ญี่ปุ่น คือชาติที่เคยผ่านการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกมาแล้วมากมาย ทั้งโอลิมปิก และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
ญี่ปุ่น คือชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในศึก เอเชี่ยน คัพ (4 สมัย)
ญี่ปุ่น ส่งออกนักเตะของพวกเค้าไปเล่นในยุโรปมากที่สุดชาติหนึ่งในเอเชีย
และ เจลีก คือลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชีย

 

เจลีก

 

ผมคิดว่าคำที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนแต่เป็น “ความจริง” ที่แฟนบอลทั่วทั้งเอเชีย รวมถึงบ้านเราให้การยอมรับ และยกให้ ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่คลั่งลูกหนังมากที่สุดชาติหนึ่ง

ผลงานของพวกเขาทั้งในระดับสโมสร รวมถึงทีมชาติ ตลอดจนการส่งออกนักเตะฝีเท้าดีไปเป็นตัวหลักในทีมยักษ์ใหญ่ตามลีกต่างๆ มากมาย คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ญี่ปุ่น ลงมือพัฒนา และยกระดับฟุตบอลอย่างจริงจัง จนได้รับการยอมรับอย่างสูงจากเวทียุโรป สะท้อนให้เห็นว่า…

ไม่ว่าอะไรก็ตาม หากมันถูกตีตราด้วยคำว่า “Made in Japan” สิ่งๆ นั้น จะต้องเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างไม่ต้องสงสัย

จากประสบการณ์การได้บรรยายฟุตบอลเจลีก มาเกือบๆ สามปี ผมมองว่า เจลีก มีเอกลักษณ์ และมีสไตล์เป็นของตัวเองเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเชียร์ของแฟนบอล ตราสโมสร ชื่อทีม สนามแข่งขัน ชุดแข่ง การบรรยาย กราฟฟิค ฯลฯ

ทั้งหมดที่กล่าวมา ได้ให้อารมณ์สัมผัสแบบ “ญี่ปุ่น” จริงๆ

แต่นั่นเป็นเพียงแค่การพากย์ และสัมผัสบรรยากาศผ่านทางหน้าจอเท่านั้น ผมคงไม่สามารถพูด หรืออธิบายอะไรได้ชัดเจนเท่ากับการได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองถึงขอบสนามหรอก ผมเชื่ออย่างนั้น

จนกระทั่งวันนี้ผมมีโอกาสได้บินลัดฟ้าจาก กรุงเทพฯ สู่ โตเกียว ตามคำเชิญของทาง เจลีก เพื่อมาติดตามบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอล “ฟูจิ ซีร็อกซ์ ซูเปอร์ คัพ 2018” (คล้ายๆ กับถ้วย ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ ของบ้านเรา) ที่นำแชมป์เจลีก และแชมป์เอ็มเพอเรอร์ส คัพ ซีซั่นที่แล้วมาดวลกัน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่า เจลีก 2018 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ต่อจากนี้ (เกมแรก 23 กุมภาพันธ์ 2561) รวมถึงการได้มีโอกาสเตรียมพบปะกับ 5 นักเตะไทยที่ค้าแข้งอยู่ในญี่ปุ่น (เตรียมพบกับบทสัมภาษณ์สุด EXCLUSIVE ได้เร็วๆ นี้ครับ) ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาทำความรู้จัก และเข้าใจฟุตบอลญี่ปุ่น และเจลีกมากยิ่งขึ้น

 

เจลีก

 

เจลีก

 

เราใช้เวลาเดินทางจากที่พักย่านชินนางาวะสู่ ไซตามะ สเตเดี้ยม ราวหนึ่งชั่วโมงเศษ ทันทีที่เราเดินทางถึงสนาม  สิ่งที่ที่ผุดขึ้นมาในใจผมก่อนเลยก็คือ “โอ้โห สมราคาสนามที่เคยผ่านฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว”

ไซตามะ สเตเดี้ยม ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของแฟนบอลญี่ปุ่น เพราะสนามแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฟุตบอลโดยเฉพาะ และยังเคยผ่านการจัดฟุตบอลโลก 2002 มาแล้ว ทุกวันนี้ ไซตามะ สเตเดี้ยม เปรียบเสมือนสนามเหย้าของทีมชาติญี่ปุ่นในแมตช์สำคัญๆ แทนที่สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงโตเกียวที่กำลังปรับปรุงเตรียมรับโอลิมปิก ฤดูร้อน 2020″

ด้วยความใหญ่โต และอลังการด้วยโครงสร้างเหล็กขนาดยักษ์ วันนี้ผมมีข้อมูลที่น่าสนใจ ย่อยง่ายๆ มาฝากแฟนๆ ทุกท่านครับ…

 

เจลีก

 

ตามธรรมเนียมของศึกฟูจิ ซีร็อกซ์ ซูเปอร์ คัพ 2018 ก่อนเกมจะเริ่ม จะมีการรวมตัวกันของเหล่ามาสคอตจากแต่ละทีมจาก J1, J2 และ J3 เพื่อมาพบปะกับแฟนบอลอย่างใกล้ชิด ตามข้อมูลนี่ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่มีการจัดการประกวดขึ้นมา ซึ่งปีนี้ผลปรากฎว่า “แกรมปัส คุง” วาฬเพชฌฆาตสุดน่ารักตัวจาก นาโกย่า แกรมปัส คว้ารางวัลชนะเลิศไปครองจาก มาสคอต ที่เข้าร่วมประกวดกว่า 51 สโมสรด้วยกัน

ติดตามผลการประกวด มาสคอต เจลีก 2018 >>> ได้ที่นี่ <<<

 

เจลีก

 

เจลีก

“แกรมปัส คุง”

 

นอกจากการได้พบปะกับมาสคอตแล้ว บริเวณรอบๆ สนาม ยังมีกิจกรรมเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นบูธกิจกรรมต่างๆ การออกร้านจำหน่ายของที่ระลึกทั้ง คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ และเซเรโซ โอซาก้า เหล่าบรรดา Food Truck ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดจากทั่วทุกสารทิศของญี่ปุ่นให้แฟนบอลได้ลิ้มรส เช่นเดียวกับการรวมตัวกันของบรรดาแฟนคลับที่นำธงประจำกายมาตั้งโชว์ให้ผู้ที่สนใจแวะเยี่ยมชม

นี่ถือเป็นโมเดลที่บ้านเราควรจะนำไปปรับใช้ เพราะ เจลีก ได้ทำให้ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก เป็นผู้หญิง จะชอบหรือไม่ชอบฟุตบอล คุณก็สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมที่สนามในวันที่มีแมตช์การแข่งขันได้ เกิดเป็นความผูกพันที่หลอมรวมระหว่างสโมสร แฟนบอล รวมถึงชุมชน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวอีกด้วย

ด้วยกลยุทธ์อันแยบคาย ผมชักเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้งว่า เจลีก จะมองไปข้างหน้า หรือมีวิสัยทัศน์ไกลกว่าที่เราคิดไว้มากน้อยขนาดไหน… เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ เจลีก ก็ผงาดขึ้นมาเป็นลีกที่ดีที่สุดในเอเชียเป็นที่เรีียบร้อยแล้ว ฉะนั้นสเต็ปต่อไปของพวกเขาอาจจะมองไปถึงการก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งลีกฟุตบอลที่มีมาตรฐานทัดเทียม หรือใกล้เคียงลีกชั้นนำในยุโรปให้ได้มากที่สุด ?

 

เจลีก

 

เจลีก

 

เจลีก

 

 

เจลีก

บูธอาหารของ เจลีก โดยเฉพาะ (สังเกตว่าทุกเมนูจะมีอักษร J นำหน้า)

 

ระหว่างการเดินทัวร์รอบสนามไซตามะ สเตเดี้ยม เพื่อซึมซับบรรยากาศ และอารมณ์ฟุตบอลๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น สายตาดุจเหยี่ยวของผมก็เหลือบไปเห็นแฟนบอลท่านหนึ่งสวมชุด คอนซาโดเล ซัปโปโร (ซึ่งแทบจะเป็นทีมลำดับต้นๆ ในเจลีก ที่ชาวไทยเชียร์)

ผมไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปทักทายพอหอมปากหอมคอสรุปได้ใจความว่า คุณลุงมิซึรุ เดินทางมาจาก ฮอกไกโด เพื่อมาติดตามเกมคู่นี้ พอผมบอกไปว่าผมเองมาจากประเทศไทยเท่านั้นแหละ คุณลุงมิซึรุ แกควักโทรศัพท์อวดรูปถ่ายคู่กับ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาให้ผมดูอีก พร้อมกับบอกว่า ชนาธิป เป็นนักเตะที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นการตอกย้ำให้เรารู้เลยว่า “ชนาคุง” นั้นเข้าไปอยู่ในใจของแฟนบอลญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว

รวมถึงยังเป็นการการันตีกรายๆว่า แฟนบอลแดนปลาดิบนั้น “ยอมรับ” ในฝีเท้าของเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติไทยรายนี้เช่นกัน

ก่อนเกม ซูเปอร์ คัพ จะเริ่ม ผมสังเกตเห็นการแข่งขันในสนามที่น่าสนใจว่าเหตุใจนักเตะในสนามถึงแลดูละอ่อนมากขนาดนี้ สอบถามไปมาได้ใจความว่า นี่คือเกมระหว่างสุดยอดนักเตะจากอคาเดมี่แต่ละสโมสร แข่งขันกับรวมสุดยอดนักเตะจากไฮสคูล คล้ายๆ กับเกมออลสตาร์ของแข้งหัวกะทิเลือดใหม่ที่รอวันถูกเจียระไนให้เฉิดฉายขึ้นมาเป็นเพชรอันล้ำค่าแห่งวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

 

เจลีก

บก.เก้น กับคุณเคอิ โคยามะ จาก JLEAGUE

 

เคอิ โคยามะ คือผู้เชี่ยวชาญจากเจลีกที่เจ้าตัวบอกผมว่า เขามีหน้าที่ทำให้แฟนบอลทั้งโลกได้รู้จักฟุตบอลเจลีก โดยเฉพาะในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย แน่นอนทริปนี้ เคอิ ได้คอยให้ความรู้ ความเข้าใจ และคำแนะนำดีๆ ถึงฟุตบอลญี่ปุ่น และไทยให้กับผมกับทีมอย่างใกล้ชิด

“ฝ่ายจัดการแข่งขันของเรา (เจลีก) เปิดโอกาสให้แต่ละสโมสรได้มีส่วนร่วมในการดีไซน์โปรแกรมการแข่งขัน เรายืดหยุ่นมากๆ กับทุกๆ ทีม เพราะเราเข้าใจในเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปของแต่ละสโมสร บางสโมสรอาจจะต้องมีการใช้สนามร่วมกับทางฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ร่วมกับชุมชน บางสนามอาจจะถูกใช้จัดเฟสติวัลต่างๆ สภาพอากาศ ฤดูกาล เป็นตัวแปรที่เรานำมาวิเคราะห์หมด จึงทำให้ เจลีก แตกต่างออกไปจากลีกอื่นๆ”

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณเคอิ ทำให้ผมถึงกับอึ้ง นั่นก็คือสัดส่วนของแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลเจลีกนั้นเป็นผู้หญิงแทบจะครึ่งต่อครึ่งถ้าเทียบกับผู้ชาย ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่้าฟุตบอลเจลีกเป็นกีฬามหาชนอย่างแท้จริง

“คุณรู้มั๊ยว่าทุกวันนี้ สัดส่วนแฟนบอลญี่ปุ่นที่ติดตาม เจลีก นั้นเป็นผู้หญิงมากถึง 40 % เป็นตัวเลขที่ผมยอมรับว่าสูงเอามากๆ เพราะทุกคนล้วนแต่คิดว่าฟุตบอลคือกีฬาสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่ที่นี่ไม่ใช่ เราแตกต่างออกไป ซึ่งตรงกับเป้าหมายของเราที่อยากให้ เจลีก เป็นกิจกรรมของทุกๆ คนในครอบครัว ผมคิดว่านี่คือเอกลักษณ์ที่ทำให้ เจลีก ไม่เหมือนใคร”

“ผู้คนที่นี่ไม่ได้เดินทางมาที่สนามเพียงแค่เพื่อติดตามเพียงแค่เกมฟุตบอลเท่านั้น พวกเขามาสนุกกับกิจกรรมรอบๆ สนาม ได้ทานของอร่อยๆ ประเทศเราพัฒนาฟุตบอลไปพร้อมๆ กับสังคม ต่อให้คุณไม่ได้ชอบฟุตบอล คุณก็ยังสามารถเดินทางมาเอ็นจอยที่สนามในวันที่มีการแข่งขัน”

“นอกจากผู้หญิงแล้ว เด็กๆ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่สำคัญ และให้ความสนใจมาติดตามชมเกมถึงขอบสนาม ผมคิดว่า เจลีก เป็นมากกว่าฟุตบอล เจลีก คือกิจกรรมของครอบครัว”

 

เจลีก

 

 

เจลีก

 

เจลีก

 

“เปเล่ขาว” ซิโก้, กัปตันทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี 1994 อย่าง คาร์ลอส ดุงก้า, โคตรแนวรับจากเยอรมัน “กีโด้ บุควัลด์”, ตำนานเจลีกเลือดเซิร์บ “ดราแกน สตอยโควิช”, พ่อมดลูกหนังที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลบัลแกเรีย “ฮริสโต้ สตอยคอฟ” มาจนถึงนักเตะยอดเยี่ยมเวิลด์คัพ 2010 ดิเอโก้ ฟอร์ลัน และล่าสุดเป็น ลูคัส โพดอลสกี้… นี่คือลิสต์บางส่วนที่ผมคิดว่าเป็นแข้งระดับบิ๊กเนมที่ล้วนแต่ผ่านเวที เจลีก มาแล้วทั้งสิ้น

น่าสงสัยไม่น้อยว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ เจลีก ไม่เคยขาดนักเตะฝีเท้าระดับโลกมาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ?

 

เจลีก

 

“ที่เจลีก เราทำงานกันหนัก เราวาง 5 กลยุทธ์สำคัญไว้” เคอิ เริ่มอธิบายถึงแผนงานยักษ์เพื่อให้ เจลีก ยังคงรักษาสถานะของการเป็นลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชีย และเพื่อขยับให้เข้าใกล้กับคำว่า “ระดับโลก”

“กลยุทธ์อย่างแรกคือ กลยุทธ์ระดับโลก (Global Strategy) เราต้องสร้าง และเพิ่มฐานแฟนบอลในต่างประเทศให้มากขึ้น ทำให้ เจลีก เป็นที่รู้จัก และเข้าถึงแฟนบอลทั่วทั้งเอเชีย และทั่วโลก อย่างประเทศไทยเองก็เช่นกัน นี่เป็นรากฐานสำคัญที่จะส่งผลให้เกิดกลยุทธ์อื่นๆ ตามมา”

“อย่างต่อมาคือ สนามแข่งขัน (Stadium) เนื่องจากในปัจจุบัน สนามฟุตบอลในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การดูแลของส่วนปกครองท้องถิ่น… เรา (เจลีก) พยายามทำงานร่วมกับส่วนปกครองท้องถิ่นเพื่อสร้างสนามฟุตบอลใหม่ๆ ขึ้นมา โดยมีแนวทางคล้ายๆ กับสนามของ กัมบะ โอซาก้า (พานาโซนิค สเตเดี้ยม ซุยตะ)”

ผมต้องขอคั่นอธิบายเคสของอดีตแชมป์เจลีก 2014 อย่าง กัมบะ โอซาก้า สักหน่อย ถ้าใครจำกันได้ว่าช่วงปลายเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินทางมาศึกษาดูงานสโมสรดังกล่าวจากการที่ กัมบะ โอซาก้า สามารถระดมทุนเปิดรับเงินบริจาคจากเงินลงทุนจากภาคเอกชน 60% รวมถึงประชาชนทั่วไป กระทั่งสามารถสร้างสนามซุยตะ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ

ซุยตะ สเตเดี้ยม เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2015 มีความจุราวๆ 40,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำในการจัดการแข่งขันระดับฟุตบอลโลก มีระบบเทคโนโลยีของสนามในระดับสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า สนามฝึกซ้อมครบวงจร ซึ่งนี่คือสิ่งที่ เจลีก เองหวังที่จะเห็นเคสความร่วมมือกันของสโมสร เจลีก ส่วนปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน แบบนี้อีก

“การผลิตบุคลากรทางด้านฟุตบอลที่มีคุณภาพ (Human Resource) เราต้องการให้ เจลีก มีการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพเทียบเท่าระดับสากล เรามี Sport Management School ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศ เราเน้นสร้างทักษะด้านการบริหารจัดการ และป้อนให้กับสโมสรต่างๆ ซึ่งผลลัพท์ที่เราคาดหวังก็คือ หากทีมมีการจัดการอย่างมืออาชีพ ผลงานในสนามก็จะดีขึ้นตามลำดับ” เคอิ เล่าต่อได้อย่างน่าสนใจ

“กลยุทธ์สุดท้ายก็คือ การสร้าง และวางรากฐานในการพัฒนานักเตะเยาวชน (Youth Development) ผมว่าข้อนี้สำคัญเอามากๆ เราหวังผลิตนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาเรื่อยๆ เราสนับสุนให้นักเตะเหล่านี้ได้ออกไปสัมผัสกับลีกที่แข็งแกร่งในยุโรปเพื่อกลับมายกระดับทีมชาติญี่ปุ่น เราไม่เคยหยุดนิ่ง แต่เราจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในปี 2030 นั่นคือการเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้”

 

เจลีก

 

จากที่ เคอิ สรุปมา ผมมั่นใจว่ากลยุทธ์ทั้ง 5 นี้ จะสามารถยกระดับให้ฟุตบอลญี่ปุ่นก้าวไปอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ได้อย่างแน่นอน… ด้วยความมุ่งมั่น และเอาจริงเอาจังในแบบฉบับของชาวอาทิตย์อุทัย ที่ทำทุกอย่างได้เป็นระบบ มีแนวทาง และเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อสุดท้าย…

เพราะความสำเร็จมีไว้ให้กับคนกล้าที่จะฝัน และลงมือทำมันอย่างจริงจังเท่านั้น

หลังจากเดินทัวร์อ่างชามยักษ์ไซตามะ จนวนมาครบรอบพอดี เคอิ พาผมกับทีมงานขึ้นมายังพื้นที่พิเศษที่เรียกว่า “View Box” ซึ่งเป็นพื้นที่ชมฟุตบอลส่วนตัวสุด Exclusive (แว่วๆ มาว่าแฟนบอลท่านไหนที่อยากจะมาชมเกม เจลีก แบบสดๆ ถึงขอบสนามแบบนี้ อย่าลืมติดตามกิจกรรมดีๆ จาก TrueID ด้วยนะครับ)

 

เจลีก

 

เจลีก

 

ระหว่างการชมศึกฟูจิ ซีร็อกซ์ ซูเปอร์คัพ 2018 คู่ระหว่าง คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ กับ เซเรโซ โอซาก้า ความชัดเจนอย่างแรกที่ผมสัมผัสได้เลยก็คือ บรรยากาศการเชียร์ในสนามที่ดูอลังการเอามากๆ ธงจำนวนมากถูกโบกปลิวไสวไม่มีหยุด เช่นเดียวกับเสียงกลองที่รัวให้จังหวะแฟนๆ ได้ส่งเสียงเชียร์ร้องเพลงกันอย่างกึกก้อง

บรรยากาศเร้าอารมณ์เช่นนี้ มีหรือนักเตะในสนามจะไม่ยอมวิ่ง พวกเขาทั้ง 22 คนบนผืนฟลอร์หญ้าต่างทุ่มเทสุดชีวิตราวกับนี่คือเกมนัดสุดท้าย

แม้จะมีโทรฟี่แชมป์เป็นเดิมพัน แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับ “ศักดิ์ศรี” ของสโมสร และการเล่นเพื่อตอบแทนแฟนบอลด้วย “จิตวิญญาณ”

…เราจึงเห็นแต่ละทีมใน ญี่ปุ่น ต่างเล่นกันอย่างทุ่มเท และเอาจริงเอาจังเสมอไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมหรือแมตช์การแข่งขัน

นี่เป็นคาแรกเตอร์ชัดเจนที่มั่นใจได้เลยว่า ไม่มีใครพรากความเป็นนักสู้ไปจากคนญี่ปุ่นได้

ตลอดทั้ง 90 นาที ทั้งสองทีมสู้กันอย่างสนุกท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างหนาว แม้ว่า แชมป์เจลีก 2017 อย่าง คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ จะมีนักเตะระดับ เคนโงะ นากามูระ, ยู โคบายาชิ รวมถึง โยชิโตะ โอคุโบะ เจ้าของสถิติยิงประตูใน เจลีก ได้มากสุดตลอดกาล แต่ด้วยเกมสวนกลับ และการจบสกอร์อันเด็ดขาด (มากๆ) ทำให้ เซโรโซ โอซาก้า ที่มีสามทหารเสือที่เคยไปผจญชีวิตค้าแข้งในยุโรปมาแล้วอย่าง ฮิโรชิ คิโยทาเกะ, โฮทารุ ยามางูจิ รวมถึง โยอิจิโร่ คากิทานิ เฉือนเอาชนะไปอย่างสุดมันส์ (และคุ้มแฟนบอลอย่างผมมากๆ) 2-3 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยแรกไปครอง

 

เจลีก

 

 

“ผมมั่นใจว่าทั้ง ธีรศิลป์ และธีราทรจะประสบความสำเร็จใน เจลีก ผมเชื่อว่าทั้งคู่ได้มีโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับที่ ชนาธิป ทำไว้ในฤดูกาลที่ผ่านมา” คุณเคอิ พูดถึงสองนักเตะใหม่ถอดด้ามของ เจลีก ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพรีซีซั่นกับต้นสังกัดอยู่ ซึ่งผมเองมีโปรแกรมจะได้พบกับทั้งสองคนอยู่แล้วในช่วงท้ายของทริปนี้ 

….

…..

“ก่อนจะจากกัน”

ผม : เคอิ คุณคิดว่าทีมของคุณ (ทีมชาติญี่ปุ่น) จะได้ได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกกลางปีนี้ รอบสอง หรือควอเตอร์ไฟน่อล ?
เคอิ : คุณไม่รู้เหรอ ว่าผมหวังถึงแชมป์เลยนะ !!! (หัวเราะ)

 

เจลีก

 

การได้มาญี่ปุ่นในครั้งนี้ เป็นทริปฟุตบอลที่เติมเต็มความฝันคนบ้าบอลอย่างผมจริงๆ

อาริกาโตะ โกไซอิมัส…

 

“บก.เก้น”

เจลีก

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports