น่าอนาถ ปนสงสารตัวเอง ที่อดหลับอดนอนอยู่รอดู อาร์เซน่อล เปิดรัง เจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยันเกือบเช้า ในนัดที่ฟอร์มของ “ไอ้ปืนใหญ่” กลายเป็น “ปืนใกล้แตก” เฉกเช่นชาวบ้านบางระจัน มีไว้ต่อสู้กับ พม่ารามัญ

แต่นักเตะ อาร์เซน่อล ใจสู้ไม่ใกล้เคียงกับ วีรชนชาวไทย สักนิด

ARSENAL

อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องการที่จะล้างแค้นในบ้านตัวเอง หลังพ่าย “เรือใบสีฟ้า” ยับในนัดชิง คาราบาว คัพ เมื่อ 4 วันที่แล้ว โดยการเปลี่ยนผู้เล่นหลากหลายตำแหน่ง ชนิดที่เรียกว่าเปลี่ยนได้แบบน่าสนใจ และน่าดู

ในเกม คาราวคัพ เวนเกอร์ เลือกใช้แผน 3-4-2-1 โดยมี โลร็องต์ กอสเชียลนี่ย์, สโคดราน มุสตาฟี่ และแคลัม แชมเบอร์ เป็นเซ็นเตอร์ และมี เบเญริน และมอนเรอัล ยิงเป็นวิงแบ็ค ซึ่งผลงานในนัดชิงก็แสดงให้เห็นกันไปแล้ว แต่กับในนัดนี้ เลือกใช้ 4-5-1 ที่ดูดีขึ้น ดูกล้าแลก และกระหายชัยชนะ เพื่อลบล้างความผิดทั้งหลายที่ก่อไว้ในนัดก่อน

Bernardo Silva

AP Photo/Frank Augstein

แต่ ผลงานในสนามกลับตรงกันข้ามกับที่หวังไว้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เวลา 15 นาที ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เลรอย ซาเน่ เลี้ยงบอลผ่าน ตัวรับทั้ง 5 ของอาร์เซน่อล ดั่งเลี้ยงหลบ กรวยในสนามซ้อม ส่งให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ปั่นโค้งๆ หนีมือ เช็ค เข้าประตูไป หลังโดนยิง สิ่งที่สังเกตได้อย่างแจ่มชัดคือ แววตาของนักเตะอาร์เซน่อล บ่งบอกว่า

“ไม่สู้แล้ว”

ประตู 2 และ ประตูที่ 3 ตามมาติดหลังเกมผ่านไปเพียง 33 นาทีเท่านั้น แม้ว่าครึ่งหลังมีโอกาสได้ประตูตีไข่แตก แต่โอบาเมย็อง ดันยิงไปติดเซฟ เอแดร์สัน ซึ่งทำให้ แมนฯ ซิตี้ เซฟจุดโทษได้ 11 จาก 19 ครั้งหลังสุดนับทุกรายการ ช่วงเวลาที่เหลือเรียกว่า ซิตี้ ได้ปิดเกมอย่างสมบูรณ์แบบ คือ เล่นบอลติ๊ดชึ่ง บุกต่อไม่ได้ ก็คืนหลัง และคู่แข่งไม่สามารถเพรส แย่งบอลคืนมาได้

ARSENAL

AP Photo/Frank Augstein

ด้านเกมรุกของเจ้าบ้าน แม้จะครองบอลได้มากกว่า โอกาสยิงมากกว่า แต่รูปเกม “แย่กว่า” จังหวะการรุกไปแดนหน้าดูเยอะจังหวะ คิดช้า ทำช้า จนเสียโอกาสจ่ายสวยๆ ไปหลายครั้ง การเล่นบอลจ่ายกับพื้นที่สวยงามในอดีตของอาร์เซน่อล หายไปกลายเป็นบอลโยนให้กองหน้าใช้ความสามารถเฉพาะตัว เก็บกินเอา

ระหว่างดู ผมหวังจะเห็นการแก้เกมจาก บรมกุนซือเลือดน้ำหอม แต่เหลือบไปดูรายชื่อตัวสำรองแล้ว ก็เดาได้ว่าเข็นสู้ต่อไปก็ไม่ไหว อาร์แซน เวนเกอร์ เลยเลือกที่จะไม่ใช้โควต้าเปลี่ยนผู้เล่นสำรองเลย แม้แต่คนเดียว พร้อมนั่งหมดอาลัยตายอยาก ส่ายหัวยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ ครึ่งแรก ผิดกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ออกมากระตุ้นลูกทีม ยืนสั่งการข้างสนาม แม้ทีมจะนำขาด และเล่นดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

จากความโกรธแค้นของแฟนบอล เปลี่ยนกลายเป็นความเบื่อหน่าย และสิ้น ศรัทธา ของแฟนบอลไอปืนใหญ่ เสียงร้องเพลงเชียร์ นักเตะและทีมที่ตนรัก กลายเป็นเสียงโห่ไล่ออกจากสนามของผู้ชม 58,420 ดั่งที่โฆษกรายงาน แต่ดูแล้วไม่น่าเกิน 28 คนตามที่ แกรี่ เนวิลล์ แซว

ARSENAL

Sky Sports

จบเกม เกิดสถิติมากมาย ที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่ ของอดีตยอมทีมจากกรุงลอนดอน ทั้งเป็นทีมในพรีเมียร์ลีกที่แพ้มากที่สุดในปี 2018 รวม 7 นัดทุกรายการ หรือเป็นการแพ้ให้ แมนฯ ซิตี้มากที่สุดนับตั้งแต่แพ้ 0-4 ในปี 1912

ในส่วนของตารางคะแนนที่ไม่เคยหลอกใคร พวกเขาตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 30 คะแนน ทำคะแนนนำ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน บ๊วยลีกอยู่เพียง 25 คะแนน ตาม สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 ซึ่งเป็นโควต้า แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ 10 คะแนน ตามเชลซี อันดับ 5 อยู่ 8 คะแนน

Arsene Wenger

AP Photo/Tim Ireland

หนทางสุดท้ายที่จะ #SaveWanger ได้น่าจะเป็นการคว้าแชมป์ยูโรป้า เพื่อเป็นทางผ่านไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ในฤดูกาลหน้า แต่ต้องผ่านด่านอรหัน เอซี มิลาน ของ กัตตูโซ่ ที่แข่ง 6 นัดหลังสุด ชนะรวด แถมไม่เสียประตูเลย ไปเสียก่อน

Gennaro Gattuso

Angelo Carconi/ANSA via AP

สุดท้าย ฤดูกาลนี้จะจบยังไงก็ตาม แต่จากแฟนบอลคนหนึ่ง ที่ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนของ อาร์เซน่อล เพียงแต่รับไม่ได้กับฟอร์มนัดล่าสุด หรือนัดหลังๆ ของอดีตแชมป์พรีเมียร์ไร้พ่าย ทีมเดียวในประวัติศาสตร์ เลยขอระบาย ความอึดอันใจ หลังอดนอนดูคู่บิ๊กแมตช์ เมื่อคืนนี้

เปลี่ยนผู้จัดการทีมเถอะครับ ก่อนจะกลายเป็นทีมกลางตารางอย่างเต็มตัว

“MAXZIO”

ศุภณัฐ

ดูพรีเมียร์ลีกสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports