ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : ด้วยความหวังอยากเห็นการฟาดฟันของบอลไทยจะต้านทานความแรงของ “แดงเดือด” ได้มากน้อยแค่ไหน ผลที่ออกนะหรือ… หงายท้องกระจัดกระจาย โดนสอยนับ 8 แรกไปตั้งแต่ฟุตบอลดาราที่พาเหรดกันลงสนาม ขนาด ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงครบ 90 นาที ก็ไม่สามารถแย่งความนิยมทางหน้าจอได้มากนัก

 

ไทยลีก

 

ตกเย็นเข้าหัวค่ำความระห่ำในแต่ละคู่ไม่สูงเด่นเท่าที่คาด เช่นกันกับคู่ใหญ่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซัดกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้เกมจะมีถึง 4 ประตู แต่ภาพที่ออกมาล้วนเล่นตามแทคติก บุรีรัมย์ เรี่ยวแรงน้อยกว่าแต่ก็มีทีเด็ดขู่เจ้าบ้านจนทำอะไรไม่ถูก จะอุดก็ทำไปแบบเสียวๆ จะบุกก็กลัวเขาสวนสุดท้ายแบ่งแต้มกันไป

แม้จะหมดโอกาสสร้างสถิติชนะรวดแซง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ “ปราสาทสายฟ้า” ก็เป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใคร ณ ตอนนี้ ชนะ 4 เสมอ 1 เก็บ 13 แต้ม ยืนตระหง่านบนยอดปิรามิด “ไทยลีก 2018”

สวนทางกับแดงเดือดที่เปิดมาปุ๊ปเดือดปั๊ป แถมเดือดตลอดเกมจนเข้าวินอย่างสง่างาม

ทว่าข่าวใหญ่ที่สุดในรอบสัปดาห์ที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังไทย กลับเกิดวันอาทิตย์ เป็นเกมที่เกิดขึ้น ณ สามอ่าว สเตเดี้ยม ทีมน้องใหม่อย่าง พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านทุบ เอสซีจี เมืองทองฯ แบบไม่เหลือชิ้นดี 6-1 แถมยิงตายดิ้นสิ้นใจตั้งแต่ครึ่งแรก 4-0

ชนะอย่างยิ่งใหญ่ชนิดเป็นเกมแห่งความทรงจำนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก ผู้แพ้ก็แสดงออกถึงการแพ้ทั้งกาย และใจ ด้วยสกอร์ที่รับแทบไม่ได้ แต่ที่ดูโหดร้ายกว่าคือภาษาร่างกายของผู้เล่นที่ออกมาเข้าข่ายดูไม่ได้เสียเลย แต่ทั้งหมดมีเหตุผลซ่อนอยู่เชื่อว่าตลอดการเล่นอาชีพของนักเตะเมืองทองฯ ชุดนี้หลายคนไม่เคยแพ้ 1-6 มาก่อน

มีก็ไม่บ่อยนัก…

จากผู้เล่นที่ไล่ทุบคู่แข่งมาตลอด เล่นยังไงก็เหนือกว่าเขา ไม่เคยตกเป็นรองทำอะไรก็แย่ลงๆแบบนี้สุดท้ายทำอะไรไม่ถูก ไหนเจ้าบ้านจะเล่นท็อปเลเวลยิงเป็นเข้า เช่นกันโชค – ดวงมาหมดสุดท้ายภาษาร่างกายที่ออกมาว่าไม่ไหวแล้วยอมรับสภาพก็ออกมาอย่างที่เห็น

แรงกระเพื่อมมันแรงจนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง มันไม่มีอะไรใหม่ ทีมแพ้คนที่ต้องไปรายแรกไม่ใช่ผู้เล่นหรือทีมบริหาร แต่คนกลางทางที่ต้องรับผิดชอบตามตำแหน่งคือหัวหน้าผู้ฝึกสอน หลังจบเกมในสภาพดูไม่ได้ เช่นกันกับผลงาน 5 เกมแรกที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ความคาดหวังจากแฟนๆ และตัวเขาเอง

 

ไทยลีก

 

ธชตวัน ศรีปาน โค้ชค่าเหนื่อยสูงเป็นประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ผู้พา “กิเลนแจ้งวัฒนะ” กลับมาผยองได้อย่างยิ่งใหญ่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาประกาศลาออกทันทีหลังจบเกม ซึ่งจริงแล้วมันไม่ใช่ครั้งแรกที่ “โค้ชแบน” ทำแบบนี้ เพราะแกทำมาแล้วที่ สระบุรี ก่อนที่ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก จะมาสานต่อพาทีมรอดตกชั้นในท้ายที่สุด

แม้ช่วงแรกจะมีท่าทีเบรกไว้บ้างดูเชิงกันหน่อยว่าไปจริงไหม แต่ไม่ทันข้ามวันสุดท้ายก็แยกย้ายกันด้วยดี ท่ามกลางบรรยากาศมึนงงไม่รู้ออกหน้าไหนของแฟนบอล “กิเลนผยอง”

เรื่องนี้หากตีความขยายผลมันมีเรื่องให้สืบคิดต่อมากประเด็นนัก คำว่าอายที่ต่อท้ายในการสัมภาษณ์ของ โค้ชแบน คืออะไร ? แค่ความรู้สึก ณ ตอนนั้นหรือมีนัยยะให้คนที่ได้ยินถามต่อเพื่อคำตอบที่ภายหน้า ที่มาของความผิดหวังอยู่ที่ไหน ? เช่นกันกับนโยบายที่แท้จริงของสโมสรคืออะไร ความสำเร็จเป็นถ้วย ความนิยม การตลาด ฯลฯ

หากไม่เข้าข้างกันจนหลับตาใครที่ติดตาม เอสซีจี เมืองทองฯ เห็นพ้องแน่ว่าปีนี้ศักยภาพของพวกเขาลดลงอย่างน่ากลัว เมื่อแก่นของทีมหายไป กระดูกสันหลังในการเอาชนะคู่แข่ง ทั้งผู้รักษาประตูที่ไว้ใจได้อย่าง กวินท์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กซ้ายที่พร้อมสร้างเกมริมสนาม และทีเด็ดจากฟรีคิก ธีราทร บุญมาทัน กองหน้าที่ทำประตูเป็นกอบเป็นกำ แถมสร้างโอกาสให้เพื่อนมากมายอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา เสี ย3 คนนี้ออกไปพร้อมกันบวกกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ถือเป็นการปล่อยผู้เล่นที่ดีที่สุด แกนหลักสันหลังของทีมในรอบ 2 ฤดูกาล

เป็นทีมไหนในโลกนี้ก็สะเทือนกันหมด !!!

เทียบกับตัวที่ได้มาแทบไม่มีอะไรใหม่ ไม่เห็นความสามารถพิเศษอื่นใดที่โค้ชแบนจะเบี่ยงเบนไปเล่นได้หลากหลายกว่าเดิม ไหนจะอาการบาดเจ็บของกองหน้าตัวความหวัง อดิศักดิ์ ไกรษร เจ็บหนักมากจากฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ เหมือนโชคชะตารังแกพวกเขา ภาพซ้ำๆ น่าช้ำใจก็เหมือนเดิมคือไม่มีตัวเปลี่ยนเกม เกมตื๊อ สกอร์ตาม มองไปม้านั่งสำรองก็ไม่มีใคร เล่นกันไปเท่าที่เห็นทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เมืองทองฯ คือทีมชั้นดีที่มีทีเด็ดจากโค้ชข้างสนามเปลี่ยนแทคติก หลังสี่เปลี่ยนเป็นสาม เพิ่มตัวรุกริมเส้นด้วยเกมบุกจากสองวิงแบ็ก กลางที่หลากหลายสไตล์สร้างความแตกต่างระหว่างเกมได้มาก ซึ่งทีมชุดนี้ทำไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่เคยเห็นทำได้ตลอด 5 เกมไหน

 

จิตปัญญา ทิสุด

 

ฟอร์มที่ตกลงชัดเจนจากการเล่นตำแหน่ที่แตกต่างไปของ ชาริล ชัปปุยส์ และสารัช อยู่เย็น ประจำริมเส้นเมื่อไหร่หายแวบไปตลอด กลางรับที่มี วัฒนา พลายนุ่ม มาแทนที่ ธนบูรณ์ กลายเป็นปัญหาเมื่อ วัฒนา เจ็บไปอีก ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ดูไม่ใช่คำตอบ แต่ก็แปลกไปเมื่อ รัชพล นาวันโน ที่เคยทำได้ดีในตำแหน่งนี้จากปีก่อนกลับไม่ได้รับโอกาส

ดูแล้วก็เข้าข่ายคล้าย “คนคุมซื้อได้ใช้ คนหน้างานไม่ได้เลือกเอง” สุดท้ายก็ต้องลาจากกันไป ไม่ว่าผลที่ตามมา โค้ชแบน ได้อะไรตอบแทน คำสรรเสริญยอมรับว่าเขาเป็นคนที่รับผิดชอบผลงาน บ้างมองว่าชิงหนีโดดแพไม่อยู่ด้วยกันให้สุดทางกระนั้นมันแล้วแต่มุมที่คุณเพ่งลงไปซึ่งคนเรามองจากมุมที่ต่างกัน

ส่วนใครจะมาแทนคงเป็นเรื่องสนุกที่ได้ตามอ่านกันอีกสักพัก ก่อนได้บทสรุปข่าวออกราคาแพงมากเพราะมีถึง 30 รายชื่ออยากสานต่อเผือกร้อนลูกนี้ ทว่ามุมส่วนตัวผมว่าเมืองทองฯ มีสเปค อยู่แล้ว ผมเชื่อว่าเป็น “คนไทย” เพื่อง่ายต่อการปรับตัวเข้ากับทีมงานที่เมืองทองฯ ชัดเจนว่าชุดนี้จะอยู่ต่อ นักเตะก็เช่นกัน

ดังนั้นชื่อของ เกียร์ติศักดิ์ เสนาเมือง เหมาะสมเป็นตัวเต็งด้วยประการทั้งปวง คำว่าบารมี มีเต็มเปี่ยมในตัว โค้ชซิโก้ เด็กไทยในรัวกิเลน ก็ต่างเป็นลูกศิษย์ลูกหาที่พาให้มีชื่อเสียงกันมาทั้งนั้น

 

***********

 

ไม่แน่เขาอาจมีคู่มือใช้งาน สารัช ให้วิ่งเป็นม้าไล่ล่าตาข่ายจากเกมรุกตรงกลาง
สิโรจน์ ฉัตรทอง กลับมามั่นใจไล่อัดกองหลังเหมือนเมื่อครั้งที่ทั่วประเทศรัก และเรียกหาให้ติดทีมชาติ
ประกิต ดีพร้อม กลายเป็นยอดเพลย์เมกเกอร์

 

***********

 

ทั้งหมดเป็นไปได้เพราะชื่อเหล่านี้มีศักยภาพขาดเพียงอะไรบางอย่างในการลงเล่น บางทีสิ่งที่ขาดอาจไม่ใช่แทคติกที่แยบคายแต่ง่ายดายกว่านั้นมาก อย่างคำพูดง่ายว่า “ลงไปเล่นให้สนุกนะ”

ซึ่งคำพูดแบบนี้มันไม่ใช่ทุกคนพูดแล้วได้ผล…

 

ไทยลีก

 

ส่วนตัวผมอยากเห็น “โค้ชซิโก้” กลับมาสู่ฟุตบอลไทยอีกครั้ง เพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถตนเองหลังเสียรังวัดไปหลายเอเคอร์จากการทำ ท่าเรือฯ ครั้งนั้นเขาบอกว่าเป็นประสบการณ์ราคาแพงเพราะคุมนักเตะที่ไม่ได้เลือก และเวลาในการทำงานไม่มากนัก เมื่อคิดตามมุมนี้ก็ชักไม่แน่ใจว่า โค้ชซิโก้ จะมาไหมเพราะมันโจทย์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

ขณะที่ปัญหาที่เริ่มขยายตัวกับกระแสแฟนบอลที่ต่อต้านผู้เล่น ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวแทนทีมอันเป็นที่รักแสดงออกมา ทั้งผู้เล่นบางตำแหน่งที่แฟนบอลเรียกหาโอกาสให้ตัวสำรองรายอื่น ไล่ไปจนผู้นำในสนามเอง กระแสยังคงร้อนแรงแต่ยังอยู่แค่ใน อินเตอร์เนต ยังไม่ออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง ยังไม่เด่นชัดในการแสดงออกที่สนาม ดังนั้นยังไม่เกินเยียวยา แก้ได้กลับมาอยู่ในฟอร์มเก่งได้ เรื่องคงคลี่คลายในไม่ช้า ส่วนเรื่องระยะยาวคงต้องย้อนกลับไปที่ทีมบริหารว่าจะปรับกันอย่างไร ซื้อไหม ซื้อใคร มากน้อยขนาดไหน แล้วกำลังหลักคนต่อๆ ไปจะขายอีกไหมนั่นคงเป็นเรื่องหลักที่แฟนๆ ต้องลุ้นกัน

สุดท้ายทุกครั้งที่เราก้มมองน้ำเดือดพล่าน ไม่มีทางจะมองเห็นภาพตัวเราเองได้

การแก้ปัญหาก็เช่นกัน หากยังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลความขุ่นมัวก็แทรกกลาง และนำพาให้เกิดความเสียหายไม่มีอะไรดีขึ้นมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมใหญ่ทีมนี้จะกลับมาสู่ภาวะปกติเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างสนุก แฟนบอลแน่นสนามเป็นสันหลังที่ทรงพลังของลีกต่อไป กลับมาไวๆนะครับ   

….

…..

 

ทีมชาติไทย

 

ปล. เสื้อทีมชาติไทยชุดใหม่งดงามยิ่งนัก ทั้งแดง น้ำเงิน เห็นแล้วใจสั่นอยากได้เป็นพิเศษ แต่แอบเสียดายที่คนทั่วๆ ไป ไม่มีโอกาสใส่แบบที่นักเตะทีมชาติไทยตัวแทนของเราได้ใส่ลงสนาม แต่ก็นะเราดูอยู่หน้าจออยู่บนอัฒจันทร์ เสื้อแบบไหนก็คงเชียร์ได้

 

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

ไทยลีก

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports