จอน : ประกาศรายชื่อไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสำหรับขุนพลทีมชาติไทย ชุดทำศึก ชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์

 

ทีมชาติไทย

 

สำหรับ 23 รายชื่อที่ประกาศออกมานั้น มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย เน้นไปที่ตัวผู้เล่นเก่าที่เขาเคยใช้งาน เพราะเรียนรู้ระบบของเขาได้เป็นอย่างดีแล้ว เนื่องจากเวลาเตรียมทีมช่วงคิงส์คัพ มีค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 3 วัน หลังจากสุดสัปดาห์นี้ ก็ต้องลงสนามเกมแรกกับ กาบอง แล้วในวันพฤหัสบดีหน้า

อีกทั้ง มันไม่ใช่เกมอุ่นเครื่องธรรมดาๆ ที่มีคะแนนฟีฟ่าเหมือนเกมอุ่นเครื่องนัดอื่นๆ ด้วย เพราะเป็นถ้วยขององค์ราชาที่แฟนบอลชาวไทยคาดหวังกับการเป็นแชมป์ไว้พอสมควร

ด้วยเหตุนี้ ได้ทำให้นักเตะที่ติดทีมนั้น มีหน้าใหม่เพียงแค่ 2 คน นั่นคือ ฉัตรชัย บุตรพรม และชินภัทร์ ลีเอาะ สองนักเตะจาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ส่วนคนอื่นๆ ก็คือหน้าเก่าที่เคยร่วมงานกับราเยวัชมาก่อนแล้ว โดยเฉพาะ 4 นักเตะที่กำลังค้าแข้งในลีกต่างประเทศอย่าง “ชนาคุง” ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร), “มุ้ยซัง” ธีรศิลป์ แดงดา (ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า), “บุญจัง” ธีราทร บุญมาทัน (วิสเซล โกเบ) และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูจาก โอเอช ลูเวิน

ส่วนรายอื่นๆ ที่ถูกนำเข้ามาเพื่อการเป็นแชมป์สมัยที่สามของรายการนี้ ของทีมชาติไทย ก็หน้าเดิมๆ เจ้าเก่าเจ้าเดิมทั้งนั้น อาทิเช่น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), เควิน ดีรมรัมย์ (การท่าเรือ เอฟซี), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี), พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), มานูเอล ทอม เบียห์ร (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ปกเกล้า อนันต์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี), จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), นูรูล ศรียานเก็ม (การท่าเรือ เอฟซี), สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) และกองหน้าจอมขยันจาก T2 อย่าง สุพจน์ จดจำ (กระบี่ เอฟซี)

นอกจากรายชื่อเหล่านี้ ก็ยังมีอีกหลายคนที่ฟอร์มดีเหลือหลายในลีก แต่ยังต้องรอคอยโอกาสการติดทีมชาติต่อไป ในเกมอุ่นเครื่องนัดหน้า ช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2018 จะเริ่มต้นขึ้น หรือหากฟอร์มดีต่อเนื่อง ก็อาจจะมีลุ้นติดทีม ชุดป้องกันแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ปลายปีนี้ และ เอเชี่ยนคัพ 2019 ต้นปีหน้า

และนี่คือ การจัดทีม 11 ผู้เล่นที่พลาดหวังการติดทีมชาติไทย ชุดคิงส์คัพ ครั้งนี้

 

วรวุฒิ ศรีสุภา

 

วรวุฒิ ศรีสุภา (ผู้รักษาประตู, การท่าเรือ เอฟซี)
ผู้รักษาประตู วัย 25 ปี ของ “สิงห์เจ้าท่า” ทีมรองจ่าฝูงร่วมของไทยลีก ณ ขณะนี้ เขายึดมือหนึ่งได้ในถิ่นคลองเตย และได้ลงสนามทุกนัดในปีนี้ โดยเก็บคลีนชีตไปแล้ว 3 เกมจาก 5 นัดแรก

 

กรกช วิริยะอุดมศิริ

 

กรกช วิริยะอุดมศิริ (แบ็กซ้าย, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ในลิสต์ของทีมชาติไทย มีนักเตะแบ็คซ้ายทั้ง ธีราทร, เควิน และพีระพัฒน์ ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้กับ “เจ้ามิ้งค์” กรกช แต่หากดูในแง่ผลงานกับสโมสร ต้องบอกเลยว่า ปีนี้มาแรงจริงๆ โดยเฉพาะลูกเปิดที่น่ากลัวของเขา จนกลายเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสการทำประตูให้เพื่อนมากที่สุดในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ ในรอบแบ่งกลุ่ม 3 เกมแรก

 

ประวีณวัช บุญยงค์

 

ประวีณวัช บุญยงค์ (เซนเตอร์ฮาล์ฟ, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
อีกหนึ่งนักเตะจาก “ปราสาทสายฟ้า” ที่ก็เคยติดทีมชาติไทยมาแล้วทุกชุด แต่ก็หลุดไปในช่วงนี้ ซึ่งผลงานในปีนี้ของเขากับทีมจากอีสานใต้ ต้องบอกเลยว่า เกิดใหม่ในร่างเดิม จริงๆ สำหรับเจ้าบิ๊ก ที่ช่วยให้ทีมนำเป็นจ่าฝูงของลีก และสามารถเล่นกองกลางตัวรับได้อีก 1 ตำแหน่งด้วย

 

ยุทธพงษ์ ศรีละคร

 

ยุทธพงษ์ ศรีละคร (เซนเตอร์ฮาล์ฟ, สุโขทัย เอฟซี)
แม้ “กัปตันเจ๋ง” จะมีวัยล่วงเลยมาถึงเลขสามแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่า ปีที่แล้ว เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กัปตันทีมของ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก็ติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ครั้งแรกตอนเลขสามเหมือนกัน และทำได้ดีต่อเนื่อง แถมยังพัฒนาตัวเองไปอีกระดับ โดยในปีนี้ “กัปตันเจ๋ง” คือ ส่วนสำคัญที่ทำให้แนวรับของ สุโขทัย แข็งแกร่ง แม้จะไม่มีตัวต่างชาติในแผงเกมรับเลยก็ตาม

 

นิติพงษ์ เสลานนท์

 

นิติพงษ์ เสลานนท์ (แบ็กขวา, การท่าเรือ เอฟซี)
จริงๆ แบ็กขวาจอมบุกความเร็วสูง ที่มีลูกขยันแบบสุดๆ รายนี้ ได้ถูกยกย่องมาสักพักแล้ว จากการลงเล่นให้กับ การท่าเรือ เอฟซี ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีโอกาสถูกเรียกไปติดทีมชาติไทยอย่างจริงๆ จังๆ สักที

 

สุมัญญา ปุริสาย

 

สุมัญญา ปุริสาย (กองกลาง, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
นี่คือรายชื่อที่ถูกสื่อมวลชน และแฟนบอลตั้งคำถามมากที่สุด จน มิโลวาน ราเยวัช ต้องตอบคำถามว่า เขาเองก็ชมฟอร์มเจ้าดั๊กอยู่เหมือนกัน เพียงแต่มีเหตุผลอย่างที่เกริ่นไปตอนแรก โดย สุมัญญา กลายเป็นกองกลางที่ “แข้งเทพ” จะขาดไม่ได้ไปแล้ว เขาทำเกมรุกได้ดี ยิงติดต่อกัน แมตช์ละหนึ่งเม็ดในสี่นัดแรก และเป็นฟรีคิกถึง 2 ประตู แถมยังลงมาช่วยเกมรับได้บ่อยครั้งอีกด้วย

 

ปฐมชัย เสือสกุล

 

ปฐมชัย เสือสกุล (กองกลาง, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
สุดยอดมดงานในแผงกองกลางของ “ราชันมังกร” แม้เขาจะอยู่ในทีมที่กำลังหนีตกชั้น แต่ด้วยฟอร์มส่วนตัวนั้น ถือว่าก็ไม่เลวเลยทีเดียว เพราะเป็นกองกลางตัวรับที่ยิงไปแล้ว 2 ประตู และเป็นการยิงไกลทั้งหมด โดยเฉพาะลูกลักไก่ ซัดนำตั้งแต่ต้นเกมในแมตช์ที่แพ้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-2

 

จิตปัญญา ทิสุด

 

จิตปัญญา ทิสุด (กองกลาง, ประจวบ เอฟซี)
จริงๆ ในแผงกองกลาง 3 คน ที่ผมเลือกมา คนสุดท้ายมีหลายคนที่อยู่ในลิสต์ นอกจาก จิตปัญญา ทิสุด ก็จะมีทั้ง วันเฉลิม ยิ่งยง, แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์, รัตนากร ใหม่คามิ, ศิวกร จักขุประสาท ฯลฯ ที่ฟอร์มโอเคในลีก แต่สุดท้าย ผมเลือก “หน่อง คลาสสิค” จิตปัญญา ทิสุด ด้วยความที่เขา “มีของ” และเริ่มปล่อยของออกมาได้ตลอด เขามีฟรีคิกที่ดี เล่นลูกนิ่งได้ดี ซึ่งเหมาะกับทีมชาติไทยนะ การเปลี่ยนผลการแข่งขันด้วยลูกตั้งเตะ ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกมระดับชาติได้เปรียบทันที

 

ปกรณ์ เปรมภักดิ์

 

ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (กองหน้าฝั่งขวา, การท่าเรือ เอฟซี)
อีกหนึ่งผู้เล่นทางกราบที่มีบทบาทในทีมค่อนข้างสูง และทำผลงานได้ดีในไทยลีกปีนี้ สำหรับ “เจ้าบาส” ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ที่เคยสัมผัสกับเกมระดับชาติมาแล้วเมื่อครั้งบุกไปถล่ม จีน 5-1 แม้จะไม่ใช่ปีกที่มีความเร็ว กระชากลากเลื้อยเก่งฉกาจ แต่การเปิดครอสของเขาถือว่า ยังเป็นเครื่องหมายการค้าที่ดีอยู่

 

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

 

ศิวกรณ์ เตียตระกูล (กองหน้าฝั่งซ้าย, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
“เจ้าเฟย” กลายเป็นนักเตะที่ถูกเมินในเกมระดับชาติอีกครั้ง แม้ว่าเจ้าตัวจะทำผลงานกับสโมสรได้คงเส้นคงวาต่อเนื่อง เขาเป็นผู้เล่นทางกราบซ้ายที่ไว้ใจได้พอสมควร แต่อาจจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างที่บอบบางไปหน่อย ทำให้เขาเลยยังไม่ได้รับโอกาสกับทีมชาติไทย เท่าไรนัก

 

ชนัตพล สิกขะมณฑล

 

ชนัตพล สิกขะมณฑล (กองกลางตัวรุก, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
อันที่จริง เจ้าของฉายา “เก็ตโด้” ไม่ใช่กองหน้าหรอก แต่อย่างที่รู้ๆ กัน กองหน้าตัวไทยต่างก็ถูกชาวต่างชาติบดบังรัศมีไปหมด ผมเลยครุ่นคิดอยู่นานว่าจะเอาอย่างไรดี สำหรับตำแหน่งสุดท้ายนี้ จะ อมร ธรรมนาม ก็แก่เกินไป (34 ปี) หรือจะ เจนรบ สำเภาดี กองหน้าไทยที่ยิงเยอะสุดตอนนี้ (จากนัดเดียว) ก็ยังไม่สมบูรณ์ดี หรือจะเป็น ศุภชัย ใจเด็ด ก็ดูยังอายุน้อย มีโอกาสโชว์ฟอร์มน้อยเกินไป แถมยังถูกให้เล่นกองกลางตัวรับซะหลายครั้งด้วย ผมเลยเลือกเอากองกลางตัวรุกรายนี้เข้ามาสู่ทีมที่พลาดหวังติดทีมชาติไทยครั้งนี้

สำหรับ ชนัตพล ถือเป็นนักเตะตัวรุกที่สร้างสรรค์เกมได้ดี มีฟอร์มการเล่นคงเส้นคงวา เขายึดตัวจริงของ “สวาทแคท” ได้ และทำผลงานในซีซั่นนี้ได้ดีเหลือเกิน จนทีมเก็บได้ถึง 12 แต้มจาก 5 นัดแรก รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงร่วม โดยเกมล่าสุด เป็นผู้แอสซิสต์ให้กับ โดมินิค อาดิเยียห์ ยิงประตูชัยท้ายเกม บดเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี ไปได้สุดมันส์ 2-1

 

“จอน”

ทีมชาติไทย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports