ข่าวใหญ่ประจำวงการฟุตบอลเยาวชนที่ผ่านมา คือในทัวร์นาเมนต์ โค้ก คัพ ครั้งที่ 20 ประจำปี 2018 บุรีรัมย์ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี อัด ชลบุรี อายุไม่เกิน 19 ปี เละเทะ 6-0 เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ถ้ารวม 2 นัด ฉลามชลจูเนียร์ พ่ายบุรีรัมย์ ด้วยผลสกอร์รวม 0-8 เกิดอะไรขึ้น กับทีมที่ผู้คนต่างยกย่องว่ามีอคาเดมี่ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

โค้ก คัพ ครั้งที่ 20

นักเตะ “ฉลามชลจูเนียร์” ชุดนี้ ชื่อชั้นก็ไม่ได้เล่นๆ ประกอบด้วยนักเตะระดับตัวหลักทีมชาติไทยชุดเล็กอย่าง ชาคร พิลาคลัง, กฤษดา กาเเมน และ สิทธิโชค ภาโส แต่ถ้าไปเทียบกับ “ปราสาทสายฟ้าจูเนียร์” ก็ไม่ได้ต่างกันมาก ซึ่งบุรีรัมย์ ชุดนี้ประกอบไปด้วยนักเตะอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ, สุภโชค สารชาติ, พีฬาวัช อรรคธรรม, ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา ว่ากันตรงๆ สกอร์ 6-0 มันหนักหนาเกินไปที่จะยอมรับกันได้

“ผมไม่โทษสตาฟฟ์โค้ช แต่ผมรู้ว่าเด็กชุดนี้เป็นยังไง เด็กชุดนี้ไม่มีวินัยเลย ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่นอกสนามด้วย มันแย่มาก ผมบอกตรงนี้เลยว่าจากนี้ ใครจะเก่งยังไง ถ้าวินัยไม่ดี ผมเอาออกหมด เช่น หนีเที่ยว, หนีออกจากแคมป์, สูบบุหรี่ หรือ กินเหล้า ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้เราแพ้ สวนทางกับผมที่ทำงานหนัก ทุ่มเท ถึงตี 3 ตี 4”

ข้างบนนี้คือบทสัมภาษณ์ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวสุดขีด จากโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคชลบุรี เอฟซี และประธานเทคนิคทีมชาติไทย หลังเกมที่เด็กที่ตัวเองปั้น โชว์ฟอร์มห่วยจนแพ้เละ (ขอบคุณข้อมูลจาก Goal)

ซึ่งทาง TrueID Sports ก็ไม่รอช้า ได้โอกาสขอผู้คุยกับโค้ช ผู้ปลุกปั้นเด็กบุรีรัมย์ชุดนี้ให้ถล่มชลบุรี ขาดลอย โค้ชผู้นั่นมีนามว่า “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร

อิสระ ศรีทะโร

ถ้าใครยังไม่รู้จักโค้ชหระ ผมจะไล่ประวัติให้ฟังคราวๆ เริ่มต้นจากการเป็นนักเตะทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดฟุตบอลโลกU17 ที่ประเทศอียิปต์ พร้อมประสบการณ์คุมทีมมากมายไม่ว่าจะเป็น สุโขทัย เอฟซี, อาร์มี่ ยูไนเต็ด, ชัยนาท เอฟซี, ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี และทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก่อนจะได้รับโอกาสจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดให้เข้ามาคุมทีมชุดบี ร่วมถึงชุดโค้ก คัพ

ซึ่งประเด็นแรกที่เราได้พูดคุยกับโค้ชหระ คือเกิดอะไรขึ้นกับ ทีมอย่างชลบุรี ที่มีอคาเดมี่ ที่ดีที่สุดในไทย ซึ่งอดีตกองหลังทีมชาติไทย ก็พูดอย่างชัดเจนจากการสังเกตข้างสนามยามคุมทีมคือ เด็กชลบุรีไม่มีวินัย

“อย่างแรกเลยคือเรื่องของวินัยและสภาพร่างกาย รวมถึงความเคยชินในการเล่น เพราะบุรีรัมย์ซ้อมแบบนี้กันมาตลอด ทำให้เด็กเราคงสภาพร่างกายในตลอดทั้งเกม 90 นาที ซึ่งทั้งหมดนี้มันมาจากวินัย เท่าที่เราดูเรานะ แต่ข้างในผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงกัน”

บุรีรัมย์ ยู19

“อีกอย่างดูจากความรับผิดชอบในตำแหน่ง และในรูปแบบการเล่นของเขา ซึ่งมันก็ไปส่งผลต่อพละกำลังของผู้เล่น และมันก็วนไปเรื่องของวินัย ทุกอย่างมันจะสอดคล้องกันหมด”

ถ้าสังเกตจากในเกม ผมยอมรับตามตรงว่าไม่ได้นั่งรับชมเต็ม 90 นาที แต่เท่าที่ไล่หาไฮไลท์ดู และสังเกตได้มาความฟิตของผู้เล่นชลบุรี ต่างกับบุรีรัมย์มาก ลูกที่เสียมีหลายลูกโดยแนวรุกของปราสาทสายฟ้า กระชากบอลแล้ววิ่งแซงเอาดื้อๆ หรือยกตัวอย่างในลูกแรกที่ คีรอน อ้อนชัยภูมิ โหม่งทำประตูขึ้นนำ มาจากจังหวะลูกเซ็ตพีซ ซึ่งมีนักเตะของชลบุรี ยืนมองบอลลอยข้ามหัว แบบไร้ตัวประกบอยู่

“จริงๆ นักเตะของชลบุรี เขามีพื้นฐานฟุตบอลที่ดีนะ แต่อย่างที่บอกมันอยู่ที่ความเคยชินของการฝึกซ้อม ซึ่งมันส่งผลต่อเรื่องพละกำลังและวินัย ไม่ใช่แค่เราบอกเด็ก แล้วเด็กเข้าใจทำตาม แต่มันอยู่ที่การฝึกซ้อมทุกวันๆ ให้เด็กเกิดความเคยชิน เวลาแข่งจริงแม้ว่าตัวเด็กเขาเหนื่อย แต่เขาก็ต้องวิ่งไป เพราะเขาเคยวิ่งไปมาแล้วตอนซ้อม เขาชินแล้วซึ่งแค่เข้าใจอย่างเดียวมันไม่พอ”

โค้ชเฮง

“ผมยังมั่นใจว่า ชลบุรี ยังเป็นอคาเดมี่ที่ดีที่สุดของไทย ในแต่ละอายุ” เป็นอีกหนึ่งคำพูดของโค้ชเฮง ที่ให้สัมภาษณ์กับ Goal Thailand ซึ่งเราก็ได้ถามกับโค้ชหระ เช่นกันว่าคิดเช่นเดียวกับโค้ชเฮงหรือไม่

“ผมคิดว่ามันไม่สามารถมาเปรียบเทียบได้หรอกว่าอคาเดมี่ทีมไหนดีกว่ากัน ทุกๆ อย่างมันแสดงออกมาในสนาม วันนี้เราอาจจะดีกว่า แต่พรุ่งนี้เขาอาจจะชนะเราก็ได้ แต่ผมบอกได้แค่ว่าทุกๆ อย่างมันแสดงออกมาจากการเล่นในสนามอยู่แล้ว”

ประเด็นร้อนต่อมาที่ผมได้พูดคุยกับสุดยอดโค้ชทีมเยาวชนในเวลานี้ก็ ทีมชาติไทยรุ่นต่างๆ รวมถึงการเข้ามาทำงานของ เอคโคโน และเราควรใช้โค้ชไทยหรือต่างชาติคุมทีมเยาวชน

“เท่าที่ได้สัมผัสมา เอคโคโน เข้ามาให้ความรู้และปรับพื้นฐานเด็กได้โอเคนะ และทำทฤษฎีต่างๆ มาสอนเด็ก ทำให้เด็กเคยชิน แต่ถ้าในเรื่องของการแข่งกันผมว่ามันยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่”

เอคโคโน

“จริงๆ โค้ชคนไทยหรือโค้ชต่างชาติมันไม่ได้เกี่ยวอะไรเท่าไหร่หรอก ผมว่ามันก็เหมือนๆ กัน เพียงแต่ว่าโค้ชที่เข้ามาทำตรงนี้ ต้องมีประสบการณ์ และเป็นโค้ชที่มีคุณภาพ เอาแต่เถียงเรื่องต่างชาติหรือไทยผมว่ามันไม่ตรงประเด็น ไม่งั้นโค้ชจากยุโรป มาทำทีมเอเชีย หรือเกาหลีมาทำเวียดนาม ทำไมเขาทำได้ มันไม่เกี่ยวกันหรอก มันอยู่ที่คุณภาพของคนมากกว่า”

อย่างที่โค้ชหระบอก ทีมชาติเวียดนามชุดอายุไม่เกิน 23 ปีใช้โค้ชชาวเกาหลีอย่าง “ปาร์ค ฮัง ซอ” ซึ่งรับหน้าที่คุมทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งพาทีมคว้ารองแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งพลาดท่าแพ้ อุซเบกิสถาน ในช่วงต่อเวลา 1-2 แต่ไทยที่คุมโดย โซรัน ยานโควิช ตกรอบแบ่งกลุ่มโดยยิงได้เพียง 1 ประตู และแพ้รวดรั้งบ๊วยของกลุ่มไป

“สาเหตุที่ U23 ชุดนี้ไม่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าอยู่ที่ความต่อเนื่องมากกว่า คอนเซ็ป หรือรูปแบบมันมีอยู่แล้วแหละ แต่บางทีเราต้องเล่นเพื่อเอาชนะบ้าง สิ่งที่เราอยากได้ ทีมชาติไทยในชุดมันยังแสดงออกมากันไม่ได้ อาจจะเป็นเรื่องของสภาพร่างกายหรือความต่อเนื่อง เราต้องกลับมาทำการบ้านกันว่า ถ้าเราจะเล่นให้ตรงคอนเซ็ป ต้องทำอย่างไร ต้องมาฝึกมาคุยกันให้มากกว่าเดิม”

การทำฟุตบอลเยาวชนต้องมีอะไรมากกว่าเรื่องการแพ้ชนะ การวางรากฐานก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งโค้ชหระก็ยกตัวอย่างทีมชาติญี่ปุ่น รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่เราได้เห็นฟอร์มกันทั้งในศึก M-150 Cup และฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ที่เราได้เห็นการครอบครองเกม และขึ้นเกมของ “ซามูไรบลู” ที่เหนือกว่าไทย แต่ขาดเพียงจังหวะจบสกอร์

ทีมชาติญี่ปุ่น U20

“ส่วนตัวผม ถ้ารุ่นอายุเกิน 16 ปีขึ้นไปเราก็ต้องเล่นแข่งหวังผลแพ้ชนะกันแล้ว แต่ถ้าต่ำกว่านั้นลงไป รูปแบบการเล่นมันต้องได้ก่อน แล้วมันจะส่งผลต่อยอดขึ้นมายังรุ่นต่อไปๆ อย่าง 19 ปีนี้ก็ถือว่าเป็นฟุตบอลระดับผู้ใหญ่แล้ว บางคนติดทีมชาติ หรือลงให้ทีมสโมสรกันหมดแล้ว ผมยกตัวอย่างทีมชาติญี่ปุ่น U20 (ญี่ปุ่นส่งเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีลงในนาม U23) มี 2 อย่างที่เขาแสดงออกมาให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งเลย คือการสร้างเกมและการครอบครองบอล ซึ่งเป็นทักษะและการเล่นที่ฝึกกันยากที่สุด ที่เขาเหลือเพียงการทำประตูที่ยังไม่ดีพอ ซึ่งอีกปีหรือสองปี เขามาแน่ เขาทำได้แน่ แต่ทีมชาติไทยเรายังจับอะไรไม่ได้เลยไง แม้ว่าเราจะชนะ ชนะมา เรื่อยๆ  มาแต่รูปแบบการเล่นเรายังไม่ได้”

นอกจากนี้เราได้ถามความเห็นถึงการทำงานของโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ในฐานะประธานเทคนิคทีมชาติไทย ว่าสอบผ่าน หรือไม่ เนื่องจากมีเสียงจากแฟนบอล ออกมาขับไล่ให้รับผิดชอบผลงาน หลังบอลเด็กไทย รวมถึงชุดยู 23 พากันฟอร์มห่วย จนโดนคู่อริตลอดกาลอย่าง เวียดนาม แซงหน้าไปแล้ว

โค้ชเฮง

“ถามว่าพี่เฮงสอบผ่านในการเป็นประธานเทคนิคไหม ผมก็ตอบยากนะแต่เท่าที่ดูจากคอนเซ็ป ที่เขาให้มาเป็นรูปแบบสากลอยู่แล้ว แต่เราหรือโค้ชแต่ละคนทำให้เกิดผมออกมาไม่ได้ อาจจะเป็นเรื่องของความรู้ เรื่องของรูปแบบ หรือวิธีการ อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะว่าแต่ละชุดเราก็ไม่รู้ว่าเขาซ้อมกันยังไง ผมก็เข้าใจว่ามันต้องอาศัยเวลาให้นักฟุตบอลเข้าใจ ที่สำคัญคือมันต้องให้ทุกคนมานั่งคุยกัน ว่าจะทำอย่างไรให้มันไปได้เร็วที่สุด และประสบความสำเร็จที่สุดสำหรับคนไทย แต่ทุกอย่างมันก็อยู่ที่ผลงานในสนามและก็โทรฟี่ ที่ทีมได้มา”

ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน คำกล่าวนี้ยังใช้ได้เสมอ ผลงานในสนามจะเป็นตัวบอกทุกอย่างได้เอง

“Maxzio”

ศุภณัฐ

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports