FUTSAL TALK กับ ตรู่ เชียร์ไทย… บทสรุปของทีมฟุตซอลไทย ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศไต้หวัน จบเส้นทางที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ท่ามกลางคำถามมากมายในโลกโซเชี่ยลของชาวไทยที่ติดตามเชียร์

 

ฟุตซอล

 

กระแสกดดันต่างๆ ไม่ใช่เริ่มต้นมาจากผลงานที่ล้มเหลวในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 มันเริ่มมาตั้งแต่การแข่งขันซีเกมส์ 2017 แม้ว่าไทยจะได้เหรียญทองป้องกันแชมป์ได้ตามเป้าหมาย แต่ก็ไม่ใช่แชมป์ที่ประทับใจชาวไทยนักเพราะว่าเราแพ้ต่อ อินโดนีเซีย แบบสุดช็อค ทั้งๆ ที่ใช้ชุดที่ดีที่สุด

จากนั้นในการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน 2017 ไทย ก็คว้าแชมป์ได้ตามคาด ซึ่งดาวดังหลายคนไม่ได้มีชื่อติดทีมชุดนี้ เนื่องจาก “ปูลปิส” ต้องการให้นักเตะดาวรุ่งได้เก็บประสบการณ์ กระนั้นก็ยังมีเสียงวิจารณ์ในเชิงลบอยู่ดี

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าชาวไทย (ส่วนหนึ่ง) เอาใจยากจริงๆ การเป็นแชมป์อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอใจ ต้องเป็นแชมป์แบบประทับใจด้วย แต่ลืมมองภาพรวมไปว่า “ปูลปิส” พักดาวดังหลายคน แล้วส่งดาวรุ่งไปแทน แน่นอนว่าอาจจะยังเทียบรุ่นพี่ไม่ได้ นั่นคือการวางแผนสร้างทีมระยะยาวให้เหล่ายังบลัดใช้เวทีซีเกมส์ได้พัฒนาตัวเองเพื่ออัพเลเวลขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ในอนาคต

จนกระทั่งทัวร์นาเม้นต์ล่าสุดที่ถือว่าถูกถาโถมด้วยคำถามต่างๆ ถึงผลงานที่น่าผิดหวังในการแข่งขัน “เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2018” หรือการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 15 ต่อไปนี้คือประเด็นหลักๆจากโลกโซเซี่ยลที่จะมาวิเคราะห์กัน

 

***********

 

สอบผ่านแค่นัดเดียว

พูดถึงผลงานโดยรวมแน่นอนว่าสอบตก ถ้าวิเคราะห์กันแต่ละนัด เริ่มจากชนะ จอร์แดน 5-1 คู่แข่งรายนี้เพิ่งเข้าสู่รอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชียเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นเอง ครั้งแรกเมื่อปี 2016 ตกรอบแรกแพ้ 3 นัดรวด เช่นกันกับครั้งนี้ 3 นัดแพ้หมด ดูจากการเล่นแล้ว จอร์แดน ยังห่างชั้นกับเรามาก สกอร์ที่ออกมา 5-1 ถือว่าโชคดีสำหรับ จอร์แดน ที่แพ้น้อย

 

ฟุตซอล

 

ต่อมาแพ้ เลบานอน 2-5 ต้องบอกว่าเจอกันจนเบื่อ ระยะหลังในการแข่งขันระดับทวีป ทั้งชิงแชมป์เอเชีย และ เอเชียน อินดอร์-มาร์เชียล อาตส์ เกมส์ ตั้งแต่ปี 2012 มาถึง 2018 ดวลกันมา 5 ครั้ง ซึ่ง 4 ครั้งแรกไทยชนะรวด ก่อนมาโดนน็อคในหนล่าสุด การเจอกันบ่อยครั้งทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้ทางกัน ยิ่งไทยเป็นฝ่ายข่มมาตลอดยิ่งทำให้ เลบานอน เกรงขาม

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามมันผิดคาด เขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวโจมตีได้ดีตลอด สวนกลับทีไรใจหายใจคว่ำทุกที ประกอบกับผู้เล่นไทยนัดกันฟอร์มตก จ่ายพลาดนับครั้งไม่ถ้วน มีปัญหาในการดวลตัวต่อตัว เล่นยังไงก็เข้าทาง เลบานอน

คืนฟอร์มเก่งถล่ม คีร์กีซสถาน 8-1 : ก่อนเริ่มเกม ไทยต้องชนะสถานเดียวถึงจะเข้ารอบ แล้วเราได้เห็นทีเด็ดจากการเล่นเซตเพลย์ มาปล่อยของกันในเกมนี้ 4 ประตูมาจากลูกนิ่ง ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เชื่อใจได้เสมอ เราได้เห็นลูกโต้กลับแล้วได้ประตู เห็นการโซโล่เดี่ยวของ อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ และณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ทุกๆอย่างที่อยากเห็น ก็ได้เห็นทั้งหมดในการพบกับ คีร์กีซสถาน

รอบ 8 ทีมสุดท้าย แพ้ อิหร่าน 1-9 : การที่ทัพช้างศึกเพิ่งเรียกความมั่นใจกับการชนะ คีร์กีซสถาน ทำให้มองว่าจะเป็นการดวลกันที่สนุก สุดท้ายเป็นอะไรที่สวนทาง เกมรับเราขาดสมาธิ ตัวต่อตัวสู้ไม่ได้ มีปัญหาในการตั้งรับลูกเซตเพลย์ เสียบอลหน้าประตูบ่อยครั้ง อีกทั้งอิหร่านเล่นกันด้วยความกระหายมากกว่า มั่นใจมากกว่า บุกไม่ผ่อน ที่สำคัญเข้าทำได้เฉียบคม สกอร์จึงขาดลอยกว่าที่ใครจะคาดไว้ นี่คือสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดในรอบ 19 ปี เลยทีเดียว ขาดกว่านี้คือชิงแชมป์เอเชีย 1999 ตอนนั้น อิหร่าน ชนะ 10-1

สรุป 4 นัด ชนะ จอร์แดน เสมอตัว / แพ้ เลบานอน สอบตก / ชนะ คีร์กีซสถาน สอบผ่าน / แพ้ อิหร่าน สอบตก

 

**********

 

การเปลี่ยนแปลงโค้ช

“ปูลปิส” โค้ชชาวสแปนิช สั่งสมชื่อเสียงมามากมาย เพราะเขาคือผู้พาทีมชาติไทย เข้าชิงชนะเลิศฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียเป็นครั้งแรกปี 2008 ก่อนจะทำให้ทีมชาติไทยขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 ของโลก นั่นเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทยเมื่อปี 2009 ต่อด้วยเป็นผู้ที่พาสโมสรไทยได้แชมป์เอเชียครั้งแรกปี 2013 สมัยคุมทีม พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี อีกทั้งเป็นโค้ชที่ทำให้ทีมชาติอุซเบกิสถาน ไปเวิลด์คัพเป็นครั้งแรกในปี 2016

 

ฟุตซอล

 

ทว่าไม่ใช่ในช่วงนี้ที่มีกระแสกดดันสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทัพฟุตซอลช้างศึก อย่าลืมว่าชิงแชมป์เอเชีย 2010 ทีมฟุตซอลไทย ภายใต้การคุมทีมของ “ปูลปิส” ในยุคแรก หยุดเส้นทางเร็วกว่าที่คิด แพ้ จีน 2-9 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แล้วหลังจากแพ้จีนไม่นาน ปูลปิส ก็ลาออกไปคุมทีมชาติอุซเบกิสถาน

เทียบกับครั้งนี้เราแพ้ อิหร่าน คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สกอร์มันขาดเกินที่ชาวไทยจะรับได้ ส่วนปี 2010 จีนเป็นรองเราพอสมควร แล้วนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่จีนไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วย

หากจะถามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชหรือไม่ ตอบได้เพียงว่าทุกอย่างคงต้องรอการพิจารณาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

 

***********

 

การเปลี่ยนแปลงนักเตะ

ในเพจฟุตซอลชื่อดัง แฟนคลับที่ติดตามมีการแซวกันขำๆ ว่า “ทีมชาติชลบุรี” เพราะผู้เล่นจาก พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี กลับมาติดทีมชาติไทยในช่วง 2 ปีหลังกันหลายคน ถ้าพิจารณาผลงานที่ ชลบุรี เป็นทั้งแชมป์ไทยลีก และแชมป์เอเชีย คงไม่มีข้อสงสัยอะไรมากมาย ถ้าหากว่าจะโยงไปถึงสมัยที่ วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ เป็นโค้ชทีมชาติไทย เราได้เห็นผู้เล่นจากทีมเล็กๆ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยอยู่เสมอๆ จุดนี้คงต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ที่เป็นโค้ชแต่ละคนมีแนวทางไม่เหมือนกัน

 

ฟุตซอล

 

ถ้าจะพูดอีกแง่ที่ เฮอร์มันส์ เลือกผู้เล่นจากทีมอื่นๆ เข้ามาเยอะเป็นเพราะตัวเขามีปัญหาไม่ลงรอยกับทาง ชลบุรี ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยได้เห็น คฑาวุธ หาญคำภา, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ หรือ ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน รับใช้ชาติ แล้วทีนี้ในเมื่อผู้เล่นที่ “ปูลปิส” มองว่าผู้เล่นที่ดีที่สุดจำนวน 14 คน ทำผลงานล้มเหลวในครั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ?

หันไปดูนโยบายของญี่ปุ่น ที่มีชุดยู 25 เป็นชุดที่ผสมดาวรุ่งจากยู 20 ที่รอวันจะขึ้นชุดใหญ่ในอีกไม่ช้า กับผู้เล่นฝีเท้าดีในลีกแต่ทำยังไงก็ขึ้นไปติดชุดใหญ่ไม่ได้เสียที ซึ่งก็ถือว่าได้ผลในทางบวก เพราะว่าญี่ปุ่นที่ใช้แกนหลักเป็นยู 25 เอาชนะไทย 6-4 ในการแข่งขันเอเชียน อินดอร์-มาร์เชียล อาตส์ เกมส์ 2017 ก่อนจะจบด้วยการคว้าอันดับที่ 3 ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน

หรือตามแนวทางที่เราได้ทำกันมาแล้ว คือชุดยู 23 ที่เพิ่งเรียกอุ่นเครื่อง ชนะ เมียนมา (ชุดใหญ่) 6-1 นี่ก็เป็นแผนที่ดีสำหรับการเฟ้นหาผู้เล่นขึ้นไปสู่ชุดใหญ่ ซึ่งแนวทางนี้มองว่าก็ไม่ต่างหรือแหวกแนวไปจากยู 25 ของญี่ปุ่น เพียงแต่ของญี่ปุ่นจะได้ผู้เล่นในวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ไทยจะเน้นไปที่ยู 20 จากปี 2017 เข้ามามากกว่าเท่านั้นเอง โดยในชุดยู 23 นี้เราได้เห็นตัวเด่นๆ ที่ไม่ได้มาจากยู 20 เช่น จัหจาฮ อันเวอร์ บัตต์ หรือ อนันตชัย ปราบวงษา

 

***********

 

“ปูลปิส” ไม่กล้าส่งนักเตะหลายคนลงเล่น

เมื่อ “ปูลปิส” เลือกนักเตะที่มั่นใจว่าดีที่สุดที่สามารถใช้งานได้ แต่พอถึงเกมพบกับ อิหร่าน รณชัย จูงวงษ์สุข และ พีระพล สัตย์ซื่อ ไม่มีส่วนกับเกม ต้องนั่งดูเพื่อนเล่นตลอด ขณะที่ นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ ก็ได้รับโอกาสน้อยมาก “ปูลปิส” เลือกใช้งานผู้เล่นเพียงแค่ 2 ชุด ก็เข้าใจในเรื่องที่ว่าผู้เล่นหลายคนประสบการณ์ยังน้อยในระดับทวีป แต่มองอีกมุมถ้าหากมีตัวเลือกใช้งานน้อย ในช่วงที่สกอร์เป็นฝ่ายตามหลัง ก็ยิ่งเข้าทางคู่แข่งที่จับทางได้ นั่นหมายความว่าตัวเปลี่ยนเกมของเรายังมีไม่มาก

 

ฟุตซอล

 

นั่นก็ไม่ต่างกับยุคที่ วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ เป็นโค้ช หลังจากจบการแข่งขันเอเชียน อินดอร์-มาร์เชียล อาตส์ เกมส์ 2013 เขาเลือกที่จะตัดผู้เล่นจาก ชลบุรี บางรายออก แต่เขาเองก็ไม่กล้าใช้งานผู้เล่นใหม่ๆ ในยามคับขัน ยกตัวอย่างเช่นนัดชิงชนะเลิศอาเซียน 2013 ใช้งานผู้เล่นชุดแรกหนักมาก ใครได้ติดตามคงรู้ดีว่าเขาไม่กล้าที่จะเปลี่ยนผู้เล่นอีกชุดลงมาในช่วงที่เกมยังสูสี

หรือการแข่งขัน 4 เส้าที่ประเทศจีน “ซีเอฟเอ ฟุตซอล อินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์นาเม้นต์ 2014” ที่เมืองเจียงสู ประเทศจีน นั่นเป็นครั้งแรกที่ไทยได้แชมป์นอกอาเซียน หลังจากชนะ เมียนมา 15-2, ชนะ เม็กซิโก 5-1 และ เสมอ จีน 3-3 ส่งผลให้ไทยเต็ง 1 ของรายการนี้ ได้แชมป์จากการมี 7 คะแนน ผู้เล่นที่ “ปู่วิค” เลือกไปไม่มีชื่อ กฤษดา วงษ์แก้ว เป็นเหตุให้เจ้าตัวน้อยใจ จนตัดสินใจลองเปลี่ยนแนวไปเล่นฟุตบอล กลายเป็นข่าวใหญ่จากการไปคัดตัวกับ การท่าเรือ เอฟซี ต่อมาภายหลังเจ้าตัวตัดสินใจเล่นฟุตซอลต่อ

เฮอร์มันส์ ให้สาเหตุถึงการหั่นชื่อ กฤษดา เพราะว่าต้องการทดสอบผู้เล่นใหม่ๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆ 3 นัดที่ประเทศจีน นพดล โคกเพิ่มทรัพย์ กับ กิตติพงษ์ สนสุวรรณ์ ไม่ได้ลงเล่นเลย หรือในรายของ กวิน วิบูลย์รัชกิจ กับ สรศักดิ์ พูนจังหรีด ก็ได้ลงเล่นแค่นัดเดียว แถมใช้งานในช่วงท้ายเกม ขัดแย้งกับสาเหตุที่ตัดนักเตะตัวหลักอย่าง กฤษดา ยิ่งทำให้แฟนฟุตซอลมองว่า “ปู่วิค” บาดหมางกับ ชลบุรี ยิ่งขึ้นไปอีก

กับคำถามที่ว่าเลือกใช้งานผู้เล่นได้ไม่เยอะ ประเด็นนี้ก็ต้องย้อนกลับไปที่หัวข้อข้างต้น คือการมองหาผู้เล่นรายอื่นๆเข้ามาสู่ทีม และกล้าที่จะใช้งานมากขึ้น

 

***********

 

การเตรียมทีม

หากพูดกันที่เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนแข่งชิงแชมป์เอเชีย แม้จะมีแฟนฟุตซอลตั้งข้อสงสัยบ้าง แต่ขอบอกเลยว่าชุดนี้มีการเตรียมทีมที่ดี ไปเก็บตัวยุโรปได้อุ่นเครื่องกับยอดทีม แพ้ สเปน 1-8 และ เสมอ โปรตุเกส 1-1 การเจอของจริงทำให้เราปรับทีมได้ถูกจุด แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเตรียมทีมดีแต่ผลงานไม่ดี กลายเป็นจุดโจมตีเข้าไปอีก

 

ฟุตซอล

 

เทียบกับการเตรียมทีมก่อนแข่งชิงแชมป์เอเชีย 2014 วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ ทำได้แค่พาทีมชาติไทยไปเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ อุ่นเครื่องชนะ เชียงใหม่ ฟุตซอล คลับ 5-0 ก่อนจะกลับมากรุงเทพฯ อุ่นเครื่อง ชนะ ออสเตรเลีย 4-2 และ แพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ซึ่งการเตรียมทีมได้แค่นี้ จึงไม่ต้องแปลกใจที่ ไทย จะจอดป้ายแค่รอบ 8 ทีม แพ้คู่ปรับสำคัญอย่างญี่ปุ่น 2-3

การเตรียมทีมจึงไม่มีข้อกังขาใดๆ แต่มีปัจจัยอื่นๆที่ต้องทบทวน

 

….

…..

 

ฟุตซอลทีมชาติไทย ให้ความสุขกับชาวไทยมามากมาย เมื่อถึงวันที่ผลงานผิดหวัง คงต้องเก็บมาเป็นบทเรียนเพื่อกลับมาสู่จุดเดิม หรือจุดที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม คำถามต่างๆที่นำมาวิเคราะห์เป็นเพียงการบอกเล่า ความชัดเจนในเรื่องนโยบาย สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้

 

“ตรู่ เชียร์ไทย”

ฟุตซอล

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports