่า ต้นสังกัดเก่าเสนอเงินก้อนโตในการดึงตัวกลับ และยังติดทีมชาติสเปนครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

48. เรโม่ ฟรอยเลอร์ – อตาลันต้า
ฟรอยเลอร์ ยิงไป 5 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ในฤดูกาลที่แล้วกับอตาลันต้า และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของ “เดอะ ก็อดเดสส์” และยังพาทีมเอาชนะเอฟเวอร์ตัน ในศึกยูโรป้า ลีก ปีนี้แบบขาดลอย

47. เซอร์เกย์ มิลินโควิช-ซาวิช – ลาซิโอ
หากลองหาชื่อของกองกลางรายนี้ จะพบว่ามีทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลน่า ให้ความสนใจมิลินโควิช-ซาวิช อยู่

กองกลางรายนี้มีส่วนสำคัญในการพาลาซิโอ จบอันดับ 5 ในกัลโช่ เซเรียอา ปีที่แล้ว รวมถึงช่วยให้ทีมเอาชนะยอดทีมของอิตาลีอย่าง ยูเวนตุส 3-2 ในศึกซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

46. มัลคอม – บอร์กโดซ์
ปีกวัย 20 ปีย้ายจากโครินเธียนส์ มาค้าแข้งในแดนน้ำหอมช่วงต้นปี 2016 มัลคอมใช้ความสามารถและทักษะอันโดดเด่น และเวลาปรับตัวอันน้อยนิด เขาเสก 11 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ในปี 2017 จนมียอดทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบาเยิร์น มิวนิค ให้ความสนใจอยู่ตอนนี้

ลีออน โกเรทซ์ก้า

45. ลีออน โกเรทซ์ก้า – ชาลเก้ 04
โกเรทซ์ก้า พาต้นสังกัดชาลเก้ 04 ผงาดขึ้นมาเป็นทีมท็อปในบุนเดสลีก้า อีกครั้ง และมีข่าวเชื่อมโยงกับ “ปีศาจแดง” รวมถึง อาร์เซน่อล อีกด้วย กองกลางวัย 22 ปี พังประตูแรกของตนกับทีมชาติเยอรมันได้ในปีนี้ในศึกคอนเฟเดอเรชันส์คัพ กับออสเตรเลีย ก่อนจะยิงได้อีก 2 ประตูกับเม็กซิโก ในรายการเดียวกัน และพาเยอรมัน คว้าแชมป์ไปครอง

44. มาร์โก้ อเซนซิโอ – เรอัล มาดริด
ทายาทของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในทีม”ราชันชุดขาว” กับวัย 21 ปี อนาคตของ อเซนซิโอ ในถิ่นเบร์นาเบว กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี ทั้งยังโชว์ฟอร์มการเล่นที่น่าจับตามมองในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่สเปนได้รองแชมป์กลับมา

อาริตซ์ อาดูริซ

43. อาริตซ์ อาดูริซ – แอธเลติก บิลเบา
กองหน้าชาวบาสก์ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น แม้ว่าในวัย 36 ปีของ อาดูริซ อาจจะไม่ฟิตมากพอที่จะส่งลงสนามครบทุกนัด

แต่ในฤดูกาล 2017/2018 เขาซัดไป 14 ประตูในทุกรายการให้กับแอธเลติก บิลเบา รั้งอันดับ 5 ของตารางอยู่ในตอนนี้ และเขายังพยายามโชว์ฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะมีชื่อติดทีมชาติสเปนไปลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

42. ลาร์ส สตินเดิ้ล – โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค
ตลอดการแข่งคอนเฟเดอเรชันส์คัพ กองหน้าวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญในการพา “อินทรีเหล็ก” ชูถ้วยใบนี้ด้วยการยิง 3 ประตูใน 4 เกมที่ลงเล่น รวมถึงประตูชัยในเกมนัดชิงกับชิลี นอกจากนี้ในช่วงต้นปี สตินเดิ้ล ยังยิงแฮตทริกแรกในชีวิตการค้าแข้ง ด้วยเวลา 11 นาที พาโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค บุกชนะ ฟิออเรนตินา 4-2 เข้ารอบ 16 ทีมถ้วยยูโรปา ลีก

41. อันเดรีย เบล็อตติ – โตริโน่
เบล็อตติ มีข่าวลือหนาหูว่าจะย้ายออกจากโตริโน่ ตลอดปี 2017 แต่สุดท้ายเขายังคงเล่นอยู่ในลีกแดนมักโรนีต่อไป และโชว์ผลงานสุดยอดตลอดปี 2017 ด้วยการซัดไปมากถึง 21 ประตูจาก 37 นัดรวมทุกรายการ

ริยาด มาห์เรซ

40. ริยาด มาห์เรซ – เลสเตอร์ ซิตี้
มาห์เรซ กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหลังการเข้ามาคุมทีมของ โคล้ด ปูแอล เขายิง 5 ประตู กับมีส่วนร่วมส่งให้เพื่อนยิง 4 ครั้ง เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมปี 2015/2016 จะกลับมามีความสุขในถิ่นคิง พาวเวอร์ อีกครั้ง และกลายเป็นส่วนสำคัญในการพาเลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาสู่เส้นทางการเล่นที่ดีกว่าตอนนี้

39. นาบี้ เกอิต้า – แอร์เบ ไลป์ซิก
กองกลางรายนี้จะย้ายไปลิเวอร์พูลในปี 2018 การโยกย้ายไปยังทีมยักษ์ใหญ่ครั้งนี้มากจากฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจ และพาแอร์เบ ไลป์ซิก ผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลที่แล้วเกอิต้า สามารถแย่งบอลจากคู่แข่งได้เฉลี่ย 2.6 ครั้งต่อเกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางของเชลซี

38. ติโม แวร์เนอร์ – แอร์เบ ไลป์ซิก
21 ประตูในบุนเดสลีก้า 2016/2017 และเป็นนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้แอร์เบ ไลป์ซิก คว้าอันดับ 2 ในปีแรกที่ขึ้นมาเล่นบุนเดสลีก้า รวมๆ แล้วตลอดปี 2017 แวร์เนอร์ ยิงไปมากถึง 30 ประตู ทั้งในสโมสรและในนามทีมชาติ

โกร็องแต็ง โตลิสโซ่

37. โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ – ลียง /บาเยิร์น มิวนิก
กองกลางชาวฝรั่งเศสสร้างความประทับกับลียง และการลงเล่นทีมชาติครั้งแรกภายใต้ยุคของดีดีเย เดช็อง ก่อนจะได้รับโอกาสย้ายมาที่เยอรมันกับทีมดังอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งโตลิสโซ่ ใช้เวลาไม่นานก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นกองกลางตัวหลักให้กับ “เสือใต้” ในปีนี้

36. โจชัว คิง – เอเอฟซี บอร์นมัธ
แฮรี่ เคน, อเล็กซิส ซานเชซ และลูกากู จบฤดกาล 2016/2017 ด้วยตำแหน่งดาวซัลโว 3 อันดับแรก แต่ถ้าลงไล่สาตาลงมาในอันดับ 8 โจชัว คิงยิงไป 16 ประตูเทียบเท่ากับเอแด็น อาซาร์ และพาเอเอฟซี บอร์นมัธ จบด้วยอันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

โทนี่ โครส

35. โทนี่ โครส – เรอัล มาดริด
การเล่นเคียงข้างลูก้า โมดริช ทำให้กองกลางชาวเยอรมันเป็นศูนย์กลางของเรอัล มาดริด โครส มีส่วนสำคัญในการบัญชาการ เกมรุกและรับของมาดริด และพาทีมประสบความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของซีดาน

34. อัลบาโร่ โมราต้า – เรอัล มาดริด/เชลซี
หลังจบลาลีก้า ด้วยผลงาน 15 ประตูกับเรอัล มาดริด โมราต้ามีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนัก แต่ “ปีศาจแเดง” เลือกที่จะเซ็นโรเมลู ลูกากู เข้ามาแทน

และเป็นเชลซี เลือกที่จะจ่ายเงิน 70 ล้านปอนด์เพื่อให้ได้ลายเซ็นกองหน้าชาวสเปนมาครอง ซึ่งโมราต้าไม่ได้ทำให้ต้นสังกัดใหม่รอนานนัก ระเบิด 9 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ให้เชลซีไปเรียบร้อยแล้ว

กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน

33. กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน – สวอนซี/เอฟเวอร์ตัน
สวอนซี อาจจะเสียใจที่เสียกองกลางทีมชาติไอซ์แลนด์ ให้กับเอฟเวอร์ตัน หลังเขายิง 9 ประตูพาทีมจากแคว้นเวลส์ อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามหลังซิกูร์ดส์สัน ย้ายมาเล่นกับเอฟเวอร์ตัน เขายังคงต้องงมหาฟอร์มการเล่นสมัยค้าแข้งในถิ่นลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ให้ได้ก่อน

32. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเกน – บาร์เซโลน่า
แทร์ ชเตเกน เป็นผู้รักษาประตูที่อยู่ในอันดับสูงที่สุด ในลิสต์นี้ คงบอกได้มากพอว่าฟอร์มการเล่นของเขากับบาร์เซโลน่าเป็นอย่างไร นายด่านชาวเยอรมันเสียเพียง 28 ประตูตลอดปี 2017 พร้อมด้วยทักษาะการเปิดเกม ที่สามารถสร้างจังหวะเกมรุกให้กับยอดทีม “บาร์ซ่า” เล่นโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

31. ปอล ป็อกบา – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การขาดหายไปของป็อกบา ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นได้ไม่เหมือนเดิม กองกลางจอมตัดผมรายนี้ ช่วยทีมกลับมาพาทีมชูถ้วยถึง 2 ใบตั้งแต่ฤดูกาลแรกของตน คือเอฟเอ คัพ และยูโรป้า ลีก นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับทีมในฤดูกาลใหม่ด้วยผลงาน 3 ประตู 5 แอสซิสต์ ใน 8 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก

มาเร็ค ฮัมซิค

30. มาเร็ค ฮัมซิค – นาโปลี
ถ้ายูเวนตุส ไม่ได้ถ้วยสคูเด็ตโต้ ในปีนี้ ฮัมซิคน่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ “ม้าลาย” พลาดในรอบหลายปี ซึ่งตอนนี้นาโปลีและอินเตอร์ มิลาน เป็นหนึ่งในสอง สโมสรที่ขับแย่งถ้วยกับยูเวสตุสอยู่ มาเร็ค ฮัมซิค ยังยิงประตูที่ 115 ของตนกับนาโปลี ในนัดที่ชนะโตริโน่ 3-1 ในช่วงเดือนธันวาคม ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูมาที่สุดกับนาโปลี เทียบเท่ากับตำนานของทีมอย่าง ดิเอโก้ มาราโดน่า

29. ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
แม้ว่าดอร์ทมุนด์ จะทำผลงานได้ไม่เข้าเป้านักด้วยการจบที่ 3 เป็นรองบาเยิร์น มิวนิค และแอร์เบ ไลป์ซิก แต่สำหรับ โอบาเมยอง น่าจะเป็นปีที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุดปีหนึ่งในชีวิตการค้าแข้งของเขา ด้วยตำแหน่งดาวซัลโว บุนเดสลีก้า จากจำนวน 31 ประตูที่เขาซัดให้ “เสือเหลือง”

หลุยส์ ซัวเรส

28. หลุยส์ ซัวเรส – บาร์เซโลน่า
อายุที่มากขึ้นของซัวเรส ไม่ได้ทำให้การถล่มประตูของเขาตกลงแม้แต่น้อย แม้ว่าจะมีวันที่ผิดพลาดบ้าง ดั่งเช่นในวันที่เขาไม่สามารถจารึกสกอร์ได้ ในนัดที่ต้นสังกัดเอาชนะ ลาส พัลมาส 3-0 แต่ 31 ประตู ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา คงการันตี ความเป็นเพชรฆาต ของ ซัวเรส ได้เป็นอย่างดี

27. อาแล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ต – อาร์เซน่อล
ลากาแซ็ต ยังสามารถฝากความหวังในการพังประตูเอาไว้ได้ ตั้งแต่อยู่ลียง จนย้ายมาอาร์เซน่อล ด้วยผลงานฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก กับ 8 ประตูจาก 19 เกม แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถสร้างความไว้วางใจกับอาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของทีมได้ก็ตาม

26. อีวาน เปริซิซ – อินเตอร์ มิลาน
เปริซิซ ปิดฉากฤดูกาลที่แล้วด้วยผลงาน 11 ประตู 10 แอสซิสต์ พร้อมข่าวว่ามูรินโญ่ เฮดโค้ชของ “ปีศาจแดง” ต้องการตัว ก่อนดีลจะล้มไปและเขาต่อสัญญาใหม่กับต้นสังกัดไปเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา

ตอนนี้ปีกชาวโครเอเชียกำลังโฟกัสอยู่กับการช่วย “งูใหญ่” ไล่ล่าถ้วยถ้วยสคูเด็ตโต้ หลังห่างหายไปนานถึง 9 ปี

เลรอย ซาเน่

25. เลรอย ซาเน่ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ซาเน่ ใช้เวลาปรับตัวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่เกือบ 1 ฤดูกาลเต็ม หลังฤดูกาลที่แล้วเขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มสมราคา 37 ล้านปอนด์ได้ แต่พอมาในฤดูกาลล่าสุด ปีกชาวเยอรมันทำไป 6 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ มากกว่าที่เจ้าตัวทำไว้ในปีที่แล้วเรียบร้อยแล้ว

การพัฒนาของ ซาเน่ ยังโชว์ออกมาให้เห็นกับทีมชาติเยอรมัน หลังเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ในนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติอังกฤษ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีโอกาสสูงที่จะมีชื่อติดไปลุยฟุตบอลโลก 2018

24. มาร์คัส แรชฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แรชฟอร์ด ติดโผมาเป็นอันดับ 3 ในรางวัลโกลเด้นบอย 2017 ตามหลังคีเลียน เอ็มบัปเป้ และอุสมาเน่ เดมเบเล่ หลังเจ้าหนูจอมเปิดซิงรายนี้โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับ ยูไนเต็ด บวกกับการที่ได้เล่นกับตำนานกองหน้าของโลกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในฤดูกาลที่แล้ว ทำให้แรชฟอร์ด พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นตัวหลักของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ
-อ่าน Mr. Debut : พลิกแฟ้มดูเจ้าหนูจอมเปิดซิง! มาร์คัส แรชฟอร์ด-

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

23. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ – ลิเวอร์พูล
เป้าหมายอันดับ 1 ของบาร์เซโลน่า น่าจะการันตีฝีเท้าและฟอร์มการเล่นของมิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้ กับลิเวอร์พูลได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในช่วงต้นฤดูกาลล่าสุด คูตินโญ่ ดูเหมือนว่าจะงอแงง และดร็อปฟอร์มการเล่นลงไป แต่เมื่อหลายๆ อย่างเข้าที่เข้าทาง “คูตี้” ยิงไป 12 ประตูกับ อีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 19 นัดให้กับลิเวอร์พูลไปแล้ว

22. อเลฮานโดร โกเมซ – อตาลันต้า
“ปาปู้” อาจจะไม่คุ้นสำหรับคนไม่ได้ติดตามกัลโช่ เซเรียอา มากนัก กองกลางตัวรุกชาวอาร์เจนตินา เป็นทั้งกัปตันทีม และตัวขับเคลื่อนเกมรุก ที่สำคัญของอตาลันต้า และพาทีมจบอันดับ 4 ของตารางตีตั๋วไปเล่นยูโรป้า ลีก ด้วยผลงาน 16 ประตู 12 แอสซิสต์ พร้อมทั้งติดธง “ฟ้าขาว” เป็นครั้งแรกในเกมที่ถล่มสิงคโปร์ 6-0

21. เซร์คิโอ อเกวโร่ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ความน่าตื่นตาตื่นใจของ “กุน” ในปี 2017 คือการที่เขายิงทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงหน้า เอริค บรู๊ค ที่ทำไว้ที่ 177 ประตู ซึ่ง อเกวโร่ ยิงประตูที่ 178 ในนัดที่เอาชนะนาโปลี 4-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีก เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แม้ว่าการเข้ามากาเบรียล เฆซุส เมื่อต้นปี จะเป็นคำถามถึงอนาคตของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ รายนี้แต่การโรเตชั่นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะแก้ปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งการฝากผลงานไปแล้ว 12 ประตูในลีกของ อเกวโร่

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

20. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – โรม่า/ลิเวอร์พูล
36.9 ล้านปอนด์ กับคำถามว่าจะปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษได้หรือไม่ หลังไม่สามารถไปต่อกับเชลซีได้ก่อนจะย้ายไปโรม่า แต่ ณ ปัจจุบัน ฟอร์มการเล่นของ ซาลาห์ กับ “หงส์แดง” รวมถึง 5 ประตูในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 และพาทีมชาติอียิปต์เข้ารอบฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายครั้งแรกในรอบ 28 ปี น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด

19. คริสเตียน อีริคเซ่น – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
ถ้าจะหยุดท็อตแน่ม ต้องหยุดอีริคเซ่น คงจะไม่มากเกินหากจะกล่าวเช่นนี้ อีริคเซ่นมีส่วนมากมายกับฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของสเปอร์ส รวมถึงฟอร์มการเล่นของ แฮรี่ เคน

กองกลางชาวเดนิช เป็นกองกลางตัวเลือกแรกของโปเช็ตติโน่ ในการควบคุมจังหวะการเล่นของ “ไก่เดือยทอง” รวมถึงฟอร์มการเล่นที่น่าจดจำในทีมชาติเดนมาร์ก กับการยิงแฮตทริกใส่ ไอร์แลนด์ ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป

กอนซาโล่ อิกวาอิน

18. กอนซาโล่ อิกวาอิน – ยูเวนตุส
อิกวาอิน เป็นนักเตะคนที่ 2 ต่อจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ยิงเกิน 100 ประตู ใน 2 ลีกยุโรป ในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าหลังย้ายเข้ามาเล่นกับยูเวนตุส อิกวาอิน โดนตั้งคำถามถึงน้ำหนักตัวที่มากเกินไป แต่การยิงได้ 2 ประตูจากโอกาส 3 ครั้งในเกมกับเอซี มิลาน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน กองหน้าหมายเลข 9 คนนี้น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาคือกองหน้าอันดับต้นๆ ในโลก และลบข้อครหากับราคาค่าตัวที่สูงถึง 90 ล้านปอนด์ ที่ “ม้าลาย” จ่ายไป

17. อ็องตวน กรีซมันน์ – แอตเลติโก มาดริด
กรีซมันน์ ตอบแทนแอตเลติโก มาดริด ด้วยการเลือกอยู่ช่วยทีมต่อหลัง “ตราหมี” โดนแบนห้ามซื้อขายผู้เล่น ซึ่งกองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้ ยังคงเล่นได้น่าประทับใจ แม้ว่าจะยังเทียบฟอร์มการเล่นอันสุดยอดในปี 2016 ที่พาแอตฯ มาดริด เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และพาฝรั่งเศสเข้าชิง ยูโร ไม่ได้ก็ตาม

16. คาเซมิโร่ – เรอัล มาดริด
หากจะหานักเตะผู้ปิดทองหลังพระสักคนใน “ราชันชุดขาว” ชื่อของ คาเซมิโร่ คงเป็นหนึ่งในนั้น กองกลางตัวรับชาวบราซิล ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเอง พร้อมสถิติการเข้าสกัดมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลาลีก้า (4.1 ครั้งต่อเกม เป็นรอง รูเบน เปเรซ ที่ 4.2 ครั้ง) และยังยิงในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เอาชนะ ยูเวนตุส 4-1

นาบิล เฟคีร์

15. นาบิล เฟคีร์ – ลียง
เฟคีร์ เป็นกองกลางสาย เทคนิค ชั้นดีที่สามารถเล่นได้ทั้งกลางรุก หรือขยับไปเล่นกองหน้าตัวต่ำได้ ตลอดปี 2017 เขาโชว์ฟอร์มอันน่าทึ่งให้แฟนบอลลียง จดจำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซัดแฮตทริกใส่ อาแซด อัลค์มาร์ ในนัดที่ถล่มไป 7-1 และพาลียง กลับมาเป็นทีมใหญ่ในลีกเอิง อีกครั้ง หลังโดน แปเอสเช ครอบงำในลีกเอิงอยู่นาน

14. อเล็กซิส ซานเชซ – อาร์เซน่อล
ลองเดาสโมสรต่อไปของ อเล็กซิส ซานเชซ ว่าจะย้ายไปยังแห่งหนใด ในฤดูกาลต่อไป ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในใจของซานเชซ แต่ไม่ได้ส่งผลการเล่นของเขาให้ตกลงมากเท่าใดนัก

แต่การขาดหายไปของกองหน้ารายนี้ อาจจะเป็นปัญหาให้กับ “เดอะกันเนอร์” หลังเขามีส่วนร่วม 10 ประตูในฤดูกาลล่าสุด และยิงไป 30 ประตูในปีที่แล้ว แน่นอนว่าช่วงครึ่งปีหลังอาจจะไม่ได้สวยงามนักสำหรับกองหน้าชาวชิลี รายนี้ แต่เขาจะกลับมาเข้ารูปเข้ารอย ในปีหน้าอย่างแน่นอน

13. ดาบิด ซิลบา – แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ช่วงปี 2017 แทบจะเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของ ซิลบา หลังพาทีมแมนฯ ซิตี้ ผงาดนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด แม้ว่าซิตี้จะใช้เงินกว่า 43.5 ล้านในการดึง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เข้ามาเป็นตัวแทนของกองกลางชาวสเปนรายนี้ แต่การมีส่วนร่วมถึง 15 ประตูของ “เรือใบสีฟ้า” คงจะบอกได้แล้วว่ายังไม่ถึงเวลาของรุ่นน้องในทีม กับตำแหน่งนี้

เดเล่ อัลลี่

12. เดเล่ อัลลี่ – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
อัลลี่ อาจจะเจอปัญหาในช่วงชีวิตนักบอลวัยรุ่น ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นกำลังหลัก หรือซูปเปอร์สตาร์ อยู่เฉกเช่นเดียวกับเหล่าโกลเด้น บอย ทั้งหลายประสบกันมาโดยตลอด แต่ตลอดครึ่งหลังในฤดูกาล 2016/2017 อัลลี่ยกระดับขึ้นมาเป็น นักเตะสำคัญของสเปอร์ส เรียบร้อยแล้ว

หลังเปิดหัวปี 2017 ด้วยการโหม่ง 2 ประตูช่วงทีมเอาชนะเชลซี และทำ 6 ประตูใน 3 เกมมาแล้ว แม้ว่าในซีซั่น กองกลางทีมชาติอังกฤษจะมีฟอร์มการเล่นที่ดร็อปลงมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยิงไป 7 ลูกกับทำอีก 7 แอสซิสต์ให้ “ไก่เดือยทอง” ไปแล้ว

11. อิสโก้ – เรอัล มาดริด
อิสโก้ ใช้เวลาหลายฤดูกาลหลังย้ายเข้ามาเรอัล มาดริด ในปี 2013 ในการยึดตำแหน่งตัวจริง ในถิ่นเบร์นาเบว 12 เดือนที่ผ่านมา อิสโก้ กลายเป็นนักเตะที่เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปนขาดไม่ได้ จาก 19 ประตูในนามสโมสรและทีมชาติ นอกจากนี้เขายังพัฒนาจนได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังนั่งเป็นตัวสำรองมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2014 และ 2016

เอแด็น อาซาร์

10. เอแด็น อาซาร์ – เชลซี
อาซาร์ โชว์ฟอร์มการเล่นระดับพระกาฬ ในฤดูกาลที่แล้ว ด้วยการพายิง 17 ประตูในทุกรายการ พาเชลซี ของคอนเต้ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของ กุนซือชาวอิตาลี

เขายังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของ PFA 4 ครั้งใน 5 ปี รวมถึงลงสนามในฐานะตัวสำรอง มาช่วย “สิงห์บลู” เอาชนะสเปอร์ส ในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ แม้ว่ากองกลางชาวเบลเยี่ยม จะมีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า จนพลาดการออกสตาร์ท พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แต่ตอนนี้เขายิงไปแล้ว 8 ลูกให้กับเชลซี

9. คีเลียน เอ็มบัปเป้ – โมนาโก/เปแอสเช
สุดยอดปีของดาวรุ่งคนหนึ่งนาม เอ็มบัปเป้ เริ่มต้นจากการก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ของโมนาโก และพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามด้วยการย้ายข้ามฝากไปเล่นกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวมหาศาล และสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุด ด้วยวัย 18 ปี ที่ยิง 10 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งทำลายสถิติเดิม ด้วยอายุน้อยกว่าเกือบ 2 ปี

8. เปาโล ดีบาล่า – ยูเวนตุส
นักเตะที่สวมเสื้อหมายเลข 10 คนล่าสุดของยูเวนตุส ดีบาล่า ยิงแฮตทริกแรกในปีนี้ ในนัดที่ “ม้าลาย” เอาชนะ เจนัว 4-2 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และยังมีข่าวเชื่อมโยงหนาหูกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการคว้าตัวมาช่วยทีมในฤดูกาลถัดไป

เอดิน เชโก้

7. เอดิน เชโก้ – โรม่า
อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบบ้านหลังใหม่ที่น่าอยู่ ในกรุงโรม กับโรม่า เขาคว้ารางวัลดาวซัลโว กัลโช่ เซเรียอา ด้วยผลงาน 29 ประตูในลีก และ 39 ประตูในทุกรายการ รวมถึงยิงการพาตัวเองขึ้นไปติดอยู่ในอันดับ 28 ของฟีฟ่า ฟีฟ่า บัลลงดอร์ ปีล่าสุด

6. เควิน เดอ บรอยน์ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้
กองกลางตัวรุกชางเบลเยี่ยม กลางเป็นกำลังหลัก และโดดเด่นที่สุด ในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดอ บรอยน์ มีส่วนสำคัญที่พาทีมสร้างสถิติชนะติตต่อกัน 18 เกมในพรีเมียร์ลีก และทำไปแล้ว 17 แอสซิสต์ ตลอดปี 2017 เขาขาดเพียงอีก 3 ครั้งจะทำสถิติเทียบเท่า โอซิล ที่ทำไว้ 20 แอสซิสต์ในปี 2015

ดรีส์ เมอร์เท่นส์

5. ดรีส์ เมอร์เท่นส์ – นาโปลี
เมอร์เท่นส์ โชว์ฟอร์มเป็นตัวสำคัญในเกมบุกของนาโปลี ตลอดทั้งปี 2017 กองหน้าวัย 30 ปีรายนี้ ยิงแฮตทริกใส่โบโลญ่า ในนักที่ถล่มไป 7-1 และจบฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยผลงาน 34 ประตู กับ 15 แอสซิสต์ โดยยิงในกัลโช่ เซเรียอา ไป 28 ลูกเป็นรองเพียงเอดิน เชโก้ นอกจากนี้เมอร์เท่นส์ ยังพาฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องมาในฤดูกาลล่าสุด ที่มีส่วนร่วมกับประตูของนาโปลี ไปแล้ว 25 ประตู พาทีมลุ้นแชมป์ลีกกับยูเวนตุส และอินเตอร์ มิลาน อยู่ในตอนนี้

เนย์มาร์

4. เนย์มาร์ – บาร์เซโลน่า/เปแอสเช
กองหน้าชาวบราซิล สร้างสถิติเป็นเจ้าของตำแหน่งนักเตะราคาแพงที่สุดในโลก สงวนราคาที่ 198 ล้านปอนด์ เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะ ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา คงยากที่จะปฏิเสธความเก่งกาจของเนย์มาร์ได้ กับทีมใหม่อย่างเปแอสเช ไม่มีใครที่ชนะการดวลตัวต่อตัว ตลอดปี 2017 ได้มากเท่ากองหน้าวัย 25 ปีรายนี้อีกแล้ว และเขากำลังพิสูจน์ว่าการย้ายมาเล่นในฝรั่งเศส ไม่ใช่เรื่องผิด และพร้อมจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกแล้ว

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – เรอัล มาดริด
เป็นอีกปีที่ของโรนัลโด้ หลังชูถ้วยยูฟ่า แชมเปี้นส์ ลีก เป็นครั้งที่ 3 และได้แชมป์ลาลีก้าเป็นครั้งที่ 2 กับเรอัล มาดริด พวงด้วยตำแหน่งฟีฟ่า บัลลงดอร์ ปีล่าสุด และครั้งที่ 5 ของตัวเอง ในฤดูกาลใหม่ แม้ว่าการจบสกอร์ในลีกจะดร็อปลงไป หลังยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 12 นัด แต่ถ้านับทุกรายการแล้ว ปีกชาวโปรตุเกส ซัดไปแล้วถึง 16 ประตู

ลิโอเนล เมสซี่

2. ลิโอเนล เมสซี่ – บาร์เซโลน่า
เมสซี่ ในเวอร์ชั่นปี 2017 อาจจะไม่หวือหวา เท่าปีก่อนๆ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น เจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัยปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เราอาจจะไม่เห็นเมสซี่กระชากหนีตัวประกบบ่อยๆ แต่เราจะได้เห็นการจ่ายบอล และเล่นที่ชาญฉลาดมากขึ้น เฉกเช่นในเกม เอล กลาซิโก้ ที่ผ่านมา สถิติหลังเกมบ่งบอกว่า เมสซี่เดินในสนามมากถึง 83.1% แต่ก็ยังพาทีมอัด เรอัล มาดริด ได้ถึง 3-0

นอกจากนี้ ตลอดปี 2017 เมสซี่ยิงไปแล้ว 40 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ พาทีมนำเป็นจ่าฝูงลาลีก้าอยู่ในตอนนี้

แฮรี่ เคน

1. แฮร์รี่ เคน – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
เจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดในรอบ 1 ปีปฏิทินของ รวมทั้งสิ้น 55 ประตู จาก 50 เกม มากกว่า เมสซี่ 1 ประตูแต่ลงสนามน้อยกว่า 14 เกม และมากกว่า โรนัลโด้ 2 ประตู ลงสนามน้อยกว่า 9 นัด และเป็นนักเตะสัญชาติอังกฤษ คนแรกนับตั้งแต่ จิมมี กรีฟส์ (1955) ที่ยิงมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ประตูใน 1 ปี
– อ่าน Trust me Im “แฮร์รี่ เคน” !!! ผู้ชายที่คมที่สุดของปี 60 –

รวมถึงการทำลายสถิติยิงมากที่สุดตลอด 1 ปีปฏิทิน ด้วยจำนวน 39 ประตู มากกว่าเจ้าขอสถิติเดิมอย่าง อลัน เชียเรอร์ ที่ทำไว้ 36 ประตูในปี 1995 โดยที่ลงน้อยกว่า 6 นัดและยิงจุดโทษไปเพียง 3 ประตูเท่านั้น

จากการทำลายสถิติถล่มทลายขนาดนี้ คงยากจะจะมีใครปฏิเสธว่า เคน กลายเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันไปแล้ว เป้าหมายต่อไปของเคน คงอยากที่จะชูถ้วยซักใบ เผื่อเป็นเกียรติ ในชีวิต แต่จะชูกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หรือทีมอื่นอย่าง เรอัล มาดริด คงต้องตามข่าวต่อไป

 

ศุภณัฐ

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports