จากสุดยอดฮีโร่แบบฉบับ “แฮตทริคฮีโร่” รอบชิงชนะเลิศ จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 28 ที่พา โรงเรียนอัสสัมชัญ คว้าแชมป์เดี่ยว มาได้แบบเซอร์ไพรส์ โดยเอาชนะ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เต็งหนึ่ง และเจ้าภาพของรายการที่อุดมด้วยสตาร์ทีมชาติเต็มทีม ที่สกอร์ 3-1

เพียงแค่ 4 เดือนเศษหลังจากนั้น “ไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ ศูนย์หน้าร่างตันความเร็วสูง ก็ได้รับรางวัลชีวิต ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย ชุด ยู-19 ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชหระ” อิสระ ศรีทะโร ที่ต้องเตรียมทีมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู-19 ปลายปีนี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีตั๋วเวิลด์คัพ ยู-20 รออยู่

“ไข่ตั้ง” เป็น 1 ใน 35 รายชื่อที่ได้เก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อเตรียมทำศึก “International U19 Football Tournament 2018” ณ เมือง ยา ลาย ประเทศ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 18-31 มีนาคม 2561 นี้

เขาเป็นใคร มาจากไหน กองหน้าจอมถึก สไตล์รถถัง วิ่งสู้ฟัด กัดไม่ปล่อย เจ้าของฉายา “เวย์น รูนี่ย์ แห่งวงการฟุตบอลนักเรียน” มีชีวิตเป็นเช่นไร ก่อนก้าวมาถึงจุดนี้ ติดตามได้เลย ที่นี่…..

พิทักษ์ ภาภิรมย์ เป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 3 คน ของครอบครัว ภาภิรมย์ เขาเกิด และเติบโตที่ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ช่วงวัยเด็ก จริงๆ แล้วมีชื่อเล่นว่า “ตั้ง” และไอ้คำว่า “ไข่” เนี่ย มาถูกเติมตอนหลัง…

“เจ้าตั้ง” เป็นเด็กรูปร่างเตี้ย ป้อม ตัน แข็งแรง บึกบึนตามสภาพ เขาชอบเตะบอลตั้งแต่เด็ก จนพออายุแตะหลัก 10 ขวบ คุณครูอนุวัฒน์ อิสระวงษ์ ก็จับเด็กคนนี้ฝึกฟุตบอลที่ โรงเรียนพระกุมารศึกษา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขากับลูกฟุตบอล

“ผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ตอนเรียนที่ พระกุมารศึกษา ครับ ตอนนั้นก็มีเล่นฟุตบอล กับ เรียน ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วพอดีที่ลูกชายของ “โค้ชโต่ย” (ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย) (อดีตมือขวาของ มิโลวาน ราเยวัช) เค้าเรียนอยู่ที่เดียวกับผม แกเลยได้โอกาสกลับบ้านมาหาลูก และก็สอนฟุตบอลให้ลูก ทำให้ผมได้เรียนรู้กับแกไปด้วย”

ด้วยอานิสงค์ของการเรียนที่เดียวกับลูกชาย “โค้ชโต่ย” ก็ทำให้ “เจ้าตั้ง” ถูกฝึกฟุตบอลแบบถูกหลัก และจากความขยัน บวกกับทักษะที่พอมี น่าปั้น ก็ทำให้โค้ชโต่ย จับเขาข้ามฟากจากดินแดนที่ราบสูง มาอยู่เมืองหลวงศิวิไลซ์ เพื่อหนทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต ตั้งแต่อายุ 13 ปี

สมัยนั้น เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว “โค้ชโต่ย” มีหน้าที่ดูแลอะคาเดมี่ของสโมสรโอสถสภา เขาจึงได้จับ “เจ้าตั้ง” มาเรียนที่โรงเรียนประเทืองทิพย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในอะคาเดมี่ของ โอสถสภา ในระดับชั้น ม.1 พร้อมๆ กับนักเตะเยาวชนอีกหลายคน อย่าง จตุรพัชร สัทธรรม, ประสิทธิชัย เพิ่ม, นวพล ผูกบุญเชิด และ ธนัด บัวลม

Image : Pattaya United

แชมป์ มหานครเกมส์ 14 ปี และ รองแชมป์กรมพลศึกษา 14 ปี ก นี่คือความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่นาน ที่ “โค้ชโต่ย” และ “เจ้าตั้ง” ทำให้กับโรงเรียนประเทืองทิพย์ หลังจากนั้น พอสนิทสนมกันมากขึ้น ก็เป็นโค้ชโต่ยเนี่ยแหละ ที่เริ่มเรียกเด็กชายพิทักษ์ ภาภิรมย์ ในรูปแบบใหม่ว่า “ไอ้ไข่ตั้ง” จนชื่อนี้โด่งดังจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวัย 15 ปี “ไข่ตั้ง” ถูกเรียกติดทีมชาติไทยครั้งแรก ชุดเยาวชน 15 ปี ชิงแชมป์นานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่เมืองเยืองดึก ประเทศเกาหลีใต้ และได้เป็นกัปตันทีมอีกด้วย แถมในปีเดียวกัน เขายังได้ข้ามรุ่นไปยืนกองหน้าให้กับโรงเรียนประเทืองทิพย์ในรายการ ปตท. รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ก่อนจะพาทีมเข้าชิงกับ อัสสัมชัญ ธนบุรี ที่มี ชินภัทร ลีเอาะ และ สรวิชญ์ พานทอง ซึ่งแม้จะจบลงด้วยการได้แค่รองแชมป์ แต่ดาวเตะอายุ 15 รายนี้ ก็ได้รางวัลกองหน้ายอดเยี่ยม มาครอง ทั้งที่แบกอายุถึง 2 ปี

ปีต่อมา โรงเรียนประเทืองทิพย์ สร้างเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อคว้าแชมป์ 16 ปี ก กรมพลศึกษา มาครองได้ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด ภายใต้การร่วมฝึกสอนกันระหว่าง “โค้ชโต่ย” กับ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ อดีตหัวหอกในตำนานของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่ง “ไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ ควบรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในรายการดังกล่าวได้อีกด้วย จากนั้น นักเตะของประเทืองทิพย์หลายคน ได้ถูกจับตาอย่างยิ่งจากโรงเรียนบิ๊กเนมมากมายทั่วไทย โดยเฉพาะโรงเรียนในเครือจตุรมิตร

คราวนั้น โรงเรียนอัสสัมชัญ โดย มาสเตอร์โอภาส ธิราศักดิ์ ก็ไม่รอช้า จัดการดึง 3 นักเตะจาก ประเทืองทิพย์ มาร่วมชายคา “อินทรีแดง” ได้แก่ พิทักษ์ ภาภิรมย์, นวพล ผูกบุญเชิด และ ธนัด บัวลม ส่วน จตุรพัชร สัทธรรม และ ประสิทธิชัย เพิ่ม สองแนวรับ ย้ายไปอยู่กับ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

แม้จะย้ายไปเรียนในโรงเรียนที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดก็ยังคงลงเล่นฟุตบอลร่วมกัน ในลีกเยาวชน อายุไม่เกิน 17 ปี กับสโมสร ซุปเปอร์พาวเวอร์ ซึ่งผมได้ถามไข่ตั้งว่า ฟอร์มในลีกเยาวชนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง และคำถามนี้ ก็ทำให้ “เจ้าแม็กซ์” จตุรพัชร ที่นั่งข้างๆ ตอนสัมภาษณ์ แทรกตอบออกมาเลยว่า “มันยิงเยอะ ไอ้นี่มันยิงเยอะสุดแล้ว ปีที่แล้วทีมผม (ซุปเปอร์พาวเวอร์) ยิงได้ 60-70 ลูก ในช่วงรอบคัดเลือก 10 นัด ไข่ตั้งยิงคนเดียว เกือบ 30 ลูกเลยมั้ง (หัวเราะ)”

จากการเล่าของเจ้าแม็กซ์ ทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม พิทักษ์ ภาภิรมย์ ดาวรุ่งในวงการฟุตบอลนักเรียน ถึงถูกเรียกว่า “รูนี่ย์เมืองไทย”

“ตอนนั้น ผมกับเพื่อน แยกโรงเรียนกัน แต่ก็ได้กลับมารวมทีมกัน เวลาที่เล่นให้ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ชุดเยาวชน ซึ่งมีโค้ชโต่ยดูแล” ไข่ตั้ง เริ่มพูดถึง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย บุคคลที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของพวกเขา

“โค้ชโต่ย แกเหมือนพ่อเลย ตอนเช้า แกจะคุมพวกเราซ้อมที่สนามซ้อมโอสถสภา แล้วก็ขับรถไปส่งให้ไปเรียน กลางวันแกก็ทำงานให้กับโอสถสภา พอตอนเย็นแกก็ไปคุมสโมสร (ไทยฮอนด้า) แกทำแบบนี้ทุกวัน ดูแลพวกผมทุกวัน แกสอนพวกผมทุกอย่างทั้งเรื่องในสนาม นอกสนาม”

จากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี จนเข้าระดับชั้น ม.6 ปีสุดท้ายของการเรียนมัธยม “เจ้าไข่ตั้ง” ก็ได้สัมผัสทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลประเพณีระดับนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง จตุรมิตรสามัคคี ในครั้งที่ 28 ที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน

Image : Pattaya United

“พวกผมเคยดูจตุรมิตรนะ เมื่อสามปีที่แล้ว ดูถ่ายทอดสด รอบชิงที่ กรุงเทพคริสเตียน เสมอ อัสสัมชัญ 1-1 ได้แชมป์ร่วมกัน ตอนนั้นยังอยู่ประเทืองทิพย์ กินนอนในสนามธนารมณ์ (สนามซ้อมของโอสถสภา) ไม่มีใครคิดหรอกว่า วันนึงเราจะได้ลงสนามเหมือนในทีวี” เจ้าแม็กซ์ พูดขึ้นมาทันทีที่ผมถามว่า เคยรู้จักจตุรมิตรกันมาก่อนไหม

จากนั้น “ไข่ตั้ง” ก็บอกกับผมว่า “แมตช์แรกที่ลงสนามเจอกับ เทพศิรินทร์ ผมกดดันมาก ก่อนลงสนาม ยืนขาสั่นไปหมด ผมไม่เคยเจอคนเยอะขนาดนี้ กองเชียร์เป็นหมื่นคนในสนามศุภชลาศัย มันยิ่งใหญ่มาก อะไรที่เคยเจอมาในบอลกรมพละ หรือ บอลระดับเยาวชน ตัดทิ้งไปได้เลย มันเป็นประสบการณ์ใหม่จริงๆ” (แม้แต่ จตุรพัชร ที่เคยผ่านรายการระดับนานาชาติกับทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 18-19 ปี ก็บอกว่าไม่เคยเล่นท่ามกลางคนเยอะขนาดนี้เหมือนกัน)

“ทุกนัด ผมได้ยินเสียงเชียร์ เสียงตะโกนด่า มันทำให้ผมถูกกระตุ้น บอลอื่นเราเล่นไป มันยังมีหมดแรงนะ แต่รายการนี้ เล่นเท่าไรก็ไม่หมด เสียงมันกระตุ้นให้ผมยังวิ่ง เหมือนกับว่า จบเกมยังวิ่งได้อีกด้วยซ้ำ”

และสุดท้ายก็อย่างที่ทราบกัน “ไข่ตั้ง” พิทักษ์ ภาภิรมย์ เด็กน้อยจากอีสาน ก็ได้กลายเป็นฮีโร่ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ซัดแฮตทริคได้คนแรกในรอบชิงชนะเลิศ จตุรมิตรสามัคคี

จากคนที่อาจจะมีคำถามว่า ใครวะ?? ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ กลับกลายเป็นชื่อที่ถูกถามถึง และถูกค้นหามากที่สุดคนหนึ่งในกูเกิ้ลเลยทีเดียว “ดีใจครับที่ทำให้โรงเรียนอัสสัมชัญได้แชมป์ ผมไม่เคยคิดเลยนะว่า ชีวิตของผมจะมาได้ขนาดนี้”

หลังจากกลายเป็นซินเดอเรลล่าเพียงไม่นาน “ไข่ตั้ง” ก็เข้าสู่ระบบฟุตบอลอาชีพเต็มตัว โดยเขาได้เซ็นสัญญาร่วมทีม พัทยา ยูไนเต็ด และได้ลงสนามในชุด บี อย่างต่อเนื่อง แถมยังมีชื่อในทีมชุดใหญ่ ใส่เบอร์ 6 อีกซะด้วย โดยยังมีเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนหลายที่ตามโค้ชโต่ยมาอยู่กับ “โลมาฟ้าขาว” ทั้ง ธนัด บัวลม, นวพล ผูกบุญเชิด, ประสิทธิชัย เพิ่ม, สิริมงคล ตั้งเจริญนุรักษ์ เป็นต้น

“ก็ดีใจนะครับ ที่ได้เซ็นสัญญากับทางพัทยา ซึ่งผมก็ได้ลงสนามตลอดในชุด บี แต่ก็ยังทำประตูไม่ได้ การทำงานของพัทยา ถือว่ามอบประสบการณ์ที่ดีให้ผมเยอะ เพราะชุดใหญ่กับชุดเล็ก มีการทำงานร่วมกัน และซ้อมร่วมกันบ้าง ทำให้ผมพัฒนาตัวเอง เวลาที่เขาไปเก็บตัวหรืออุ่นเครื่อง ผมก็ได้ไปด้วย ในอนาคต ถ้าหากฟอร์มดี ก็อาจจะมีชื่อได้ลงสนามในไทยลีก หรืออย่างน้อยก็ในฟุตบอลถ้วยครับ”

ดูเหมือนว่า ถนนลูกหนังอาชีพที่เหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นแบบจริงจัง และก็หันหลังกลับไม่ได้ของ “ไข่ตั้ง” จะมอบสิ่งดีๆ ดั่งความฝันเข้ามารวดเร็ว เมื่อเขามีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี อย่างที่ผมเกริ่นไปแต่แรก จากผลงานตั้งแต่จตุรมิตร และฟุตบอลไทยแลนด์ ยูธ ลีก ที่พาทีม ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่าย ชลบุรี เอฟซี ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอกัน 3-3 โดยเขากดไปทั้งหมด 4 ประตู

“ก็ดีใจครับ (ผมพูดไม่ค่อยเก่ง) แต่ก็ดีใจมากที่ได้กลับไปติดทีมชาติอีกครั้ง เพราะไม่ได้ติดมาตั้งแต่ชุด ยู-15 ทางบ้านพอเขารู้แล้ว เขาก็บอกผมว่า โอกาสมาแล้วนะลูกให้ตั้งใจมากๆ ตอนนี้ แม่ของผมก็ป่วยด้วย (เป็นโรคเบาหวาน และต้องฟอกไตทุกเดือน) ผมจะทำให้เต็มที่ที่สุด จะสู้เพื่อแม่ครับ”

ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในครอบครัว “ไข่ตั้ง” โดยเฉพาะค่ารักษาคุณแม่ มาจากเงินเดือนที่ได้จากทางพัทยา ยูไนเต็ด โดยเจ้าหนุ่มเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษคนนี้ มีเป้าหมายที่สูงขึ้น เพื่อจะได้นำรายได้ และความสำเร็จมาดูแลครอบครัวต่อไป

“ผมหวังว่า ผมจะได้ติดทีมชาติต่อเนื่องครับพี่ อยากจะไปอินโดนีเซียกับเค้าบ้าง (ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย) ผมอยากสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ผมอยากทำให้ผู้ใหญ่เห็นว่า สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด นี้ก็มีนักเตะดาวรุ่งที่ดี ที่สามารถขึ้นไปทำเพื่อชาติได้เหมือนกัน…”

ผมเองก็ได้แต่หวังว่า ดาวรุ่งที่เป็นรุ่นน้องของโรงเรียนอัสสัมชัญคนนี้ จะรักษาฟอร์ม และร่างกายของตนไว้ให้ได้ตลอด เพื่อเป็นอีกหนึ่งกองหน้าตัวเลือกที่ดีของทีมชาติไทยในอนาคต และที่สำคัญที่สุด คือ สามารถเป็นเสาหลักให้ครอบครัวอยู่สุขสบายได้

เพราะไม่ว่านักฟุตบอลจะเก่ง หรือดังขนาดไหน สิ่งที่ประเสริฐที่สุดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ขนาดความดัง หรือฟอร์มการเล่นที่สุดยอด หากแต่คือ เขาสามารถนำเงินรายได้ที่ได้มา มาดูแลครอบครัวได้ดีแค่ไหนต่างหาก….

“จอน”

ฉลามชล

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports