จอน : ถ้าถามผมว่า ผมชอบเพลงของสโมสรไทยลีกเพลงไหนบ้าง ผมบอกได้เลยว่า เพลง “หัวใจมังกร No.12” ของ โปลิศ เทโร เอฟซี หรือ บีอีซี เทโรศาสน เป็นหนึ่งในนั้น…

 

ไทยลีก

 

 

สละสลวย ลึกซึ้ง นุ่มนวล ไพเราะ และกินใจ

“จับมือเดินไป ไต่ตามโค้งฝัน ร้อยใจเรียงเคียงกัน ฝันเคียงกาย
หลอมวิญญาณรวมกัน ใจผูกพันมิหน่าย ตราบดินฟ้ามลาย… แด่ใจมังกร

แต่ดูเหมือนว่า “ใจมังกร” ปีนี้ช่างระส่ำระสายเหลือเกิน เมื่อพวกเขาเปิดตัวในเกมลีกไป 4 เกม เก็บได้เพียง 1 แต้มเท่านั้น จากผลเสมอ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 และแพ้อีกสามนัดที่เหลือต่อ พีที ประจวบ เอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ต้องอยู่ในโซนตกชั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปีที่มีการตกชั้นถึง 5 ทีม

ทั้งนี้ สโมสรเจ้าของฉายา “มังกรไฟ” หรือ “มังกรโล่เงิน” ในปัจจุบัน คือ สโมสรแห่งประวัติศาสตร์ที่อยู่มาตั้งแต่ไทยลีกครั้งแรก เมื่อ 22 ปีที่แล้ว และยังไม่เคยตกชั้นเลย อยู่รอดปลอดภัยมาตลอด 21 ซีซั่น

พวกเขาเป็นแชมป์ไทยลีก 2 สมัย รองแชมป์อีก 2 สมัย และ อันดับสามอีก 7 สมัย โดยที่มีอันดับหลุดท็อปเทนแค่ 3 ครั้งเท่านั้น

แต่ถ้าหากยังไม่เปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร์สโมสรก็อาจจะต้องจารึกในสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งผมยังคิดภาพความรู้สึกของแฟนบอลไม่ออกเลยว่า ถ้าอดีตบิ๊กเนมระดับ โปลิศ เทโร เอฟซี ต้องตกชั้นไปเล่นลีกรองจริงๆ จะเป็นอย่างไร

ฤดูกาล 2018 สโมสร โปลิศ เทโร เอฟซี เริ่มต้นซีซั่นด้วยการมีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมค่อนข้างเยอะ พวกเขามีคอนเซปต์ “WE ARE NEW LEGEND” บ่งบอกถึงการเริ่มต้นสานตำนานของสโมสรร่วมกันระหว่าง ตำรวจ และ เทโร สองบิ๊กเนมในอดีต และมีการเปลี่ยนแปลงฉายาเป็น “มังกรโล่เงิน” อีกด้วย

พวกเขามีฟอร์มการเล่นช่วงอุ่นเครื่องที่ ดุดัน น่ากลัว แถมยังได้รับคำชมเยอะมากจากการตลาดที่ดึงตัว อ่อง ธู ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวเมียนมา มาร่วมทีม ภายใต้การคุมทีมของ สกอตต์ คูเปอร์ กุนซือชาวอังกฤษ ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใครในไทยลีก แถมยังได้นักเตะไทยดีกรีทีมชาติอย่าง มงกร ทศไกร, ภิญโญ อินพินิจ, นพพล พลคำ และ นนท์ ม่วงงาม มาร่วมทีมอีก

 

ไทยลีก

 

“ตัวผู้เล่นโอเค เฮดโค้ชก็โอเค แฟนบอลก็โอเค การตลาดก็โอเค สนามก็โอเค อะไรๆ เหมือนจะดูดีไปซะทุกอย่าง
แต่ฟุตบอลไม่ใช่สิ่งที่จะคาดการณ์อนาคตได้ด้วยความรู้สึก ผลงานเท่านั้นจะบ่งบอกว่ามัน โอเคจริงหรือไม่”

และผลงานสี่นัดที่ผ่านมา บ่งบอกได้ดีว่า “พวกเขายังดีไม่พอที่จะก้าวข้ามอันดับในโซนสีแดง

เมื่อผลงานไม่โอเค แฟนบอลก็เริ่มไม่โอเค เริ่มมีเสียงวิจารณ์จากผู้เล่นหมายเลข 12 ของทีม ตัวผู้เล่นที่เคยคิดว่าดี ก็เริ่มไม่ถูกใจ เริ่มมีการเปรียบเทียบตัวต่างชาติของทีมกับทีมอื่นๆ ที่ต้องยอมรับว่า ตัวต่างชาติของ “มังกรโล่เงิน” ซีซั่นนี้ ดร็อปลงไปจริงๆ เทียบไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงกับยุคก่อนๆ ที่มี ไดกิ อิวามาซะ, โช ชิโมจิ, จอร์จี้ เวลคัม, กิลเบิร์ต คูมสัน หรือย้อนกลับไปอีกก็ เคลตัน ซิลวา เอย อาร์ตูโร่ การ์เซีย หรือ “อาร์ซู” เอย หรือ คาลิด คารูบี้ เอย

 

เริ่มมีการเปรียบเทียบกับยุคก่อนที่ประสบความสำเร็จ
เริ่มมีเสียงวิจารณ์ผู้บริหาร และเหล่าทีมสต๊าฟฟ์
เริ่มมีการคิดถึงฟุตบอลแบบมังกรพ่นไฟ ที่ใครๆ ก็หวาดกลัว
เริ่มมีเสียงเปรยให้ทีมเปลี่ยนแปลง ก่อนที่อะไรจะสายไป

 

ไม่เช่นนั้น เราอาจจะได้เห็น “สโมสรแห่งใจมังกร” อยู่บนลีกสูงสุดเป็นปีสุดท้าย ก็ได้…

 

“จอน”

ไทยลีก

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports