TRUE FOCUS : เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และน่าจะทำให้แฟนบอลของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีค่ำคืนที่งดงาม หลังขุนพล “ปราสาทสายฟ้า” เปิดบ้าน เชือดนิ่ม เซเรโซ่ โอซาก้า ผู้มาเยือนจาก เจลีก ญี่ปุ่น ด้วยสกอร์ 2-0 ในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 เมื่อวานที่ผ่านมา

ชัยชนะนี้ ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มได้อีก 3 แต้ม ขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 ของกลุ่ม โดยมีแต้มตามหลัง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ 1 คะแนน และมีแต้มเท่ากับ เซเรโซ่ โอซาก้า แต่ บุรีรัมย์ มีเฮ้ดทูเฮ้ดดีกว่า จึงรั้งอันดับที่ 2 ของกลุ่ม

เหลืออีกสามเกม นอกบ้าน 2 นัด ในบ้าน 1 นัด และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การคว้า 3 แต้มเหนือทีมดังจากแดนปลาดิบต่อหน้าแฟนบอล 6 พันเศษๆ ได้จุดประกายความหวังในการผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ศึกเอซีแอลอีกครั้ง ขึ้นมาทันที

และนี่คือสิ่งที่ผมเห็นจากการนั่งชมเกมที่ ช้าง อารีนา (บุรีรัมย์ สเตเดี้ยม) ในค่ำคืนที่เหล่าสาวกเซราะกราวได้ฉีกยิ้มอย่างมีความสุข บนรสชาติแห่งชัยชนะ

  • เซเรโซ่ โอซาก้า ประมาทตั้งแต่จัดตัว??

เรื่องเซอร์ไพรส์ เกิดขึ้นตั้งแต่เห็นใบรายชื่อ 11 ตัวจริงของ เซเรโซ่ โอซาก้า ที่ ยุน จุง ฮวาน จัดตัวมาได้แบบหักโผแหกโค้งสุดๆ เขาเปลี่ยนทีมยกชุดจากเกม เจ ลีก นัดล่าสุด ที่เสมอกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 3-3 (ที่โดนชนาธิป สรงกระสินธ์ โหม่งเช็ดเข้าไป)

ดาวรุ่ง และตัวสำรองได้ลงสนามกันแบบครบครัน ในส่วนของแนวรับนั้น ได้ส่งนักเตะที่มีอายุเกินกว่า 30 ปี ลงสนามทั้งสิ้น โดยมี เทรุยูกิ โมนิวะ อดีตแนวรับของ บางกอกกล๊าส วัย 36 ปี ด้วย ส่วนแนวรุก วางใจใช้งาน ฮิโรโตะ ยามาดะ กองหน้าชาวญี่ปุ่น วัย 17 ปี ซึ่งเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ คนแรกที่เกิดหลังปี 2000 และได้ลงเล่นในลีกอาชีพของญี่ปุ่น (เจสาม)

แต่จากผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น นั่นบ่งบอกว่า ยุน จุง ฮวาน ประมาท บุรีรัมย์ มากเกินไป และสุดท้าย เขาก็ได้ยอมรับหลังเกมว่า เขาคิดผิด เขาคิดว่านักเตะที่ลงสนามในวันนี้ จะเอาอยู่ อย่างน้อยก็คงมีสักแต้มกลับญี่ปุ่น

ทุกอย่างไม่ใช่จบลงอย่างที่เขาคิด เพราะ เซเรโซ่ ไม่มีสักแต้มกลับญี่ปุ่น ในค่ำคืนนี้

บุรีรัมย์Image : action24cnx

  • โจมตีเร็วด้วยลูกกลางอากาศ

ผมคิดว่า โบซิดาร์ บันโดวิช คงเห็นจุดด้อยอะไรบ้างไม่มากก็น้อย จากเกมลีกล่าสุดของ เซเรโซ่ โอซาก้า ที่โดนลูกโหม่งถึง 3 ประตู ปล่อยให้สามแต้มกลายเป็นเพียงแต้มเดียว ในเกมเจ๊ากับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 3-3 แถมยังโดน “เจ้าเจ” โหม่งพังประตูได้เป็นลูกแรกในรอบกว่า 6 ปีของเจ้าตัวอีกด้วย

มันเป็นเกมที่ บุรีรัมย์ โจมตีด้วยลูกกลางอากาศเป็นหลัก และด้วยโชคดีบวกกับความเก่ง ที่พวกเขาขึ้นนำได้เร็วจากแทคติกที่ตัวเองวางไว้ ลูกโหม่งของ อันเดรส ตูเญซ ตั้งแต่สองนาทีแรก ทำให้พวกเขาเล่นง่าย และคลายกังวลได้มากขึ้น

แม้จะไม่มี ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ กองหน้าฝีเท้าจัดที่โดนแบน แต่พวกเขาก็ยังมี เอ็ดการ์ ซิลวา ศูนย์หน้าร่างโย่ง ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องการพักบอล กับลูกกลางอากาศ และสุดท้าย “ลูกหัวของเอ็ดการ์” ก็ทำงานจนได้ ในช่วงครึ่งหลัง จากการเปิดสุดแม่นของ จักรพันธ์ แก้วพรม

เบ็ดเสร็จ 2-0 จบไปด้วยสกอร์นี้ และนี่ก็เป็น 5 ประตูติดต่อกันแล้วที่ เซเรโซ่ โอซาก้า เสียประตูจากลูกโหม่ง ซึ่งถ้ายังไม่แก้ไข มันจะกลายเป็นจุดอ่อนที่เป็นเป้าโจมตีของคู่แข่งแน่นอนในทุกๆ เกม

อ้อ พูดถึง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่โดนแบนนัดนี้ แล้วทีมชนะเก็บสามแต้มได้ นี่คือโคตรแห่งความคุ้มค่าเลยนะครับ เพราะเขาสามารถเก็บความฟิตได้แบบเต็มถัง พร้อมลุยบิ๊กแมตช์ไทยลีกสุดสัปดาห์นี้ ที่จะต้องไปเยือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

Image : action24cnx

  • แทคติกยอดเยี่ยม บวกความวิ่งสู้ฟัด

การไม่มี ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ในเกมรุก ในแมตช์ที่เล่นในบ้าน กับทีมระดับเจลีก แถมยังต้องการสามแต้มแบบสุดๆ นี่เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากเหลือเกินของบุรีรัมย์ แต่ บันโดวิช ก็ทำให้เห็นว่า ไม่มีอะไรยากเกิน หากเขาวางหมากมาดีพอ บุรีรัมย์ เริ่มต้นด้วยการถอย ยู จุนซู ลงมาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟขนาบข้าง ตูเญซ และ พรรษา เหมวิบูลย์ โดยใช้ ประวีณวัช บุญยงค์ เล่นกองกลางตัวรับ

ซึ่งกองกลางสามคนวันนี้ เป็นคนไทยทั้งหมด ประวีณวัช, รัตนากร ใหม่คามิ และ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่เล่นกันได้ยอดเยี่ยม ประสานงานกันในแดนกลางได้ดี วิ่งไล่บอลกันแบบสู้ฟัด โดยมี สุภโชค สารชาติ เป็นหมากในการลากเลื้อยตะลุยบอลขึ้นไปข้างหน้า ซึ่งเขาเป็นดาวรุ่งที่สุดยอดจริงๆ สำหรับยุคนี้ เทคนิคแพรวพราว รวดเร็ว และชั้นบอลสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

ถ้ามองจากทีมชีต 11 คนของบุรีรัมย์ในเกมนี้ ที่มาในระบบ 5-3-1-1 หรือ 3-5-1-1 ร้อยทั้งร้อยต้องคิดว่า พวกเขามาเล่นเกมรับ เพราะใส่กลางรับถึงสองคน และมีกองหลังธรรมชาติถึง 5 คนในสนาม แม้ว่า แบ็คจะเติมค่อนข้างสูงก็ตามที

แต่ผมเองก็ลืมไปอย่างหนึ่ง นั่นคือ “เกมรุกที่ดี ต้องเริ่มจากการมีเกมรับที่ดี”
เพราะประตูจะทำให้คุณได้ชัยชนะ แต่เกมรับที่ดี จะทำให้คุณเป็นแชมป์…

ลูกแรกมาเร็ว ทำให้พวกเขาเลือกแพ็คเกมรับแน่น และใช้เกมโต้กลับหวังลูกสอง จนมาได้ลูกสองในช่วงครึ่งหลัง อะไรๆ ที่คิดว่ายาก ก็ง่ายดายทันที โดยไม่ต้องมี ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ใครๆ มักจะบอกว่าเป็น “เดอะ แบก” ของทีม ก็ได้

 

  • เกมรับที่น่าชื่นชม

เป็นเกมที่แนวรับของบุรีรัมย์ ช่างน่าชื่นชมเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นกลางตัวรับสองคน ทั้ง ประวีณวัช และ รัตนากร ที่วิ่งไล่ฟัดตรงกลางสนาม ไม่ให้เซเรโซ่ ได้เล่นง่าย แถมยังมีจังหวะสอดขึ้นมาถึงบริเวณเส้นหน้าปากประตูหลายครั้ง สำหรับ รัตนากร

ส่วนกองหลังสามคนนี่ก็เล่นได้ดีไม่แพ้กัน เก็บกินได้หมดจดทั้งลูกโหม่ง และลูกบนพื้น โดยเฉพาะ อันเดรส ตูเญซ ที่นอกจากจะโดดเด่นการป้องกันแล้ว ยังสามารถโขกประตูขึ้นนำที่สำคัญมากๆ ให้กับทีมได้ตั้งแต่ไก่โห่ เป็นประตูปลดล็อกทุกสิ่งอย่าง ทุกความกดดันออกไปทั้งหมด เหมาะสมแล้วที่เขาจะได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของเกมนี้ไปครอง

และคนสุดท้าย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารของทีม ที่สุดยอดเลยในเกมนี้ เพราะเซฟลูกสำคัญๆ การหลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ของ เซเรโซ่ โอซาก้า ถึง 2 ครั้ง ในช่วงนาที 23 ที่ยังนำแค่ 1-0 และช่วงนาทีที่ 59 ที่นำอยู่ 2-0 ถ้าหากเซฟไม่ได้ ก็จะโดนไล่มา 1-2 จะทำให้การทำงานในช่วงเวลาที่เหลือ มีงานหนักมากแน่นอน เพราะ “ปราสาทสายฟ้า” เหลือเพียงแค่ 10 คนด้วย จากการที่ จักรพันธ์ แก้วพรม โดนไล่ออกไปในช่วง 15 นาทีสุดท้าย หลังเปิดปุ่มเสียบตัดเกมในจังหวะกำลังจะถูกสวนกลับ

  • ตัวสำรองแห่งอนาคต

ผมตั้งใจเขียนเรื่องนี้ไว้ในย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมอยากชื่นชมทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะในเกมระดับเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยของ ญี่ปุ่น พวกเขากล้าส่งตัวสำรองอายุน้อยๆ ลงมาในสนาม เพื่อรักษาสกอร์ ทั้งที่ทีมเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน โดยที่ตัวสำรองทั้งสามคนนั้น เป็นตัวรุกทั้งหมดด้วย ทั้ง ศศลักษณ์ ไหประโคน (23 ปี), ศุภชัย ใจเด็ด (19 ปี) และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (20 ปี) ทั้งที่ในรายชื่อตัวสำรองนั้น มีนักเตะในเกมรับธรรมชาติถึงสองราย ได้แก่ เอกลักษณ์ ทองกริต กองหลังมากประสบการณ์ และ คีรอน อ้อนชัยภูมิ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดาวรุ่ง

สิ่งนี้ มันยิ่งเติมเต็มให้เห็นว่า พวกเขาสร้างทีมเพื่ออนาคตจริงๆ อนาคตที่ไม่ใช่หมายถึงแค่วันนี้ พรุ่งนี้ หรือปีนี้ แต่มัน คือ เพื่อความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า, 5 ปีข้างหน้า หรือ 10 ปีข้างหน้า

วันนี้ พวกเขาอาจจะยังห่างไกลจากความฝันสูงสุดในการผ่านเข้ารอบรอบชนะเลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่หากยังมีการจัดการที่ดี และมีนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนได้เรื่อยๆ แบบนี้

วันหนึ่งความฝันก็อาจจะเป็นความจริงก็ได้

“จอน”

ไทยลีก

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports