เต้ BlackPearl : ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ 2 เรียกว่าค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียว แต่ละสโมสรมีการซื้อ-ขายโยกย้ายนักเตะกันมากมาย โดยเฉพาะวันท้ายๆ ก่อนปิดตลาดที่มีเรื่องให้พูดถึงกันค่อนข้างมาก ซึ่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะเป็นลีกที่การย้ายตัวฮือฮามากที่สุด ส่วนกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และลา ลีก้า สเปน ถือว่ามีการย้ายกันประปรายพอสมควร ในขณะที่บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่ปกติไม่ค่อยนิยมทุ่มเงินอยู่แล้วค่อนข้างเคลื่อนไหวกันน้อย

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมเลยถือโอกาสรวบรวมดีลสำคัญๆ ในตลาดนักเตะช่วงวินเทอร์ของซีซั่นนี้มาให้อ่านว่ามีการย้ายทีมของผู้เล่นคนไหนที่เป็นบิ๊กดีลกันบ้างครับ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

เยอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจทุ่มเงิน 75 ล้านปอนด์คว้าตัว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร พร้อมสร้างสถิติกลายเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก เพื่อหวังให้เข้ามาแก้ปัญหาเกมรับของทีมหงส์แดง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หงส์แดงใช้ความพยายามในการตามตื๊อตามจีบอยู่นานจนคว้าตัวมาได้ในที่สุด

ฟาน ไดจ์ค ลงประเดิมสนามให้กับทีมได้อย่างสวยหรู เมื่อโหม่งประตูพาทีมคว้าชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในศึกเอฟเอ คัพ ที่ผ่านมา ทำสถิติยิงประตูได้ตั้งแต่ลงเล่นนัดแรก ตามรอยแข้งดังของทีมอย่าง เควิน คีแกน, โรเจอร์ ฮันท์, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ไมเคิ่ล โอเว่น, หลุยส์ ซัวเรซ, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ซาดิโอ มาเน่ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์

อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทในเกมที่ได้เลย ยามที่ “วีวีดี” ลงสนาม ดูแล้วอาจต้องให้เวลาเจ้าตัว ในการปรับจูนกับแนวรับ และผู้รักษาประตูของทีมอีกสักระยะ

 

*********** 

 

รอสส์ บาร์คลีย์ จาก เอฟเวอร์ตัน ไป เชลซี

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

รอสส์ บาร์คลีย์ เกือบได้ย้ายมาร่วมทีมเชลซีในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรก หลังทั้งสองทีมตกลงค่าตัวกันได้ที่ 35 ล้านปอนด์ โดยมีรายงานว่านักเตะได้เดินทางมาถึงสนามฝึกซ้อมเพื่อทำการตรวจร่างกายแล้ว แต่เจ้าตัวเกิดเปลี่ยนใจกลางคัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ตลาดเปิดเดือนมกราคม ดาวเตะวัย 24 ที่กำลังจะหมดสัญญาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค หลังจบฤดูกาลนี้ แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะไม่ต่อสัญญากับทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน ส่งผลให้ เอฟเวอร์ตัน ไม่มีทางเลือกจำต้องรับข้อเสนอจากทีมสิงห์บลูส์ในที่สุด แต่คราวนี้ค่าตัวลดลงเหลือเพียง 15 ล้านปอนด์เท่านั้น

บาร์คลี่ย์ ตกลงเซ็นสัญญา 5 ปีครึ่งกับ เชลซี โดยเจ้าตัวได้สวมเสื้อหมายเลข 8 ซึ่งในอดีตเป็นของ แฟรงค์ แลมพาร์ด อีกด้วย นับได้ว่าการย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ในอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้

 

***********

 

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จาก ลิเวอร์พูล ไป บาร์เซโลน่า

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

นี่ก็เป็นอีกรายที่เรื่องการย้ายทีมคาราคาซังมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ก่อนในที่สุดเจ้าตัวจะได้ขึ้นยานแม่สมใจ ย้ายมาร่วมทัพ บาร์เซโลน่า ในที่สุดด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญายาว 5 ปีครึ่ง ทำสถิติเป็นผู้เล่นที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 และแพงที่สุดหากนับเฉพาะช่วงตลาดหน้าหนาว

จอมทัพชาวบราซิเลียนได้สวมเบอร์ 14 อันเป็นเบอร์ของ โยฮัน คลัฟฟ์ (ครอยฟ์) ตำนานชาวดัตช์ผู้ล่วงลับ แม้ในช่วงแรกเจ้าตัวจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ล่าสุดก็ได้รับโอกาสลงสนามเกมแรกเป็นที่เรียบร้อย ในเกมเปิดรัง คัมป์ นู ถอนแค้น เอสปันญ่อล 2-0 ในศึก โกปา เดล เรย์ รอบ 8 ทีมสุดท้าย อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงลงสนามเป็นสำรองในนาทีที่ 68 แทนที่ของ อันเดรส อีเนียสต้า ส่วนจะคุ้มค่ากับเงินที่ บาร์ซ่า จ่ายไปหรือไม่ คงต้องพิสูจน์กันด้วยผลงาน และโทรฟี่

 

***********

 

ธีโอ วัลค็อตต์ จาก อาร์เซน่อล ไป เอฟเวอร์ตัน

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

บทบาทของ ธีโอ วัลค็อตต์ ในทีม อาร์เซน่อล เริ่มลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เมื่อเจ้าตัวไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่ อาแซน เวนเกอร์ คาดหวังไว้ พัฒนาการในเรื่องฝีเท้าที่เหมือนจะสิ้นสุดลงแค่นี้ บวกกับการมาของแนวรุกตัวใหม่ๆ ทำให้ซีซั่นนี้เจ้าตัวพึ่งได้รับโอกาสลงสนามในลีกไปเพียง 6 นัดเท่านั้น นั่นทำให้เจ้าของฉายา “ดาวรุ่งตลอดกาล” ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ในที่สุด ปิดฉาก 12 ปีที่ค้าแข้งกับ “เดอะ กันเนอร์ส”

สำหรับค่าตัวของ วัลค็อตต์ คาดว่าน่าจะอยู่ที่ราวๆ 20 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญาอยู่ในถิ่น กูดิสัน พาร์ค 3 ปีครึ่งด้วยกัน ทั้งนี้กองหน้าวัย 28 ปี ระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ตนเลือกย้ายไปเล่นให้กับทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินคือการที่ทีมมี เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้ารุ่นพี่ในทีมชาติอังกฤษเล่นอยู่ ส่วนผลงานของ วัลค็อตต์ ถือว่าเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว หากเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง บางทีประตูสู่ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติอังกฤษอาจเปิดขึ้นอีกครั้ง

 

***********

 

การย้ายสลับขั้วของ อเล็กซิส ซานเชซ และเฮนริค มติทาร์ยาน

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

อเล็กซิส ซานเชซ ตัดสินใจปฏิเสธการต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล จนตกเป็นข่าวอย่างหนักในการเตรียมย้ายมาเล่นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้ไม่สำเร็จแต่ “เรือใบสีฟ้า” ยังเป็นตัวเต็งที่จะคว้าดาวเตะทีมชาติชิลีไปร่วมทัพในช่วงวินเทอร์ แต่เรื่องพลิกกลับตาลปัตร เมื่อสุดท้ายเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองที่คว้าดาวเตะทีมชาติชิลีมาร่วมทีม พร้อมมอบค่าเหนื่อยให้กว่า 5 แสนปอนด์

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

แต่กว่าดีลนี้จะสำเร็จก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร เมื่อทาง อาร์เซน่อล อยากได้ตัว เฮนริค มคิทาร์ยาน กองกลางส่วนเกินของทัพปีศาจแดง มาเป็นส่วนหนึ่งของดีลนี้ ซึ่งทีแรกดาวเตะทีมชาติอาร์เมเนีย อิดออดไม่อยากย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่สุดท้ายทุกอย่างคุยกันลงตัว การย้ายทีมสลับขั้วจึงเกิดขึ้น

มคิทาร์ยาน ได้ย้ายไปสวมเบอร์ 7 แทน อเล็กซิส ซึ่งเชื่อว่าค่าเหนื่อยจะมากกว่าของเดิมซึ่งรับ 1.4 แสน ปอนด์/สัปดาห์ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาเป็น 1.75 แสน ปอนด์/สัปดาห์ ด้วยสัญญาถึงปี 2021 ถือว่าจบแบบวิน-วินกันทั้ง 2 ฝ่าย

 

***********

 

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จาก ลิเวอร์พูล ไป เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

หลังจากแทบไม่ได้ลงสนามในชุดหงส์แดงของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ตัดสินใจย้ายทีมเพื่อโอกาสลงเล่น และลุ้นมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปลุยรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

ดีกรีของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ถือว่ายังขายได้ เมื่อมีข่าวโยงกับน้อยใหญ่ หลายทีมทั้งในและนอกประเทศทั้งกับทีมในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อย่าง อินเตอร์ มิลาน และโรม่า รวมถึง เซบีย่า ในลา ลีก้า สเปน นอกจากนี้ยังมีทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง นิวคาสเซิ่ล, เวสต์แฮม และเซาธ์แฮมป์ตัน ต่างให้ความสนใจคว้าตัวศูนย์หน้าจอมเซิ้งไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ของ อลัน พาร์ดิว ที่เข้าวินคว้าตัวศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษไปครองแบบเหลือเชื่อ

ดีลนี้ทำเอา ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หัวเสียเป็นอย่างมาก เนื่องจากติดต่ออย่างจริงจังไปเป็นทีมแรกๆ ถึงขั้นวางคิวตรวจร่างกายไว้แล้ว ทว่ากลับโดนเบี้ยวซะอย่างงั้น โดย สเตอร์ริดจ์ ให้เหตุผลว่าอย่างกลับไปเล่นใกล้บ้าน เนื่องจากพื้นเพครอบครัวของเขาเป็นชาวมิดแลนด์

ส่วนหงส์แดง ได้เงินมาใช้สบายๆ 2 ล้านปอนด์เป็นค่ายืมตัว แถม “เดอะ แบ็กกี้ส์” ยังต้องจ่ายค่าเหนื่อยจำนวน 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้อีกต่างหาก

 

***********

 

อายเมริค ลาปอร์เต้ จาก แอธเลติก บิลเบา ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

แม้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้จะทำสถิติสวยหรู ไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 22 นัด นอกจากเกมรุกสุดดุดันแล้ว ปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่เกมรับที่แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย เมื่อทีมปรับแนวรับใหม่หมดด้วยการทุ่มเงินซื้อ เอแดร์สัน นายทวารทีมชาติบราซิลมาเฝ้าเสา รวมถึงฟูลแบ็คสองข้างอย่าง ไคล์ วอร์คเกอร์ และดานิโล่

อย่างไรก็ตามในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยังมองเห็นจุดที่ต้องแก้ เมื่อ กัปตันตัวจริงอย่าง กอมปานี ยังเดินเข้าออกโรงพยาบาลมากกว่าสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ส่วน จอห์น สโตนส์ ยังไว้ใจไม่ได้เต็มที่ เมื่อมีลูกโฉ่งฉ่างให้เห็นตลอด การหาผู้เล่นเข้ามาแบ่งเบาภาระของ นิโกล่าส์ โอตาเมนดี้ น่าจะช่วยเสริมให้ทีมประสบความสำเร็จในช่วงบั้นปลายฤดูกาล นั่นทำให้ก่อนปิดตลาดนักเตะกุนซือหัวเหม่งจัดการทุบคลังสโมสรเซ็นสัญญาคว้าตัว อายเมริก ลาปอร์เต้ ปราการหลังฝรั่งเศสจาก แอธเลติก บิลเบา เข้ามาร่วมทัพด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติใหม่สโมสร 57 ล้านปอนด์

โดยเจ้าตัวโชว์คลาสให้เห็นทันทีหลังจากย้ายมา และร่วมซ้อมกับทีมใหม่ได้เพียงวันเดียว เมื่อ เป็ป กวาร์ดิโอล่า มอบความไว้วางใจให้กับลูกทีมคนใหม่ลงสนามทันที ในเกมเปิดบ้านพบเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แถมเจ้าตัวโชว์ผลงานได้ดีพาทีมคว้าชัย 3-0 เก็บคลีนชีทได้สำเร็จอีกด้วย

 

***********

 

นักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ย้ายร่วมทีมในลา ลีก้า สเปน

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

สมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบีย จับมือกับ ลา ลีก้า สเปน ด้วยการส่งนักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบียมาเล่น และฝึกซ้อมเก็บประสบการณ์ในแดนกระทิงดุ ก่อนกลับมาช่วยทีมชาติทำศึกฟุตบอลโลก 2018 โดยส่งให้กับ 7 สโมสร ประกอบด้วย 3 สโมสรจากลา ลีก้าอย่าง บียาร์เรอัล, เลกาเนส และเลบานเต้ รวมถึงอีก 4 สโมสรจากเซกุนด้าลีกอย่าง สปอร์ติ้ง กิฆอน, นูมานเซีย, ราโย บาเยกาโน, เรอัล บายาโดลิด ที่ขานรับนโยบายลา ลีก้า

โดยโครงการนี้จะมีสโมสรเซ็นสัญญากับ 9 นักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบีย และอีก 2 แข้งระดับเยาวชน ตามข้อตกลงเบื้องต้นด้วยสัญญายืมตัวระยะสั้น 6 เดือน โดยสหพันธ์ลูกหนังซาอุดิอาระเบียจะรับผิดชอบค่าจ้างทั้งหมดของนักเตะ นั่นหมายความว่าสโมสรเหล่านี้จะได้ตัวนักเตะไปใช้ฟรีๆ แถมแต่ละทีมจะยังได้เงินตอบแทนอีกราว 1 ล้านยูโรด้วย

อย่างไรก็ สหภาพนักเตะสเปน (AFE) ได้ออกมาวิจารณ์ และไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว ลีกสเปนว่าให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าเรื่องกีฬา พร้อมออกแถลงการณ์โจมตีทันทีว่า “ธุรกิจรูปแบบใหม่นี้ให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าเรื่องของกีฬา”

ส่วนโครงการนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ คงต้องวัดที่ผลงานของทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

***********

 

ลูคัส มูร่า จาก เปแอสเช ไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

ลูคัส มูร่า ถือเป็นปีกตัวหลักของปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาตลอดในช่วง 4 ปีหลังสุด อย่างไรก็ตาม การมาของ เนย์มาร์ และคีเลียน เอ็มบัปเป้ ส่งผลให้เจ้าตัวไม่มีที่ว่างในทีมอีกต่อไป การย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงสนามจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบสอง ลูคัส มูร่า ตกเป็นข่าวกับหลายทีมในยุโรป แต่การที่เจ้าตัวแสดงเจตจำนงอยากมาเล่นในเกาะอังกฤษ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ เป็นตัวเต็งในการคว้าตัวปีกแซมบ้ามาร่วมทัพ

อย่างไรก็ตาม ปลายทางของลูคัส ไม่ได้อยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อ ปีศาจแดง เลือกไปคว้าตัว อเล็กซิส ซานเชซ เข้ามาเสริมแนวรุก ทำให้สุดท้ายกลายเป็น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ได้รายเซ็นของเจ้าตัวมาในช่วงก่อนปิดตลาดนักเตะวันสุดท้าย ด้วยค่าตัวราว 25 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญายาวถึงปี 2023 พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 27 ให้กับไก่เดือยทอง

การเข้ามาประสานงานกับ แฮร์รี่ เคน และซอง เฮือง-มิน น่าจะช่วยให้ สเปอร์ส มีเกมรุกที่น่ากลัวขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่

 

***********

 

ดีลเก้าอี้ดนตรีของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และมิชี่ บาตชูอายี่

 

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

เริ่มจากการที่อาร์เซน่อลจำเป็นต้องหาตัวตายตัวแทนหลังการเสียอเล็กซิส ซานเชส ไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้ายก็เป็น โอบาเมยอง ที่ได้ย้ายมาร่วมทีมในที่สุดหลังจากตกเป็นข่าวมาตลอดสัปดาห์ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรที่ 56 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติเดิมของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ที่ซื้อมาจาก โอลิมปิก ลียง เมื่อช่วงซัมเมอร์ในราคา 45 ล้านปอนด์ลงเป็นที่เรียบร้อย โดยศูนย์หน้าทีมชาติกาบองเซ็นสัญญาระยะเวลา 3 ปีครึ่ง พร้อมรับค่าเหนื่อย 180,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์สูงที่สุดในสโมสรขณะนี้

หลังจากที่ ปืนใหญ่ได้ โอบาเมยอง เข้ามาแล้ว ทำให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมได้ ซึ่งก็เป็น เชลซี ที่คว้าตัวศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสเข้ามาร่วมทีมสมใจ ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 18 เดือน หลังจาก อันโตนิโอ คอนเต้ กำลังมองหาศูนย์หน้าตัวเป้าเข้ามาเสริม เพื่อแบ่งเบาภาระของ อัลบาโร่ โมราต้า

ซึ่งเอาจริงๆ แฟนสิงบลูส์คงไม่ได้แฮปปี้กับดีลนี้ซักเท่าไร เนื่องจากมองว่าผลงาน ชิรูด์ ไม่ได้ฝากผีฝากไข้อะไรได้มากนัก จนตกเป็นตัวสำรองของ อาร์เซน่อล ไปแล้วในช่วงหลัง แต่หากมองโลกในแง่ดี ก็น่าจะดีกว่าการไปคว้า แอนดี้ แคร์โรลล์ หรือ ปีเตอร์ เคร้าช์ อย่างที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้

การมาของ ชิรูด์ ทำให้ มิชี่ บาตชูอายี่ ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยี่ยม ต้องย้ายไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสัญญายืมตัว แทนที่ของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หลังจากผลงานของเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในระดับที่ เชลซี ตั้งความหวังไว้ ดูไปดูมาดีลนี้จะไปคล้ายๆ กับการเทรดสามทีมในบาสเกตบอล NBA ซะมากกว่า ส่วนทีมไหนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน คงต้องไปวัดกันในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้…

 

“เต้ BlackPearl”

ตลาดซื้อขายนักเตะ

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports