พรีวิว พรีเมียร์ลีก : “THE RED WAR”  “ศึกแดงเดือด” การแข่งขันฟุตบอลที่ทั่วทั้งโลกจับตามอง ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังพบ ลิเวอร์พูล ใครจะคว้าชัยไปในนัดนี้ และใครจะก้าวขึ้นไปครองอันดับ 2 ในตารางพรีเมียร์ลีก ติดตามกันได้วันเสาร์นี้

THE RED WAR

โดยเกมคู่นี้ลงแข่งขันกันในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม  2561 เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง BeIN Sports 1

***********

รายการ : พรีเมียร์ลีก
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : 10 มีนาคม  2561 เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ / อังกฤษ)
ถ่ายทอดสด :  BeIN Sports 1TrueID App

***********

สภาพทีม “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

Ashley Young
John Walton/PA via AP

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พักมากกว่าลิเวอร์พูล 1 วันเต็ม เนื่องจากโปรแกรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกเขาจะเตะกันในอาทิตย์หน้า ส่วนตัวผู้เล่น “ปีศาจ” ที่มีอาการบาดเจ็บไม่มีเพิ่มเติมจากเกมวันจัทนร์ที่ผ่านมา ที่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 จากลูกยิงสุดสวยท้ายเกมของ มาติช ซึ่งผู้เล่นที่ยังไม่ได้หายจากอาการบาดเจ็บ ประกอบไปด้วย อังเดร เอเรร่า, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, มารูยาน เฟลไลนี่, ดาลี่ย์ บลินด์ และซลาตัน อิบราฮิโมวิช

***********

สภาพทีม “ลิเวอร์พูล”

Dejan Lovren
Anthony Devlin/PA via AP

ลิเวอร์พูล เพิ่งเล่นเกมกลางสัปดาห์กับ ปอร์โต้ ในบ้านไป แต่เจอเกนส์ คล็อปป์ เลือกพักผู้เล่นหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จากการตุนประตูในนัดแรกไว้ถึง 5-0 ทำให้เกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้มีความกดดันอะไรมากนัก ส่วนอาการบาดเจ็บ มีผู้เล่นเพียง 2 คนที่ไม่สามารถลงสนามได้คือ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม และเบน วู้ดเบิร์น

***********

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม (ทุกรายการ)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
06 มี.ค. 61 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) A
25 ก.พ. 61 ชนะ เชลซี 1-1 (พรีเมียร์ลีก) H
22 ก.พ. 61 เสมอ เซบีย่า 0-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) A
18 ก.พ. 61 ชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 2-0 (เอฟเอ คัพ) A
11 ก.พ. 61 แพ้ นิวคาสเซิ่ล  0-1 (พรีเมียร์ลีก) A

ลิเวอร์พูล
07 มี.ค. 61 เสมอ ปอร์โต้ 0-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) H
04 มี.ค. 61 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 (พรีเมียร์ลีก) H
24 ก.พ. 61 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1 (พรีเมียร์ลีก) H
15 ก.พ. 61 ชนะ ปอร์โต้ 5-0 (พรีเมียร์ลีก) A
11 ก.พ. 61 ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) A

***********

สถิติที่น่าสนใจ
– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในรังโอลแทรฟฟอร์ด 10 จาก 13 นัดในพรีเมียร์ลีก การพ่ายแพ้ครั้งสุดท้านต้องย้อนไปในปี 2008/2009 และเสมอกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
– ไม่มีทีมในใด 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ยิงประตูในเกมเยือนได้มากกว่า ลิเวอร์พูล และลียง ในฤดูกาลนี้ที่ 34 ประตู
– ถ้าลูกากู ยิงประตูได้ใน แดงเดือด นัดนนี้ จะกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 5 ที่ยิงถึง 100 ประตูใน พรีเมียร์ลีก
– โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ยิงประตูได้ติดต่อกัน 5 นัดใน พรีเมียร์ลีก มีเพียง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (8 เกม) และไมเคิล โอเว่น (6 เกม) เท่านั้นที่เคยทำได้มากกว่า

***********

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ลุค ชอว์, เอริค ไบญี่, คริส สมอลลิ่ง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, อเล็กซิส ซานเชซ, โรเมลู ลูกากู

ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

***********

บทวิเคราะห์

เกมสำคัญอีกหนึ่งเประจำสัปดาห์ที่ 30 ของพรีเมียร์ลีก ในศึกแดงเดือด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล จากฟอร์มการเล่นล่าสุดของทั้ง 2 ทีม เป็นทางทีมเยือนที่ดูจะร้อนแรงเกินพิกัด พวกเขาไม่แพ้ใครมา 7 เกมติดต่อกันในทุกรายการ และเสียประตูไปเพียง 3 ประตู ยิงได้มากถึง 15 ประตู ใน 7 เกมหลังสุด จากการประสานงานของ 3 ตัวรุก ซาลาห์, ฟีร์มีโน่, มาเน่ ยากที่จะมีทีมใดหยุดได้ บวกกับการปรับตัวของกองหลังราคาแพง ฟาน ไดค์ ที่น่าจะลงตัวกับคู่หูเก่า ลอฟเรน ประสานงานแนวรับคอยหยุดคู่แข่งได้อยู่หมัด

Liverpool
AP Photo/Rui Vieira

ส่วนเจ้าบ้าน แม้ผลงานแข่งไม่ได้ออกมาแย่นัก แต่การเปิดบ้านแพ้ นิวคาสเซิ่ล ก่อนหน้านี้ก็ดูเป็นปัญหาที่น่ากังวล รวมถึงซูปเปอร์สตาร์ในทีมที่เหมือนจะมีปัญหา คนละคนละน้อย ไม่วาจะเป็น ปอล ป็อกบา ที่เพิ่งกลับมาติดตัวจริง หลังมีปัญหากับ โชเซ่ มูรินโญ่ หรืออเล็กซิส ซานเชซ ที่ยิงได้เพียง 1 ประตูจากลูกจุดโทษเท่านั้นตั้งแต่ย้ายมา ส่วนกองหน้าอย่าง ลูกากู ก็ไม่ค่อยยิงได้ในเกมบิ๊กแมตช์ เท่าไหร่นัก

ส่วนสถิติย้อนหลัง 172 นัดในทุกรายการ “ปีศาจแดง” เอาชนะไปได้มากกว่าที่ 68 ครั้ง ลิเวอร์พูล 56 ครั้ง และถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดเล่นในบ้าน พวกเขาเอาชนะลิเวอร์พูลได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว

Nemanja Matic
AP Photo/Tim Ireland

ส่วนในเกมวันเสาร์นี้ มูรินโญ่ น่าจะจัดตัวเปิดเกมบุกเข้าใส่ แม้จะขัดกับแทคติก ที่เขาชอบใช้คือการจอดรถบัสเวลาเล่นเกมใหญ่ แต่ความสำคัญในนี้ และเสียงวิจารณ์จากเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ ลิเวอร์พูล สุดน่าเบื่อมาในเลกแรก ทำให้ โชเซ่ ต้องเล่นเกมรุก เพื่อรักษาตำแหน่งที่มั่น อันดับ 2 ในลีกเหนือลิวเวอร์พูลต่อไป แต่เกิดว่า “ปีศาจแดง” ได้ประตูขึ้นนำเร็ว มูรินโญ่ ก็พร้อมเปลี่ยนรูปแบบเกมนำรถบัสมาเจอเพื่อรักษาสกอร์ และเก็บความสดของตัวผู้เล่นเพื่อเกมสำคัญกับ เซบีย่า ต่อไป

ด้าน เจอร์เกน คล็อปป์ น่าจะไม่เปลี่ยนแทคติกและตัวผู้เล่นจากเกมที่ผ่านๆ มาเท่าไหร่ เพราะทุกๆ อย่างของ “เรด แมชชีน” ลงตัว มีความเข้าใจกันในทีม เรียกได้ว่า แกร่งทั่วแผ่นดิน ทำให้พวกเขามั่นใจว่า สามารถเก็บชัยออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และเปิด การ์ดใต้ตีน ให้แฟนบอลได้ใช้อย่างแน่นอน

สุดท้ายเข้าไปเชียร์ทีมรักทีมชอบได้ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม โดยจะมีการวิเคราะห์โดยกูรู ฟุตบอลตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง  BeIN Sports 1TrueID App

***********

ผลสกอร์ที่คาด
MAXZIO : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-3 ลิเวอร์พูล
Arm Phukrit : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ลิเวอร์พูล
บก.เก้น : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 ลิเวอร์พูล
จอน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 ลิเวอร์พูล

ศุภณัฐ

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports