แทบจะเป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ของเหล่าแฟนบอลชาวไทยไปแล้ว ในการติดตามผลงาน 3 นักเตะไทยในศึก เจ ลีก ญี่ปุ่น ทั้งพี่ใหญ่ “มุ้ยซัง”, พี่คนกลาง “บุญจัง” และ น้องเล็กอย่าง “ชนาคุง”

TRUE OPINIONS

ก่อนหน้านี้สองเกมแรก ใน เจ ลีก นั้น ทั้งสามทีมของทั้งสามราย ยังไม่เคยมีโปรแกรมเตะพร้อมกันในวันเดียวกันเลย และยังไม่มีเกมไหนที่ทั้งสามคนได้ลงสนามเป็นตัวจริงแบบครบถ้วนอีกด้วย จนกระทั่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของนักเตะไทยอย่างแท้จริง เมื่อทั้งพี่ใหญ่, พี่คนกลาง และน้องเล็ก ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้งสามคน แถมต้นสังกัดของทุกคน ต่างมีโปรแกรมลงสนามในวันเดียวกันอีกด้วย

ธีราทร บุญมาทัน ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรก และได้แตะหญ้าครบ 90 นาที ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ช่วยให้ วิสเซิ่ล โกเบ บุกแบ่งแต้ม เวกัลตะ เซนได 1-1 ชนิดที่เกือบชนะ แบบเก็บคลีนชีตได้อยู่ซะแล้วเชียว

ธีรศิลป์ แดงดา มีโอกาส 1 ชั่วโมงเต็ม กับการทำหน้าที่เป็นกองหน้าให้กับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ในเกมบุกชนะ คาชิม่า อันท์เลอร์ส 1-0 ซึ่งพลพรรคธนูม่วง กลายเป็นทีมเดียวที่สามารถเก็บชัยชนะได้ทุกเกม มี 9 แต้มเต็ม ชนิดที่ชนะแบบเบียด 1 ลูก ทุกเกมอีกด้วย

ธีรศิลป์ แดงดาชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่องที่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร แต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาคงไม่พอใจฟอร์มเท่าไรนัก เมื่อทีมเปิดบ้านพ่าย ชิมิสึ เอสพัลส์ 1-3 ทำให้ทีมมีเพียง 1 แต้มจาก 3 เกม กลายเป็นทีมลุ้นหนีตกชั้นแบบเต็มตัวทันที

สำหรับตัวผมเอง ต้องขอบอกเลยว่า ผมไม่ได้ดูฟอร์มของทั้งสามคนครบในวันประวัติศาสตร์นี้ โดยที่ไม่ได้ชมเลย ก็คือ “เจ้ามุ้ย” แต่การสอบถามจากเพื่อนๆ ที่ชม ก็พบว่า เจ้าตัวยังมีข้อปรับปรุงอีกพอสมควรสำหรับปีแรกใน เจ ลีก เพราะโดนเปลี่ยนออกตั้งแต่นาทีที่ 60 ทั้งในเรื่องของ ความกระหาย และการวิ่งทำทางหาช่องเข้าทำประตู ซึ่งเพื่อนๆ หลายคนบอกว่า บางจังหวะดูเหมือน เจ้ามุ้ยยังไม่ได้รับความไว้ใจจากเพื่อนร่วมทีมมากเท่าที่ควร

ส่วนที่ได้ชมเลยก็คือ การลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน… โดยภาพรวมของ “บุญจัง” ในเกมแรกที่ลงสนามเป็นแบ็คซ้าย ถือว่า อยู่ในระดับคงตัว ประตูที่เสียไปช่วงท้ายเกม อาจจะเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเขาส่วนหนึ่งก็จริง ทว่าก็ไม่ใช่ความผิดเขาทั้งหมด ต้องโทษแนวรับทั้งแผง ที่ทำให้สามแต้มกลายเป็นเพียงหนึ่งแต้ม ในนาทีที่ 86

ธีราทร บุญมาทันธีราทร แสดงจุดแข็งหลายอย่างออกมา ทั้งเรียกฟาวล์ได้จากการบังบอล, จ่ายบอลขนานเส้นไปข้างหน้าทางกราบซ้าย, ตัดบอลได้ และพยายามพาบอลทะลุกินแดน รวมถึงได้เปิดมุมหลายครั้ง (มีอยู่ครั้งหนึ่ง เข้าหัวเพื่อน โหม่งเกือบได้ประตู)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขออกมาเช่นกัน (อาจจะเกี่ยวกับเรื่องของแทคติกด้วย) โดยเขาต้องเล่นแบ็กซ้ายรับลึกพอสมควรตลอด 90 นาที จนไม่มีโอกาสเติมเกมขึ้นมาสวยๆ แทบไม่มีจังหวะโอเวอร์แล็ปถึงเส้นหลัง ไม่มีจังหวะครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแบบสวยๆ แถมยังโดนใบเหลืองไปอีก 1 ใบอีกด้วย

ทั้งนี้ สถิติตัวเลขหลายอย่าง บ่งชี้ว่า ด้วยแทคติกทำให้ “อุ้ม” ไม่สามารถเฉิดฉายได้เลยในเกมรุก เขามีโอกาสเปิดบอลไปข้างหน้าแค่สามครั้ง แต่ไม่เข้าเป้า และไม่มีโอกาสยิงฟรีคิกของชอบเลยสักครั้ง

มากันที่ “ชนาคุง” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะขวัญใจชาวไทย ที่ลงสนามครบ 90 นาที ในเกมเปิดบ้านแพ้ ชิมิสุ เอสพัลส์ 1-3 มันก็เป็นวันที่เขาเล่นได้ดีพอสมควรนะ แต่อะไรๆ ก็ดูไม่เป็นใจเลยสำหรับเจ้าบ้าน ที่ซัปโปโร โดม ในเกมวันนั้น

ชนาธิป สรงกระสินธ์ชนาธิป เริ่มเกมด้วยการแสดงให้เห็นถึงพิษสงใหม่ของเขาในซีซั่นนี้ ด้วยการสอดเข้ามารับบอลในกรอบเขตโทษถึงสองครั้งสวยๆ ในนาทีที่ 14 และ 27 แต่ยังจบสกอร์ไม่ดีพอ (จังหวะแรกจับบอลไม่ดี จังหวะสองเข้าฮอสช้ากว่ากองหลัง) และจริงๆ เขาควรมีชื่อบนสกอร์บอร์ดของอันดับการแอสซิสต์ปีนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะในนาทีที่ 38 ชนาธิป ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลอย่างฉลาดเข้ากลางให้กับ ไดกิ ซุงะ ที่ได้ชาร์จจ่อๆ จ่อแบบไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ดันยิงไม่ดีไปซะอย่างนั้น

ช่วงครึ่งหลัง ชนาธิป ดูมุ่งมั่น วิ่งพล่านไม่ลืมเหนื่อย มีจังหวะที่เขาได้ลาก และโยกหลบแนวรับคู่แข่งในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดเข้ากลางให้ เจ โบธรอยด์ ไขว้ยิง และช่วยในเกมรับหลายครั้ง จนโดนใบเหลืองในท้ายที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป 70 นาที

เป็นเกมที่เขามีส่วนร่วมพอสมควร แต่ไม่ดีพอที่จะช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะในบ้านได้ และดูเหมือนว่า คอนซาโดเล่ ซัปโปโร กำลังมีปัญหาหลายอย่างให้แก้ไข เพราะ 3 นัด 1 คะแนน มันไม่ดีแน่ๆ หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย

10 มีนาคม 2561 มัน คือ วันประวัติศาสตร์ของสามนักเตะไทย ในศึก เจ ลีก
พวกเขาได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริงพร้อมกัน
แต่.. ไม่ใช่ว่า นี่คือสิ่งที่เรียกว่าประสบความสำเร็จแล้ว
มันเป็นเพียงบันไดก้าวแรก เพื่อก้าวต่อไปของน้องๆ นักเตะไทยคนอื่น
มันต้องต่อยอด มันต้องต่อเนื่อง
และยังมีอีกหลายอย่างที่พวกเขายังต้องแก้ไข ปรับปรุง เพื่อยืนระยะในลีกเบอร์หนึ่งของเอเชียให้ได้นานๆ

สำหรับแฟนบอลอย่างพวกเรา ที่มองอยู่ห่างๆ ทางนี้จากการถ่ายทอดสด ก็ทำได้เพียงบอกว่า

“สู้ๆ ครับผม พวกคุณคือความภาคภูมิใจของเรา”

“จอน”

ไทยลีก

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports