TRUE OPINIONS : ต้องยอมรับนะครับว่า ช่วงคริสต์มาสลากยาวมาถึงปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่น่าหงุดหงิดใจไม่น้อยสำหรับสาวก “ปีศาจแดง”

 

ปีศาจแดง

 

หลังจากทีมร่วงตกรอบลีกคัพด้วยน้ำมือของ บริสตอล ซิตี้ ผลงาน และฟอร์มการเล่นในลีกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแต่ทรุดกับทรุด เริ่มตั้งแต่การโดน “จิ้งจอกสยาม” ทำสยอง ยิงประตูตีเสมอในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ เลสเตอร์ฯ เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนในครึ่งเวลาหลัง

ตกรอบบอลถ้วย ตามมาด้วยเสมอแบบน่าชนะ ไม่แปลกที่ความมั่นใจของทั้งทีมจะหดหาย

สุดท้ายแล้วลูกทีมของ “โชเซ่ มูรินโญ” มากู้หน้าได้บ้างจากการบุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน แต่ก็เก็บแต้มไปได้เพียงแค่ 6 จาก 12 คะแนน ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นงานสบายเท้า หากดูจากชื่อชั้นของทีมที่ต้องเจอ

 

ปีศาจแดง

 

กลายเป็นว่าปัญหาของปีศาจแดงที่เคยยัดไว้ใต้พรม อยู่ดีๆ ก็โดนกระชากออกมาให้สาธารณชนทั้งหลายได้รับทราบกันถ้วนหน้า

เริ่มจาก “กองหน้า” ที่มีตัวเลือกน้อยเกินไป ทำให้ต้องส่ง “โรเมลู ลูกากู” ลงเล่นทุกนัด แม้เจ้าตัวจะอยู่ในช่วงสูญเสียความมั่นใจก็ตาม

ตอนแรกผมก็มองในแง่ดี ที่เหมือนกุนซือชาวโปรตุกีสจะปักหลักเชื่อมั่นในตัวลูกทีมคนนี้ แต่ดูไปดูมามันค่อยๆ สร้างความกดดันให้กับตัว ลูกากู ซะเอง

จากตอนแรกยิงเป็นเข้า ตอนนี้กลายเป็นจับบอลแรกยังลั่นซะอย่างนั้น

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังไม่สมบูรณ์ และล่าสุดต้องพักอีกเดือนไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ดูแล้วยังไงกว่าจะกลับมาเข้าที่เข้าทางก็คงต้องรอท้ายฤดูกาลนู่นเลย ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็เหมือนจะสูญเสียสัญชาตญาณกองหน้าไปแล้ว หลังจาก มูรินโญ่ ชอบจับเจ้าตัวลงเล่นในตำแหน่งริมเส้นมากกว่า

ปัญหาอีกอย่างคือเรื่องของคุณภาพผู้เล่น “ตัวเปิดป้อน” ที่เริ่มจะส่งผลให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในเกมที่ฝั่งตรงข้ามแพ็คเกมรับแน่น 10-11 ตัวในแดนตนเอง

โดยความจริงแล้ว กุนซือชาวโปรตุกีสมีแผนในการเสริมทัพในตำแหน่งปีก แต่ปีศาจแดงดันพลาดเป้าในการดึงตัว อีวาน เปริซิช เข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์ และไม่มีเป้าหมายสำรองแต่อย่างใด

นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ มูรินโญ่ จับผู้เล่นที่ไม่ใช่ปีกธรรมชาติอย่าง มาต้า และมคิทาร์ยาน ลงเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดไปแบบถูๆ ไถๆ วันไหนดีมันก็ดี แต่วันไหนไม่เวิร์คมันก็ขัดหูขัดตาชอบกล

พูดถึง มคิทาร์ยาน ถ้าใครได้ดูฟอร์มในเกมที่เจ้าตัวเจอกับ “เซาท์แธมป์ตัน” เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา คงต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกัน

ใครชอบสบถคำไหน คงได้ออกมากันหมดในวันนั้น

สืบไปสืบมาดูเหมือนเจ้าตัวจะมีปัญหาส่วนตัวที่ส่งผลต่อฟอร์มในสนาม แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรยืนยันแน่นอนในประเด็นนี้ แต่ถ้ายังปล่อยให้มันคาราคาซังหัวใจ คงไม่แคล้วอยู่นานที่สุดก็ซัมเมอร์หน้า

 

ปีศาจแดง

 

โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาแบ่งรับแบ่งสู้ถึงโอกาสที่จะเสริมทัพในช่วงตลาดเดือนมกราคม ด้วยการบอกว่าแม้เขาไม่ชอบช็อปปิ้งในตลาดหน้าหนาวนัก แต่หากมีผู้เล่นที่เขาต้องการ เฮียแกก็พร้อมจะคว้ามาร่วมทัพเช่นกัน หากผู้เล่นคนนั้นเป็นผู้เล่นคนเดียวกับที่แกอยากจะซื้อในช่วงซัมเมอร์

จากคำพูดนี้ ชี้ให้เห็นว่ามูรินโญ่เห็นปัญหา สิ่งที่ทีมขาดหาย และอาจจะต้องแก้ไขหากยังอยากให้ทีมไปถึงเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล เพราะแต่เดิมแล้ว “บิ๊กทีม” จะไม่ค่อยลงตลาดหน้าหนาวมากนักหากไม่จำเป็นจริง ๆ เหมือนกรณีของ ฟาน ไดจ์ กับ ลิเวอร์พูล ที่เป็นข้อยกเว้น

ถ้าถามถึงความคิดเห็นของผม ย้อนไปเป็นช่วงต้นเดือนธันวาคม ผมคงมองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่น่าจะต้องรีบกระโจนลงสู่ตลาดหน้าหนาว ที่มีความเสี่ยงระดับติดตัวแดง ซื้อยากราคาสูง แถมอาจจะไม่ได้เป้าหมายที่แท้จริงอีกต่างหาก

แต่พอผ่านช่วงปีใหม่มา มันอาจจะต้องคิดใหม่ และ (รีบ) ทำใหม่ หลังทีมที่มีอันดับต่ำกว่าเริ่มตีวงล้อมเข้าประชิดมาเรื่อยๆ จากที่เคยคิดว่าจะไป UCL ได้สบายๆ กลับต้องมาลุ้นหนักอีกแล้ว

มันอาจจะถึงเวลาที่ต้องเสี่ยงในการคว้าทำผู้เล่น “สารพัดประโยชน์” ที่สามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มความเป็นทีม คอยหมุนเวียนสับเปลี่ยนยามตัวหลักเจ็บป่วยหรือฟอร์มตก รวมถึงสร้างมิติใหม่ในการเล่น

สารภาพว่าผมเป็นแฟนตัวยงของ “เฟลไลนี่” ในช่วงหลัง เพราะเขาคือผู้เล่นที่ลงมาเปลี่ยนรูปเกมได้อย่างแท้จริง ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่เป็นการเปลี่ยนผู้เล่น แต่ทรงการเล่นยังคงเดิม และการขาดหายไปของกองกลางหัวฟูก็ทำให้ปีศาจแดงเกิดอาการหมดมุขได้ง่ายกว่าเดิม

ยกตัวอย่างกรณี มาร์กซิยาล กับ แรชฟอร์ด ที่ทั้งสองคนนี้มีสไตล์คล้ายกัน การเปลี่ยนตัวกันมันคือการเติม “ความสด” แต่ไม่ได้เพิ่ม “มิติใหม่” ในแนวรุก ฝ่ายตรงข้ามแทบไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการรับมืออะไร เพียงแค่เปลี่ยนคนที่เขาต้องเผชิญหน้าแค่นั้นเอง

 

ปีศาจแดง

 

ในตลาดหน้าหนาว การซื้อผู้เล่นระดับ “โรเตชั่น” ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าไม่โดนโก่งราคาซะสูงเว่อร์ เพียงแต่ต้องลุ้นหน่อยว่าเล่นได้หรือไม่ได้เท่านั้นเอง

หากใครยังจำกันได้ เมื่อฤดูกาล 2006/07 แมนเสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยนำเข้า “เฮนริค ลาร์สสัน” ตำนานชาวสวีดิช เข้ามาสู่ทีมในตลาดเดือนมกราฯ ด้วยสัญญายืมตัวสองเดือนครึ่ง และแม้ว่าจะยิงไปแค่ 3 ประตูจาก 13 นัดทุกรายการ แต่ในปีนั้นถือเป็นการช่วยปีศาจแดงอย่างมหาศาล เนื่องจากปีศาจแดงมีกองหน้าที่พึ่งพาได้แค่ เวย์น รูนี่ย์ เพียงคนเดียว การได้ “ตัวช่วย” มาหมุนเวียนในช่วงโปรแกรมชุกทั้งบอลลีกและบอลยุโรป ทำให้ทีมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกในบั้นปลาย รวมถึงเข้ารอบตัดเชือก UCL และ นัดชิงเอฟเอคัพ

การซื้อผู้เล่นระดับท็อปในช่วงมกราคมอาจจะมีความเสี่ยง แต่หากเป็นผู้เล่นจากทีมระดับรองลงไป อาจจะเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าก็ได้ หากเรานึกถึงชื่อของ หลุยซ์ ซัวเรซ (ที่ตอนแรกถูกวางให้เล่นร่วมกับ ตอร์เรส), ปาทริซ เอฟร่า, เนมันย่า วิดิช (ที่ทั้งคู่มีค่าตัวไม่ถึง 10 ล้านปอนด์) หรือ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่ถูกนำตัวเข้าสู่ทีมในช่วงต้นปีเช่นกัน และออกดอกผลงดงาม

ชื่อของ “มัลคอม” จากบอร์กโดซ์ ถูกโยงเข้ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีกที่ มูรินโญ่ ต้องการ แต่ค่าตัวระดับ 40 ล้านปอนด์ จะเป็นการเสี่ยงเกินไปไหม เป็นเรื่องที่ทีมงานปีศาจแดงจะต้องทำการบ้านให้หนัก

สุดท้ายแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับ โชเซ่ มูรินโญ่ เอง ที่อยากจะเสี่ยงกระโจนลงตลาดนักเตะในตอนนี้ หรือไปตายเอาดาบหน้าในศึกชิงพื้นที่ UCL ซึ่งกำลังเข้มข้นขึ้นทุกที…

 

“BEAM”

ปีศาจแดง

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports