พรีวิว พรีเมียร์ลีก : “บิ๊กแมตช์ประจำเดือนมกราคม” เริ่มต้นปี 2018 ในสัปดาห์ที่ 23 ของพรีเมียร์ลีก เป็นการพบกันระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดถิ่นแอนฟิลด์ ต้อนรับจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีวิว พรีเมียร์ลีก

 

โดยเกมคู่นี้ลงแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 เวลา 23.00 น (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง BeIN Sports 1

***********

รายการ : พรีเมียร์ลีก
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 เวลา 23.00 น (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : แอนฟิลด์ (ลิเวอร์พูล / อังกฤษ)
ถ่ายทอดสด :  BeIN Sports 1TrueID App

***********

สภาพทีม “ลิเวอร์พูล”

ลิเวอร์พูล

 

แน่นอนลิเวอร์พูลไม่มีมิดฟิลด์ตัวทำเกมอย่าง คูตินโญ่ หลังย้ายไปบาร์เซโลน่า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม อดัม บ็อกดาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่  และเนธาเนียล ไคลน์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทีมของ คล็อปป์ ได้จะกองหน้าทีมชาติอังกฤษอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่กลับมาลงซ้อมได้แล้ว ประกอบกับดาวซัลโวของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็น่าจะสลัดอาการบาดเจ็บลงเล่นในนัดนี้ได้เช่นกัน

***********

สภาพทีม “แมนเชสเตอร์ ซิตี้”

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

“เรือใบสีฟ้า” จะไม่มีกองหน้าอย่าง กาเบรียล เชซุส ลงเล่นอย่างแน่นอน และอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในการพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน แวงซองต์ กอมปานี, ฟิล โฟเดน และเบนจามิน เมนดี้ ทั้หมดนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของทีมก็หมดสิทธิ์ใช้งานเช่นกัน แต่ข่าวดีคือได้ ดาบิด ซิลบา ที่สะสางปัญหาส่วนตัวกลับมามีสมาธิและลงสนามให้กับทีมได้อย่างแน่นอน

***********

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม (ทุกรายการ)
ลิเวอร์พูล
06 ม.ค. 61 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เอฟเอ คัพ) H
01 ม.ค. 61 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (พรีเมียร์ลีก) A
30 ธ.ค. 60 ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (พรีเมียร์ลีก) H
27 ธ.ค. 60 ชนะ สวอนซี ซิตี้ 5-0 (พรีเมียร์ลีก) H
23 ธ.ค. 60 เสมอ อาร์เซน่อล 3-3 (พรีเมียร์ลีก) A

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
10 ม.ค. 61 ชนะ บริสตอล ซิตี้ 2-1 (คาราบาว คัพ) H
06 ม.ค. 61 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-1 (เอฟเอ คัพ) H
03 ธ.ค. 60 ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 (พรีเมียร์ลีก) H
31 ธ.ค. 60 เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (พรีเมียร์ลีก) A
28 ธ.ค. 60  ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 (พรีเมียร์ลีก) A

***********

สถิติที่น่าสนใจ

 

– ลิเวอร์พูลไม่แพ้ในบ้านให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 14 นัดติดต่อกัน (ชนะ 10 เสมอ 4) และเก็บชัยชนะไปใน 4 นัดหลังสุด
– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะลิเวอร์พูล 5-0 ในนัดแรก สำหรับศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่ “เรือใบสีฟ้า” ไม่สามารถเอาชนะ “หงส์แดง” ทั้งไปและกลับมายาวนานกว่า  80 ปีแล้ว
– “เครื่องจักรสีแดง” เสียเพียง 4 ประตูจาก 13 นัดหลังสุด (ชนะ 7 เสมอ 6) และเก็บได้ถึง 9 คลีนชีต
– เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงประตูใส่ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก มากที่สุดในทีมแมนฯ ซิตี้ (6 ประตูจาก 11 นัด) แต่ 5 เกมที่เขาเล่นในแอนฟิลด์ ยิงนำบอลไปก้นตาข่ายไม่ได้

***********

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โฌแอล มาติป, โจ โกเมซ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เอ็มเร่ ชาน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส, ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, ฟาเบียน เดลฟ์, แฟร์นานดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

***********

บทวิเคราะห์

ลิเวอร์พูล

เป็นเกมแรกที่ไม่มีชื่อของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูล แม้ว่ากองกลางรายนี้จะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนไม่สามารถลงช่วยทีมมาใน 2 เกมก่อนหน้านี้ก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกของกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ที่ย้ายจาก เซาแธมป์ตัน ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ซึ่ง ฟาน ไดจ์ค ประเดิมประตูแรกของตัวเองในเสื้อสีใหม่ กับเกมเอฟเอ คัพที่เฉือนเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 ไปแล้ว

แน่นอนการเข้ามาของฟาน ไดจ์ค จะสามารยกระดับแผงรับของ “หงส์แดง” ได้อย่างแน่นอน และยังจะมีส่วนร่วมกับบทบาทในการเล่นลูกนิ่ง ที่จะเพิ่มความอันตรายให้ลิเวอร์พูล ดั่งที่มาแล้วในเกมเอฟเอ คัพ แต่น่าเสียดายที่ความสามารถในเกมรุกทีมของคล็อปป์ จะตกลงไปหลังเสียกองกลางชาวบราซิลรายนี้ให้กับ “บาร์ซ่า” แม้ว่าในฤดูกาลนี้ชื่อของ คูตินโญ่ จะไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมเท่าที่ควรนักไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการเจ็บ หรืออาการงอแงง ในช่วงต้นฤดูกาล แต่ก็ปฏิเสธ ไม่ได้เช่นกันว่า ยาม “เครื่องจักรสีแดง” มี”คูตี้” อยู่ในทีม มันน่ากลัวจริงๆ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ด้านทีมเยือน ที่ไม่สามารถปิดปี 2017 ได้อย่างสมบูรณ์แบบไปพลาดพลั้งโดนลูกทีมของปู่รอย อุดเอาเสมอไว้ แต่หลังการเสมอ พาเลซ 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็กลับมาเข้ารูป เข้ารอย เดินหน้าเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง แม้ว่าจะขาดกองหน้าอย่าง  กาเบรียล เชซุส ก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิ์ภาพเกมรุกของยอดทีมจากแมนเชสเตอร์ ลดน้อยลงไปอย่างใด กลับกันการเคลียร์ปัญหาส่วนตัว และกลับมาลงทีมอีกครั้งของ ซิลวา เป็นแรงกระตุ้น และปัจจัยสำคัญ ในการเดินหน้าเก็บต่อไปของทีมอย่างแน่นอน

หากเป็นกันตามหน้าสถิติ แม้ว่าแมนฯ ซิตี้ จะถล่มมา 5-0 ในนัดที่แล้วแต่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูลใน แอนฟิลด์ มาแล้วถึง 14 นัดและ ไม่สามารถเอาชนะทั้งไปและกลับได้มาเกือบ 80 ปี ทำให้บรรดากองเชียร์ทั้งหลาย เล็งไปให้กับใจ “หงส์แดง” กันถ้วนหน้า ด้วยความหวังว่าจะเป็นทีมแรกที่ยัดเยียด ความปราชัยให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รู้จักเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ แต่ฟุตบอลไม่ใช่ บัญญัติไตรยางศ์ เวลา 90 นาทีกับลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่อะไรจะเกิดขึ้นเข้าไปติดตามรับชมกันได้ในวันอาทิตย์นี้เวลา 23.00 น. ทางช่อง  BeIN Sports 1 และ TrueID App

***********

ผลสกอร์ที่คาด 

บก.เก้น : ลิเวอร์พูล 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Arm : ลิเวอร์พูล 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Maxzio : ลิเวอร์พูล 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ศุภณัฐ

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports