ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : ในทีแรกตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ทันทีหลังจากจบ NBA All Star จบลงไปเมื่อช่วงเที่ยงวันจันทร์ที่ผ่านมา ทว่าอีกความตั้งใจอยากจะใช้พื้นที่คอลัมน์ทุกวันจันทร์แสดงความเห็นเรื่องฟุตบอลไทยที่ผมโชคดีได้เห็นได้บรรยายกับตา ประกอบกับข้อมูลมุมมองต่างๆ เลยเป็นที่มาว่าทำไม เรื่องรวมดารายัดห่วงเลยมาในวันนี้แทน

 

NBA

 

เอาเป็นว่าจากนี้หากไม่มีอะไรเร่งด่วนเรื่องร้อนนอนตะแคง วันจันทร์เราจะมาคุยกันเรื่องของฟุตบอลไทยครับ จากนั้นก็เช่นเคยในสิ่งที่ถนัดทั้ง NBA  กีฬารอบโลก รวมทั้งฟุตบอลต่างประเทศ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ TrueID Sports ที่เปิดพื้นที่ได้แสดงออก และตามใจนักเขียนโนเนมรายนี้อย่างเต็มที่จนบางทีก็ละอายใจ

ยังไงเสียผมจะใช้พื้นที่ตรงนี้อย่างเต็มความสามารถไม่เอาไปแปรเปลี่ยนเจตนา เอาไปทำตลาดสดผลไม้ล้อมบ้านพักอาศัยอาศัยจนมีผู้สูงวัยหรือสายทีนเอจที่ไหนต้องเอา “ค้อนธอร์” “ขวานฟ้าหน้าดำ” มาทุบรถที่จอดขวาง เพราะสังคมมันไม่สามารถเรียกร้องหาสำนึกดีๆ ที่มีหิริโอตัปปะได้มากนัก

ร้ายหนักเมื่อคนที่ทำงานตามเวลาราชการทำหน้าที่รับผิดชอบความเป็นอยู่ของประชาชนดันตอบไปได้ว่าหากบ้านแกโดนแบบนี้ก็ผสมโรงขายของ ขายที่หนีปัญหาไปแล้ว ว่าแต่หน่วยงานจากดาวนาเม็กตำบลไหนมันเซ็นให้เขาสร้าง หรือแกล้งปิดตาจ๊ะเอ๋ปล่อยให้เรื่องพวกนี้ค้างคาได้เป็นทศวรรษ

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาเลยนะครับ เพราะต่อให้ท่านถอดชุดยศศักดิ์ออก หรือแม้แต่ออกจากตำแหน่งไป แล้วพูดคำนี้ออกมาก็ต้องรับผิดชอบมุมมองที่เกิดขึ้นในฐานะเจ้าหน้าที่ หรืออดีตเจ้าหน้าที่ ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนพูดเล่นๆ ว่ายิงจรวดใส่ แท่งโน่น แง่งนี่ เพราะเขามีหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องพึงตระหนักรู้อยู่เสมอ หากหลุดปากออกมานะเหรอ หึหึ อยู่ไม่ได้หรอก

หรือทนอยู่ก็อยู่แบบไม่เป็นที่เคารพรัก…

 

NBA

 

เอ้า บอกอยู่ไวไวว่าจะใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ากลับไปบ่นนอกเรื่องกีฬาร่วมเอสี่ ย้ายกลับมาที่เรื่องน่าประทับใจจากเกม 67th NBA All Star Game ที่ผ่านพ้นไป

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา NBA Regular season งดเปิดทางให้กับสัปดาห์รวมดารา รวมหัวกะทิของลีกเอาไว้มากที่สุดเพื่อการโชว์ตลอด 3 วัน ทั้งเกม Rising Star ในเช้าวันเสาร์บ้านเรา ซึ่งภาพที่ออกมาก็คล้ายๆ เดิม จากหลายปีที่ผ่านมา น้องๆ หนูประสบการณ์ไม่เกิน 2 ปี ในลีกเล่นกันเมามันแต่ไม่จริงจังเท่าไหร่

ออกมาในแง่โชว์ออฟเสียส่วนมากทั้งดังค์ท่ายาก ยิงระยะโคตรไกล จ่ายท่าประหลาด ก่อนที่ปีนี้ MVP ตกเป็นของ Bogdan Bogdanović มือปืนสัญชาติเซอร์เบียจาก ซาคราเมนโต้ คิงส์ ที่พาทีมรวมดาราโลก เอาชนะรวมสหรัฐสบายมือ 155-124

ข้ามมาวันอาทิย์บ้านเรากับ 3 โชว์ ทั้ง Skill Challenge, 3 Point Contest รวมทั้ง Slam Dunk โดยส่วนตัที่ติดตามก็ถือว่าไม่น่าเกลียดอะไร อาจจะออกแนวว่าไม่แปลกใหม่คาดเดากันไม่ยาก แต่ก็ถือว่าเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะสถิติใหม่ของการแข่งยิง 3 คะแนน แชมป์เป็นของฝรั่งหน้าตี๋ Devin Booker จาก ฟีนิกซ์ ซันส์ รอบชิงกดไป 28 แต้ม เชือดอดีตแชมป์ Klay Thompson จาก Golden State Warriors 3 คะแนน

ไฮไลท์อย่าง “สแลมดังก์” หลายคนบอกว่าน่าผิดหวังโดยเฉพาะคนรุ่นผมพวกตั้งต้นที่ 40 อาจเป็นเพราะเรายึดติดกับอะไรที่คุ้นเคยอย่าง โคบี้ ไบรอันท์ (1997) วินซ์ คาร์เตอร์ ( 2000) เจสัน ริชาร์ดสัน (2003 ) ร่วม 20 ปีที่ผ่านมา น้อยมากที่จะมีท่าอะไรแปลกใหม่ แต่ส่วนตัวผมว่าการแสลมดังค์ มันไม่มีอะไรมากกว่าท่าที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะคิดแล้วมนุษย์ จะทำอะไรได้มากนักกับการดังค์สักครั้ง

กระโดดสูง ไกล เน้นพลกำลัง หมุน ควง ค้างตัว ข้ามสิ่งกีดขวาง อุปกรณ์ต่างๆ ทางที่ดีหนึ่งท่าต้องออกมาดังค์ทีเดียวจบ นั่นคงเป็นปัจจัยหลักๆในการโชว์ต่อจากนั้นก็มีกิมมิกต่อยอดเช่นเอาท่าของเหล่าตำนานมาทำให้ยากขึ้นเช่นปี 2016 Zach LaVine  เอาท่าอมตะนิรันด์กาลอย่างการกระโดดดังค์จากเส้นโทษที่สร้างชื่อให้กับกับ Dr.J และไมเคิ่ล จอร์แดน มาแล้ว แต่ทำให้ยากขึ้นด้วยการลอดขาเลยออกมา Amazing

 

NBA

 

ปีนี้ก็ออกมาใกล้เคียงกัน คู่ชิงอย่าง Donovan Mitchell และ Larry Nance, Jr. ลูกชายของแชมป์แสลมดังค์คนแรกของ NBA อย่าง Larry Nance ก็มาในแนวทางเดียวกัน

เมื่อคนลูกเลือกสวมชุดย้อยุคของคุณพ่อพร้อมท่าที่พ่อใช้ ขณะที่ Donovan Mitchell ก็สมวัยเลือกชุด และท่าของ วินซ์ คาร์เตอร์ มาเรียกคะแนนจนคว้าแชมป์ไปครองในท้ายที่สุด เป็นแชมป์แสลมดังค์คนที่ 2 ของสังกัด ยูท่าห์ แจ๊ซซ์ ต่อจาก เจเรมี่ อีแวนส์ ในปี 2012 จากท่าไม้ตาย 1 ห่วงยัด 2 ลูกโดยรวมแล้วจัดได้ว่าเป็น “Saturday Night” มาตรฐานสูง

ขณะที่เกมออลสตาร์ในวันจันทร์บ้านเรา ถือเป็นอีกไฮไลท์ของทุกปี ซึ่งปีนี้ปิดฉากอย่างน่าประทับใจ และถือเป็นนิมิตรหมายที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะปีนี้ ออลสตาร์ เกม เปลี่ยนจากเกมเหยาะแหยะ จะปล่อยของโชว์กันอย่างเดียว เล่นเอาหล่อไว้ก่อนทั้งการดังก์ ยิงไกล โดยที่ฝั่งตรงข้ามเองป้องกันแบบง่อยมากๆ

หากท้ายเกมไม่ใกล้เคียง ฝ่ายรับแถมจะเดินหลบเปิดทางให้ฝ่ายบุกลอยมาดังก์กันสบายๆ ขอให้ท่าสวยเอาไว้ก่อน ทว่าปีนี้ทุกอย่างดูจริงจังกว่าที่เคยเกมสูสีตั้งแต่ควอเตอร์ที่สอง เล่นเกมรับกันหนักแน่นมากขึ้น จริงจังที่สุดในรอบ 10 ปีก็ไม่เกินเลย

หากถามจากความทรงจำผมเชื่อว่าปี 2018 สนุก และน่าจดจำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อครั้ง “เอไอ” อัลเลน ไอเวอร์สัน พาสายตะวันออกพลิกนรกไล่แซงหลังจากตามหลัง 21 แต้มกลับมาชนะได้

 

NBA

 

ครั้งนั้นเราได้เห็นเหล่า ซูเปอร์สตาร์ในลีกมากมายเล่นกันเต็มที่ทั้งรุก และรับเพื่อเอาชนะกันให้ได้ ปีนี้ 2018 ก็ไม่ต่างกันนัก มีหลายเหตุการณ์ที่ยืนยันได้ว่าพวกเขาเอาจริง

ทั้งจำนวนการตีฟาวล์มหาศาลจนกลายเป็น ออลสตาร์เกมไม่กี่ครั้งที่มีการตีฟาวล์ทีมครบต้องยิงลูกโทษ เช่นกันกับการเล่นเกมรับสุดเขี้ยวของทีม เลบรอน เจมส์ ทั้งปลายครี่งแรกที่ลดช่องว่างหลักสิบแต้มมาเหลือเพียงเพลย์เดียว พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อผู้เล่นระดับโลกอย่าง เจมส์ ,เควิน ดูแรนท์ และรัสเซลล์ เวสต์บรูค มาเล่นร่วมกัน “ความยอดเยี่ยมแบบเกินคาดก็เกิดขึ้น”

โดยเฉพาะในเพลย์สุดท้ายที่ ทีม สตีเฟน เคอร์รี่ ต้องการสามคะแนนเพื่อต่อเวลา เมื่อมาเจอเกมรับที่นำทัพโดยเจมส์ แถมแจ็กพอตแตกด้วยความที่เป็นทีมรวมดาราไม่ได้ซ้อมแผนสกรีนเซตเพลย์กันจนลงตัว ตัวถือบอลอย่าง เคอร์รี่ ถูกต้อนเข้ามุมโดยมี เจมส์ แท็คทีมกับ ดูแรนท์ 2 ผู้เล่นทูเวย์ชั้นยอดแห่งยุค (เล่นได้ทั้งเกมรุก และรับ)

แน่นอนว่าเจอกำแพงหนาขนาดนี้ต่อให้ เคอร์รี่ เป็นที่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แม่นที่สุดในโลกนาทีก็ไม่มีโอกาสจบสกอร์ ยิ่งภาพวินาทีที่เอาชนะได้สำเร็จ เลบรอน เจมส์ วิ่งฉลองราวกับได้แชมป์ NBA ผู้เล่นทีม เลบรอน กอดกันกลม มันแสดงให้เห็นถึงความสะใจที่มาจากผลสำเร็จของความตั้งใจที่ลงทุนลงแรงลงไป แม้เหล่า Hater จะประชดว่านี่แค่เกมโชว์ยังร่อนขนาดนี้ ชนะจริงไม่ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าหรือไง

 

 

ถามว่าภาพแบบนี้ดีต่อผู้ชมไหม แน่นอนไม่ต้องสืบเร้าใจจะแย่ วัดกันจนท้ายเกมแถมเป็นสูสีแบบไม่ต้องแกล้งปล่อย หลังจบเกมทั้ง เคดี และ เลบรอน พูดตรงกันว่าทีมเห็นตรงกันว่าหลายปีที่ผ่านมาเกมขาดความจริงจัง ปล่อยปะให้โชว์กันเกมไป ในฐานะเกมบาสเกตบอลมันไม่เร้าใจตื่นเต้นแต่อย่างใดจึงพยายามกระตุ้นกันเต็มที่

เพราะท้ายที่สุดนักกีฬาอาชีพไม่มีใครอยากแพ้แม้จะเป็นเกมในสวนหลังบ้านก็ตาม

อีกจุดหนึ่งที่รู้สึกเองนั่นคือ All Star เกมปีนี้ถือว่าถ่ายเลือด ผู้เล่นอย่าง เจมส์ ถือว่าอาวุโสสูงสุด นั่นแปลว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในสนามคือคนยุคปัจจุบัน คนที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และบนโลกเสมือนอย่าง อินเตอร์เน็ต เป็นกลุ่มที่มีวิวาทะประฝีปากกันมาตลอดด้วยคำวิจารณ์ ซึ่งในสนามก็มีหลายคู่ทีเดียวที่มีเรื่องนอกสนามพร้อมปะทุก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้เกมมันส์ขึ้น ไหนจะรูปแบบการจัดทีมแบบใหม่ที่มีการดราฟท์ ก็ทำให้การจัดทีมแปลกไปศักยภาพสูสีขึ้น

สุดท้ายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ออลสตาร์เกม กลับมาเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม เร้าใจจากสุดยอดผู้เล่นแถวหน้าของโลกอีกครั้งแล้ว… ชื่นใจ

 

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

NBA

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports