TRUE OPINIONS : ในช่วงเวลาที่ผมทำงานเป็นช่างภาพฟุตบอลให้กับทีมในระดับ T2 เป็นเวลาเกือบ 3 ปี หากไม่นับทีมของตัวเองแล้ว สโมสรที่ผมชื่นชมเป็นการส่วนตัวมากที่สุดคงหนีไม่พ้น พีทีที ระยอง หรือ “พลังเพลิง”

 

พีทีที ระยอง

 

สารภาพตามตรงในฐานะสื่อมวลชน มันมีไม่กี่สโมสรในระดับ T2 หรอกครับ ที่ให้ความรู้สึกว่าไปแล้วต้องอยากไปอีก เพราะระบบในการจัดการของทีมในระดับลีกรองนั้นมักไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการทำงานในระยะยาว จะให้มันออกมาวิลิศมาหราเริดหรูดูดีเหมือนทีมใน T1 คงไม่ได้

แต่ทีมจากกลุ่มทุน ปตท เป็นหนึ่งในข้อยกเว้น

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่ พีทีที ระยอง สเตเดี้ยม เราสามารถรับรู้ได้เลยถึงความยิ่งใหญ่ของสโมสรและระบบการจัดการที่เป็นมืออาชีพ นี่ยังไม่รวมถึงศักยภาพผู้เล่นที่มีทั้งดีกรีและคุณภาพ จนเป็นที่น่าสงสัยของใครหลายคนว่าทำไมสโมสรที่มีทุกอย่างพร้อมขนาดนี้ถึงยังคงวนเวียนอยู่ในระดับ T2

 

พีทีที ระยอง

 

จากประวัติศาสตร์แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “พลังเพลิง” เคยขึ้นไปสูดอากาศบนลีกสูงสุดแค่เพียงครั้งเดียวคือฤดูกาล 2014 ก่อนจะตกชั้นอย่างรวดเร็วด้วยการจบอันดับ 17 ของตาราง

“เศรษฐีน้ำมัน” ใช้เวลาทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่ในระดับรองอีก 2 ฤดูกาล ก่อนที่จะมามีลุ้นตั๋วเต็มตัวอีกครั้งในปี 2017 ที่ทีมขึ้นจ่าฝูงแบบทีมอื่นได้แต่มองตาปริบๆ ฟันธงกันเองว่ายังไงก็หายไปแน่ๆ อีกหนึ่งโควต้า

สุดท้าย พีทีที ระยอง กลับมีหลุดโค้งในช่วงเลกสองหลายนัด โดยเฉพาะ 7 นัดสุดท้ายในลีกที่เก็บชัยนัดเดียว ทำให้จบเพียงอันดับที่ 5 ของตาราง ตามหลังโควต้าเลื่อนชั้นถึง 9 คะแนน

“ทีมอยากขึ้นไทยลีกจริงหรือเปล่า” เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจแฟนบอลพลังเพลิงหลายคน

หากถามว่าแฟนบอลมีสิทธิที่จะคิดไหม แน่นอนว่าก็มีสิทธิ โดยเฉพาะเมื่อทีมเสริมทัพผู้เล่นดีกรี T1 มาแบบจัดเต็ม แต่ผลงานกลับดีแค่เลกเดียว ส่วนเลกสองกลับหลุดฟอร์มแบบเป็นคนละทีม

หากถามในมุมมองของผม ผมมองว่าการตั้งคำถามแบบนี้ก็ดูโหดร้ายไปซักนิด เพราะถ้าลองมาชั่งน้ำหนักกัน ผมกลับมองว่ามันยากนะกับการลงทุนขนาดนี้ แต่จะบอกว่าทีมตัวเองไม่อยากขึ้นไทยลีก

ผลประโยชน์ของการได้ขึ้นไปโลดแล่นใน T1 มันคุ้มค่ากว่าการทำทีมไปวันๆ ในระดับ T2 มากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อเสียงของสโมสร, ฐานแฟนบอลที่จะเพิ่มขึ้น หรือเป้าหมายในเชิงการตลาด ที่นับวันชักจะมีช่องว่างระหว่างลีกสูงสุดกับลีกพระรองมากขึ้นเรื่อยๆ มันจึงยากมากที่จะมองว่าทีมที่มีพร้อมทุกอย่างจะไม่อยากลงเล่นในลีกระดับหัวแถวของประเทศ

 

พีทีที ระยอง

 

หากมองไปรอบ ๆ แล้ว สำหรับฤดูกาล 2018 “พลังเพลิง” ก็ยังคงเป็นทีมแชมป์สำหรับการเสริมทัพดังเช่นเคย

ชื่อของผู้เล่นไทยที่ตบเท้าเข้าสู่รัง พีทีที ระยอง สเตเดียม แทบไม่มีคนไหนที่ไม่คุ้นหูแฟนพันธ์แท้และขาจรบอลไทยเลยซักคน

แน่นอนว่าดีลของ “ตุ้ย” กรวิทย์ นามวิเศษ ปราการหลังดีกรี 5 แชมป์ในปีเดียวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นการเสริมทัพที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั้งลีก หรือการย้ายเข้ามาของดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง “แจ็ค” ปวเรศ อาจวิบูลย์พร รวมถึงการต่อเติมส่วนที่สึกหรออย่างผู้รักษาประตูที่เป็นปัญหาในฤดูกาลที่แล้ว อย่างการกระชากตัว “เจมส์” ภัทร ปิยภัทร์กิติ จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

นอกเหนือจากการคว้าตัวนายด่านสุดท้ายของทีมแล้ว ผมแนะนำให้จับตาการเข้ามาของโค้ชผู้รักษาประตูคนใหม่ให้ดี

 

พีทีที ระยอง

 

แม้จะไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ “อเล็กซานดร้า ดิมิตรอฟ” หรือ “อเล็กซ์” โค้ชผู้รักษาประตูได้ย้ายจาก เชียงใหม่ เอฟซี เข้าสู่ถิ่น พีทีที ระยอง อย่างเงียบ ๆ

ชื่อของ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, ไพโรจน์ เอี่ยมมาก หรือ สรานนท์ อนุอินทร์ ย่อมเป็นที่คุ้นหูของแฟนบอลไทยหลายคน และเชื่อหรือไม่ว่าทุกคนเคยผ่านการโค้ชชิ่งของ “อเล็กซ์” มาแล้วทั้งนั้น

 

พีทีที ระยอง

 

ในส่วนของผู้เล่นต่างชาติ “เวลลิงตัน บรูโน่” ก็ถือว่าเป็นการเสริมทัพระดับบิ๊กเนมอีกรายของ “พลังเพลิง”

จอมทัพชาวบราซิลเหยียบแผ่นดินไทยครั้งแรกโดยการเล่นร่วมกับ “เดนนิส มูเรลโล่” เพื่อนสนิทของเจ้าตัว ที่เหนือสุดแดนสยามอย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

บรูโน่ กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลอย่างรวดเร็ว หลังซัด 10 ประตูให้ทัพกว่างโซ้งฯ ในปี 2016 นำเป็นดาวซัลโวของทีม ก่อนที่จะมีข่าวลือในช่วงปิดฤดูกาลดังกล่าวว่า “เดอะ แรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี จัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ

ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความสัมพันธ์แบบสโมสรพันธมิตร ระหว่าง “กระต่ายแก้ว” และ “พยัคฆ์ล้านนา” ทำให้ เวลลิงตัน บรูโน่ ถูกส่งลงมาโลดแล่นกับ เชียงใหม่ เอฟซี เป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล

แม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวนเป็นพัก ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่เขาลงสนาม เจ้าตัวคือกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของระดับลีกพระรอง และแรงเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ในทุกครั้งที่ร่ายมนต์บนฟลอร์หญ้า

 

พีทีที ระยอง

 

ฤดูกาล 2018 ที่กำลังจะเปิดฉากในเดือนหน้า แน่นอนว่าจากการเสริมทัพปัจจุบัน “พลังเพลิง” ย่อมถูกวางเป็นเต็งหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม T2 ปีนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ โดยเฉพาะเมื่อกวาดตาดูแล้วยังมีอีกหลายทีมที่เตรียมพร้อมสำหรับการฟาดฟันเพื่อพาตัวเองไปจบในสามอันดับแรกให้ได้ตามเป้า

ผมมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่สำคัญมากๆ ของทัพพลังเพลิง

นอกเหนือจากการสู้รบกับอีก 15 ทีมที่เหลือแล้ว “พีทีที ระยอง” ยังต้องรับมือกับความกดดันของแฟนบอลที่คอยตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในการทำทีมเพื่อเลื่อนชั้นสู่ระดับลีกสูงสุดที่นับวันยิ่งขยายวงกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความที่ผมเคยทำงานกับทีมที่ตกอยู่ในสถานการณ์ประมาณนี้มาก่อน ต้องขอบอกว่ามัน “ไม่ม่วน” เอาซะเลย มันมีความรู้สึกเหมือนมีมีดจ่อคออยู่ตลอดเวลา ถ้าเผลอล้มเมื่อไหร่เป็นอันต้องโดนยำเละทุกทีไป ซึ่งความรู้สึกนี้บางทีมันส่งผลความตึงเครียดไปทั้งทีมไม่ว่าจะเป็นสต๊าฟโค้ชหรือนักฟุตบอล

ด้วยความที่ผมชื่นชอบระบบการทำทีมของ “พลังเพลิง” เป็นการส่วนตัว ก็ได้แต่เอาใจช่วยว่าปีนี้จะเป็นปีที่ทางทีมได้รับผลตอบแทนจากความเป็นมืออาชีพ และสร้างความสุขคลายความสงสัยให้กับแฟนบอลระยองทุกท่านได้สำเร็จครับ…

 

“BEAM”

พีทีที ระยอง

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports