เต้ BlackPearl : กว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ ริยาด มาห์เรซ ปีกทีมชาติแอลจีเรีย หายตัวไปจากทีมเลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากอกหักไม่ได้ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันสุดท้ายก่อนปิดตลาดนักเตะรอบ 2 กลายเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของเจ้าตัวในขณะนี้

 

มาห์เรซ

 

เส้นทางการของ มาห์เรซ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ริยาด มาห์เรซ ย้ายมาร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ หลังจาก สตีฟ วอลช์ (คนละคนกับอดีตกัปตันทีมเลสเตอร์ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลของ เอฟเวอร์ตัน) แมวมองของทีมเดินทางไปดูฟอร์มของ ไรอัน เมนเดส นักเตะของทีม เลอ อาฟร์ แต่เกิดปิ๊งฟอร์มของ มาห์เรซ แทน จนเกิดการดึงตัวมาเล่นในช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบสอง

ครึ่งปีแรกของ มาห์เรซ ปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษได้ดี มีส่วนพา เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ มาครอง พร้อมพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้งในรอบ 10 ปี

ฤดูกาลต่อมาได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก มาห์เรซ ฉายฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนเป็นที่เกรงขามของทีมคู่ต่อสู้ พร้อมมีส่วนพาทีมรอดตกชั้นได้อย่างเหลือเชื่อ จนมีชื่อติดทีมชาติแอลจีเรีย ไปลุยฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

2015-16 นี่คือซีซั่นที่ดีที่สุดของ มาห์เรซ รวมถึงประวัติศาสตร์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาเลียน ที่พลิกจากทีมหนีตกชั้น ขึ้นมาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ มาห์เรซ ยังคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของสมาคมฟุตบอลอังกฤษมาครองอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย นั่นทำให้มาห์เรซเริ่มได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปเพิ่มขึ้น แต่ทีมก็ยังพยายามรั้งปีกแอลจีเรียให้อยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไป เนื่องจากต้องลุยฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 

มาห์เรซ

 

หลังจากรับใช้ทีมมากว่า 3 ปี เป็นกำลังหลักพาทีมขึ้นสู่จุดสูงสุด ผ่านรสชาติมาทั้งหนีตกชั้น, พาคว้าแชมป์ลีก ได้เล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดของยุโรป มันคงถึงเวลาแล้วที่เจ้าตัวจะก้าวไปสู่สโสมรที่ใหญ่กว่า เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพค้าแข้ง ในที่สุด มาห์เรซ ออกมาประกาศขอย้ายทีมหลังจากมีข่าวได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล และโรม่า โดยวันสุดท้ายก่อนปิดตลาดช่วงซัมเมอร์  มาห์เรซ ได้รับอนุญาติให้เดินทางออกมาจากแคมป์ทีมชาติแอลจีเรีย เพื่อมาเคลียร์เรื่องการย้ายทีมโดยเฉพาะ แต่สุดท้ายดีลต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น และ มาห์เรซ ยังคงต้องก้มหน้าก้มตาเล่นให้กับทัพจิ้งจอก (สยาม) ต่อไป

เวลาล่วงเลยมา 4 เดือน ตลาดนักเตะหน้าหนาวเปิดขึ้นอีกครั้ง มาห์เรซ ยังคงยืนยันเจตนาของตัวเองด้วยการเอ่ยปากขอย้ายทีมอีกครั้ง คราวนี้เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจดึงปีกทีมชาติแอลจีเรียรายนี้มาร่วมทีม เนื่องจากทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต้องมาเสีย เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมัน ที่บาดเจ็บพักร่วม 6-7 สัปดาห์ โดยยื่นข้อเสนอราวๆ 65 ล้านปอนด์ แต่ก็ถูกจิ้งจอกสยามบอกปัดพร้อมเรียกเงินเพิ่มขึ้นเป็น 95 ล้านปอนด์ จนสุดท้ายเรือใบสีฟ้าตัดสินใจถอนสมอออกไปในที่สุด เรื่องนี้ทำเอา มาห์เรซ ไม่พอใจต้นสังกัดเป็นอย่างมาก

เพื่อนสนิทของ มาห์เรซ ได้เปิดเผยว่าแข้งวัย 26 ปีรู้สึกหมดอาลัยตายอยากมากกับการตัดสินใจไม่รับข้อเสนอสุดท้ายของ แมนฯ ซิตี้ นั่นเป็นสาเหตุให้ มาห์เรซ ยังไม่มารายงานตัวฝึกซ้อมกับ จิ้งจอกสีน้ำเงิน จนกระทั่งเปลี่ยนใจในที่สุด….

“สำหรับสโมสร นี่คือการตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม เราต้องเคารพการตัดสินใจของสโมสร”

“เรื่อง ริยาด เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากสำหรับเรา แต่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดตอนนี้คือเราต้องเดินหน้าต่อ และมีสมาธิกับเกมต่อไป ผมหวังว่า ริยาด จะลบทุกอย่างออกจากหัวสมอง และกลับมาอยู่กับเราอีกครั้ง เพราะเขาคือนักเตะคนสำคัญของเรา เราต้องการเค้ากลับมาอยู่ร่วมกับทีมครั้งหลังจบเรื่องราวเหล่านี้” นี่คือคำกล่าวของ โคล้ด ปูแอล ก่อนหน้านี้

ส่วน แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษของทีมกล่าวสนับสนุนการกลับมาของ มาห์เรซ เช่นกัน หาก มาห์เรซ เลือกเปลี่ยนใจกลับมาร่วมทีมอีกคำรบ

“พวกเรารอการกลับมาของ ริยาด ไม่มีต้องสงสัยเลยว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของเรา มันขึ้นอยู่กับตัวเค้า, เอเย่นต์ และสโมสรที่ต้องตกลงกัน แต่เราพร้อมต้อนรับเขากลับมาร่วมทีม”

สังเกตได้ว่า แม็คไกวร์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อเป็นแข้งใหม่ที่พึ่งย้ายมาร่วมทีมเป็นฤดูกาลแรก ความสนิทสนมคงไม่เท่ากันแข้งซีเนียร์ที่ร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่ลีกรอง ที่ถึงตอนนี้ยังไม่มีแข้งเก๋าออกมาพูดถึงเรื่องของ มาห์เรซ แต่อย่างใด มีรายงานว่าหลายคนออกอาการไม่พอใจ และโมโหกับการกระทำของ มาห์เรซ อยู่เหมือนกัน ยิ่งทำให้ในสถานการณ์ที่หาก มาห์เรซ กลับมาจริงๆ เชื่อว่าบรรยากาศอาจจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็เป็นได้

ล่าสุดเรื่องไปถึงสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ หรือ พีเอฟเอ ที่พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย ช่วยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น พีเอฟเอ กำลังจับตามองสถานการณ์ของแนวรุกชาวแอลจีเรีย กับสโมสรว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร

“เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เสนอทางเลือกในการช่วยเหลือของเราไปยังสโมสรถึงการแก้ปัญหาเรื่อง มาห์เรซ และหวังว่าเราจะมีเวลาในการแก้ปัญหา แต่ตนนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบ” กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานพีเอฟเอ ระบุ

 “เราจะเข้าไปไกล่เกลี่ยในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันเป็นที่รู้กันถึงเรื่องที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการเขา มันไม่เกิดขึ้นและเกิดการโต้เถียงที่เกิดจากทั้งสองฝ่ายซึ่งทำให้สถานการณ์ยากขึ้น”

 

มาห์เรซ

 

ถึงขณะนี้ มาห์เรซ ยังเหลือสัญญากับ เลสเตอร์ อีก 2 ปีครึ่ง โดยเกมสุดท้ายที่เขาลงสนามคือนัดชนะ วัตฟอร์ด 2-0 ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 20 มกราคม และบังเอิญว่า เลสเตอร์ มีคิวบุกเยือน แมนฯ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้พอดี ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า มาห์เรซ ไม่น่าจะพร้อมลงสนามในเกมนี้แน่ แล้วหลังจากนี้ มาห์เรซ จะเลือกทางไหนดี?

 

***********

 

1.ยอมรับความจริงแล้วกลับมาช่วย เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยความเป็นมืออาชีพอีกครั้ง แม้ใจไม่ได้อยู่ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมแล้วก็ตาม

2.ยึด ดีเอโก้ คอสต้า เป็นไอดอล โดยไม่กลับมาที่สโมสรอีก นอนอยู่บ้านชิลๆ 4 เดือน แล้วรอย้ายตอนสิ้นฤดูกาล

3.ตกลงให้ เลสเตอร์ ขายเลยตอนนี้ แล้วไปร่วมซ้อมกับทีมใหม่ แม้ลงสนามไม่ได้แล้วในฤดูกาลนี้

 

***********

 

ดูแล้วทางไหนก็มีแต่เสียกับเสียสำหรับ ริยาด มาห์เรซ ในตอนนี้ แม้จะน่าเห็นใจอยู่ก็ตาม เมื่อเจ้าตัวก็ทุ่มเทให้กับสโมสรอย่างเต็มที่แล้วตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่หากเจ้าตัวเลือกก้มหน้าก้มตาทำผลงานต่อ เคารพสัญญาที่เซ็นไว้กับ เลสเตอร์ อย่างมืออาชีพ อดใจรออีกสักครึ่งซีซั่น ไหนๆ ก็ไม่ได้ย้ายแล้ว น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เชื่อว่าถึงตรงนั้น เลสเตอร์ น่าจะไม่ขัดขวางการย้ายทีมของ มาห์เรซ เป็นแน่ อย่างไรก็ตามเรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ ก็คงต้องเดินหน้าต่อไป

…ส่วน มาห์เรซ ตัดสินใจถูกหรือไม่กับเหตุการณ์นี้ รอติดตามกันต่อไปครับ

 

“เต้ BlackPearl”

มาห์เรซ

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports