จอน : ปิดตลาดนักเตะไปแล้วสำหรับ ไทยลีก ซีซั่น 2018 เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรอบตลาดลูกหนังไทย ที่ทั้งฝุ่นตลบ และเรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

 

ช้างศึก

 

แม้ไทยลีกปีนี้ จะได้ต้อนรับแข้งต่างชาติดีกรีงามหลายคน รวมถึงมีโควตาอาเซียนไว้ให้ลุ้นกัน แต่ไฮไลท์ที่ช่วงชิงพื้นที่ข่าวได้มากที่สุด เห็นจะเป็นการย้ายตัวของนักเตะดีกรีทีมชาติไทย ที่ย้ายกันเยอะมากจนจัดทีมได้เลยทีเดียว

บ้างก็ย้ายไปลีกบิ๊กเบิ้มของเอเชีย บ้างก็เตรียมไปบินที่ลีกยุโรป บ้างก็ย้ายในราคาที่ปฏิเสธไม่ได้ บ้างก็นักเตะระดับไข่ในหินของทีมเดิม บ้างก็โฉบตัดหน้าชนิดที่แฟนบอลตั้งตัวไม่ทัน

และนี่ คือ การจัดทีมแข้งดีกรีทีมชาติไทย ที่ย้ายตัวในตลาดนักเตะไทยลีก รอบล่าสุด ในระบบ 4-3-3

 

***********

 

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สู่ โอเอช ลูเวิน (ลีกรองของเบลเยียม)

 

ช้างศึก

>>> อ่าน <<< 
 EXCLUSIVE : “To the Brave Dreamer” รางวัลแด่คนช่างฝัน
“กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์”

 

ข่าวดังต้อนรับปีใหม่ เมื่อ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เจ้าของฉายา “กวินทร์ บินได้” ย้ายจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สู่ โอเอช ลูเวิน ทีมดังในลีกรอง เบลเยียม ซึ่งมีเจ้าของเป็นกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และที่สำคัญ นายทวารดีกรีกัปตันทีมชาติไทยรายนี้ ไม่ได้ย้ายแบบยืมตัวซะด้วย สัญญาถาวรถึง 5 ปี เลย และตอนนี้เหล่าแฟนคลับของ “เจ้าตอง” ต่างเฝ้ารอการลงสนามนัดแรกของเขาอย่างใจจดใจจ่อ

 

***********

 

เควิน ดีรมรัมย์
ตำแหน่ง แบ็คซ้าย
จาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี สู่ การท่าเรือ เอฟซี

แบ็คซ้ายเลือดไทย-สวีดิช คือ สุดยอดนักเตะระดับไข่ในหินของ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะย้ายทีม แต่เมื่อเงิน 40 ล้านบาท บวกความต้องการส่วนตัวที่อยากย้ายทีมของนักเตะเกิดขึ้น ดีลที่ยากก็กลับง่ายในทันที ต้องคอยดูว่า ฟอร์มของ “เควิน” จะสะเด่าสะใจแฟน “แสด-น้ำเงิน” แค่ไหนในถิ่นคลองเตย

ประทุม ชูทอง
ตำแหน่ง เซนเตอร์ฮาล์ฟ
จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สู่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ชีพจรลงเท้าอีกครั้งสำหรับ “เจ้าทุม” อดีตกองหลังทีมชาติไทย วัย 34 ปี ซึ่งเพิ่งช่วย “กว่างโซ้งมหาภัย” คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนหมดสัญญากับทีม และเป็น “ราชันมังกร” ที่คว้าตัวไปร่วมทัพ โดยคาดว่าน่าจะได้จับคู่กับ โจเอล ซามี่ และด้วยความเก๋า อ่านเกมขาด มีลูกบู๊ถึงลูกถึงคน ทำให้คาดว่า ทั้งคู่จะกลายเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่ผ่านยากถึงยากมากที่สุดอีกคู่หนึ่งของไทยลีก

 

ช้างศึก

 

ประวีณวัช บุญยงค์
ตำแหน่ง เซนเตอร์ฮาล์ฟ
จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี สู่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “เจ้าบิ๊ก” ประวีณวัช บุญยงค์ ถูกปล่อยยืมตัว หลังเคยถูก ชัยนาท ฮอร์นบิล กับ การท่าเรือ เอฟซี เช่าตัวไปใช้งานมาแล้ว แต่ครั้งนี้มันดูต่างกว่าครั้งอื่นเหลือเกิน เมื่ออดีตดาวซัลโวร่วม ซีเกมส์ 2013 ได้ย้ายมาสู่บิ๊กเนมอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางความงุนงงของแฟนบอล เนื่องจากเจ้าตัวมักถูกมองว่า เป็นกองหลังร่างใหญ่ ที่มีความอวบอ้วน และเชื่องช้า แต่ “ปราสาทสายฟ้า” เองก็เคยเจียระไนกองหลังจนกลายเป็นเพชรมาแล้วหลายคน ดั่งปรากฏการณ์ กรวิทย์ นามวิเศษ กับ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ได้กลายเป็นตัวเลือกของทีมชาติชุดใหญ่เลย

มงคล ทศไกร
ตำแหน่ง แบ็คขวา
จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สู่ โปลิศ เทโร เอฟซี

ผมอนุญาตให้ “จ่าเย็น” เป็นแบ็คขวาในทีมชุดนี้ เนื่องจากเขาสามารถเล่นตำแหน่งนี้ได้ และเคยเล่นมาก่อนด้วย โดย มงคล กลายเป็นส่วนเกินอีกครั้งในถิ่น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่ด้วยชื่อชั้น ความตั้งใจ และความขยัน ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเขามีเต็มเปี่ยม ก็ทำให้ สก็อตต์ คูเปอร์ ตัดสินดึงตัวมาร่วมงานกันที่ “มังกรโล่เงิน” ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี

 

***********

 

ธีราทร บุญมาทัน
ตำแหน่ง กองกลาง
จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สู่ วิสเซล โกเบ

หนึ่งในสุดยอดนักเตะไทยแห่งยุค ที่ถึงเวลาออกไปแตะขอบฟ้าที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยกับ สโมสร วิสเซล โกเบ ในศึกเจลีก ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี และจากภาพที่ปรากฏ ดูเหมือนว่า “โก๋อุ้ม” หรือ “บุญจัง” ในชื่อใหม่ จะปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้รวดเร็ว เหลือแค่ฟอร์มในสนามเท่านั้นแหละ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า โกเบ คิดถูกแล้วจริงๆ

 

ช้างศึก

 

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์
ตำแหน่ง กองกลาง
จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สู่ บางกอกกล๊าส เอฟซี

กำลังจะกลายเป็นดีลที่แพงที่สุดของซีซั่นไปแล้ว ถ้าไม่โดน เควิน ดีรมรัมย์ ปาดหน้าในวันสุดท้าย.. “เจ้านิว” ย้ายสู่ บางกอกกล๊าส ด้วยสนนราคาถึง 30 ล้านบาท พร้อมกับเหตุผลที่ต้องการกลับมาอยู่ใกล้บ้านใกล้ครอบครัว และ “เจ้านิว” นี่แหละที่ทำให้แฟน “บีจี” กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมเราจะยังจะได้เห็นการประสานงานในแดนกลางระหว่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ อีกด้วย น่าสนใจจริงๆ

 

ช้างศึก

 

นพพล พลคำ
ตำแหน่ง กองกลาง
จาก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี สู่ โปลิศ เทโร เอฟซี

มิดฟิลด์ที่สร้างชื่อให้แฟนบอลจดจำได้จาก ซีเกมส์ 2017 ด้วยลูกขยัน ลูกฟิต และความดุดันในแดนกลาง ทำให้เขาถูกส่งคืนสู่ทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง “มังกรโล่เงิน” ที่เจ้าตัวสมหวังสักทีกับการได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ หลังถูกยืมตัวไปอยู่กับ “อินทรีทัพฟ้า” เมื่อปีที่แล้ว ต้องดูกันว่า เขาจะสานตำนานที่ยิ่งใหญ่ของเบอร์ 7 ในถิ่นมังกรได้หรือไม่

 

***********

 

บดินทร์ ผาลา
ตำแหน่ง ริมเส้นฝั่งซ้าย
จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สู่ การท่าเรือ เอฟซี

ย้ายตั้งแต่ไก่โห่เลยสำหรับ “เจ้าโดม” บดินทร์ ผาลา ตัวรุกดาวรุ่งดีกรีทีมชาติไทย ที่ถูกพลังเงินของ “มาดามแป้ง” คว้าตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมทัพ “แป้งแอสเช” การท่าเรือ เอฟซี ที่กำลังสร้างโปรเจคยักษ์ ก้าวสู่ความเป็นแชมป์ให้ได้ในปีนี้

ซีซั่นที่ผ่านมาเขาลงเล่น 18 เกม ยิง 1 ประตูให้ “ปราสาทสายฟ้า” ก่อนที่จะทวงแชมป์ไทยลีก มาครองได้สำเร็จ

 

ช้างศึก

 

ธีรศิลป์ แดงดา
ตำแหน่ง กองหน้า
จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สู่ ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า

เมื่อทุกอย่างในเมืองไทย ท้าทายเขาไม่ได้แล้ว เพราะเขาคือซูเปอร์สตาร์กองหน้าเบอร์หนึ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ ทำให้มันถึงเวลาอีกครั้งที่เขาต้องออกไปลุยลีกต่างประเทศ และปลายทางในครั้งนี้ ก็คือ เจลีก สุดยอดลีกเบอร์ต้นๆ ของเอเชีย…

จาก “เทพมุ้ย” สู่ “มุ้ยซัง” เขาจะทำได้ดีแค่ไหน แฟนบอลไทยต้องรอลุ้นกัน

นูรูล ศรียานเก็ม
ตำแหน่ง ริมเส้นฝั่งขวา
จาก ชลบุรี เอฟซี สู่ การท่าเรือ เอฟซี

อีกหนึ่งฟันเฟืองของโมเดลสร้างแชมป์สำหรับการท่าเรือไทย เอฟซี ซีซั่นนี้ ที่มาดามแป้ง เบิกงบจากคลัง 20 ล้านบาท คว้ามาจากอ้อมกอดของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี โดยหวังว่า เจ้าของแอสซิสต์ 13 ครั้งในซีซั่นก่อน จะจ่ายบอลได้งามๆ ให้กับตัวจบสกอร์ดีกรีดาวซัลโวที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่าง ดราแกน บอสโควิช ได้ดีอย่างที่คาดหวังไว้

 

“จอน”

ช้างศึก

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports