จอน : เซอร์ไพรส์! บิ๊กเซอร์ไพรส์! หรือจะ โคตรเซอร์ไพรส์! ใช้คำว่าอะไรดีหล่ะ กับสกอร์ที่เกิดขึ้นตอนจบเกมที่ สนาม สามอ่าว สเตเดี้ยม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ประจวบ

 

“ประจวบ เอฟซี 6-1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด”

มันคือสกอร์ที่ไม่มีใครคาดคิดตอนก่อนเกมจะเขี่ยเริ่มต้น ก็นั่นหน่ะสิ ใครจะบ้าพอที่จะคิดว่า “กิเลนผยอง” จะเสียถึง 6 ประตูให้กับทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาสัมผัสลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ทั้งที่พวกเขาเสียไป 5 ประตูจาก 4 เกมแรกเท่านั้น

6 ประตูที่สามอ่าว สะเทือนยันเก้าอี้เฮดโค้ชที่ดูมั่นคงที่สุดคนหนึ่งของไทยลีกอย่าง “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ที่ประกาศลาออกทันทีหลังจบเกม ก่อนที่บอร์ดบริหารจะอนุมัติในวันต่อมา

“ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี จากทีมเต็งตกชั้น พวกเขาโหดเหี้ยมขนาดนี้ได้อย่างไร มันเป็นเพราะอะไร ผมอยากลองวิเคราะห์ดู….

 

***********

 

ที่นี่ สามอ่าว สเตเดี้ยม

 

ประจวบ

 

ประจวบ ลงสนาม 5 เกมแรกในศึกไทยลีก พวกเขาเป็นเจ้าบ้านสามนัด และ 9 แต้มที่พวกเขามีอยู่ในมือ มันมาจากชัยชนะที่บ้านของตนเองทั้งสิ้น

นอกบ้านอาจจะไม่เอาอ่าว แต่ในบ้าน ที่นี่ คือ สามอ่าว สเตเดี้ยม !!!

ชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-2
ชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 2-0
ชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 6-1

นอกจากจะเก็บชัยชนะได้ครบสามเกมในบ้านแล้ว พวกเขายังเป็นทีมเดียวที่สามารถยิงประตูได้ในบ้านเกิน 10 ลูกเร็วที่สุดของซีซั่นนี้ โดยความแข็งแกร่งในบ้านนั้น เกิดจากแรงศรัทธา และแรงเชียร์ของคนในบ้าน คนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของทีมระดับภูธร

3,820 / 3,280 และ 4,909 คือ ตัวเลขผู้ชมสามนัดแรกในสามอ่าว สเตเดี้ยม ซึ่งอาจจะดูไม่มากนัก แต่มันก็ถือว่าโอเคเลยกับการเป็นทีมน้องใหม่ ที่เพิ่งปรับปรุงสนามจากความจุ 2,700 ที่นั่ง เป็นประมาณ 5,000 ที่นั่ง หลังก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุด ซึ่งค่าเฉลี่ยประมาณ 4,000 คนต่อเกม นั่นหมายความว่า พวกเขามีกองเชียร์กว่า 80% ของความจุสนามทั้งหมด

เดินทางกว่า 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพมหานคร ลงมาทางภาคใต้ ร่างกายมันก็ต้องมีความล้ากันบ้าง แล้วต้องมาพบกับเสียงเชียร์สุดกระหึ่มของแฟนบอลอีก แข้งขาก็ต้องมีห่อเหี่ยวกันบ้าง

สนามอาจจะเล็ก ทีมอาจจะไม่ใหญ่นัก แต่เสียงเชียร์กระหึ่ม ก็นำพาความยิ่งใหญ่มาสู่ทีมได้ เหมือนกับที่ ประจวบ เอฟซี เพิ่งสร้างสถิติยัดเยียดความปราชัยที่สกอร์มโหฬารที่สุดให้กับ “กิเลนผยอง” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

***********

 

“วัง ลันตา” ฝีมือไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

 

ประจวบ

 

อดีตดาวเตะฮีโร่ผู้ยิงฟรีคิกโกลเด้นโกลอันแสนลือลั่น ดับทีมชาติเกาหลีใต้ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ซึ่งผันตัวมาเป็นโค้ชทันทีหลังแขวนสตั๊ด และมีฝีมือไม่ธรรมดาเลย หากคุณติดตามการทำทีมของ “วัง ลันตา” คนนี้มาเป็นอย่างดี

กุนซือ วัย 43 ปี จากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เขาถูกยกให้เป็นกุนซือยอดเยี่ยมจากหลายสำนักเมื่อครั้งพา พัทยา ยูไนเต็ด จบที่อันดับ 6 ของตาราง แบบชนิดหักปากกาเซียน ในไทยลีก ปี 2010 ซึ่งตอนนั้น “พี่วัง” ของน้องๆ อายุเพียงแค่ 35 ปี เท่านั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ย้ายมาบ่มเพาะประสบการณ์กับ เพื่อนตำรวจ ในช่วง 4 ปีต่อมา ในสมัยที่ลงแข่งขันที่สนาม ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่เจ้าตัวเป็นศิษย์เก่า

จากนั้น “โค้ชวัง” ก็ถูกลมเพลมพัดแห่งวงการลูกหนัง พัดไปมาหลายสโมสร จนกระทั่งได้กลับไปคุมทีมที่อยู่ใกล้ภาคใต้บ้านเกิดที่สุดอย่าง ประจวบ เอฟซี และนั่นคือที่มาของการสร้างตำนาน “ต่อพิฆาตกิเลน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

 

***********

 

การเกิดใหม่ในร่างเดิมของเหล่านักเตะที่ถูกลืม

 

ประจวบ

 

หากดูจากการเสริมทัพ และขุนพลนักเตะไทยที่เป็นฐานของทีม ไม่มีใครหรอกที่จะกาชื่อของ “พีที ประจวบ เอฟซี” ออกจากทีมลุ้นหนีตกชั้น ผมว่าใครๆ ก็ต้องคิด และสงสัยว่า พวกเขาจะอยู่รอดปลอดภัยจริงๆ เหรอ ???

แต่นักเตะไทยตัวหลักอย่าง อดุลย์ หมื่นสมาน, ซีเกต หมาดปูเต๊ะ, ขวัญชัย สุขล้อม, อมร ธรรมนาม, วันเฉลิม ยิ่งยง, ใหญ่ นิลวงษ์ และจิตปัญญา ทิสุด ที่ใครๆ ก็มองว่า หมดแล้วบ้าง แก่แล้วบ้าง หรือเป็นได้แค่อดีตดาวรุ่งที่กำลังจะหายไป ทุกคนต่างแสดงให้เห็นว่า “พวกเขายังมีของ และยังดีพอกับการช่วยให้ต่อพิฆาต” อยู่รอดปลอดภัย

อายุ 36 ปี ของ อดุลย์ หมื่นสมาน กัปตันทีมที่เคยพาทีมต่างๆ เลื่อนชั้นมาแล้ว 5 ครั้ง ใครๆ ก็เห็นแล้วว่า แก่กว่าแล้วไง ยังไล่เด็กๆ ได้ทันอยู่นะ

อายุ 34 ย่าง 35 ของ อมร ธรรมนาม ไม่สำคัญเลย เพราะเขากระซวกไปแล้ว 4 ประตูจาก 5 เกมแรก ซึ่งเป็นนักเตะไทยที่ยิงประตูได้สูงสุด ณ ขณะนี้ ร่วมกับ สุมัญญา ปุริสาย

ซีเกต หมาดปูเต๊ะ อดีตดาวรุ่งของชลบุรี เอฟซี ในชุดแชมป์โค้กคัพ ครั้งที่ 14 ซึ่งใครๆ ก็มองว่า คงหมดไปแล้วกับพื้นที่ลีกสูงสุด นับตั้งแต่เจ้าตัวอยู่ร่วมทีมชาติไทย ชุดตกรอบแรกซีเกมส์ เมื่อปี 2011 แต่เขาก็แสดงให้เห็นว่า ความสามารถยังมีอยู่มากมายแค่ไหน

วันเฉลิม ยิ่งยง อดีตดาวรุ่งกองกลางระดับแชมป์ฟุตบอล 7 สี ที่หายเงียบไปจากวงการไปเล็กน้อย เนื่องจากไม่สามารถเบียดตำแหน่งในทีมใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ แต่วันนี้เขาได้กลับมาถูกชื่นชมอีกครั้ง หลังโชว์ฟอร์มดีเยี่ยมภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชวัง” ที่เป็นคนให้โอกาสเขาตั้งแต่อยู่ที่สโมสรเพื่อนตำรวจ ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เขาเนี่ยแหละที่ลากบอลผ่าน “เจ้าปิง” ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร จนทีมได้จุดโทษ รวมถึงเล่นเกมหนักบู๊ในแดนกลางจนแผงมิดฟิลด์ระดับประเทศอย่าง “สารัช อยู่เย็น – ชาริล ชัปปุยส์ – ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร” ถึงกับไปไม่เป็น

และสุดท้ายที่ต้องชื่นชมเลยว่า หัวใจไม่ยอมแพ้จริงๆ สำหรับ “หน่อง คลาสสิค” จิตปัญญา ทิสุด ที่กลับมาได้อีกครั้งที่ประจวบ เขาเฉิดฉาย และน่าจับตามอง หลังเป็นหัวใจในการเคลื่อนเกมแดนกลางของทีม จนคว้าได้ 9 แต้มจาก 5 นัด ยึดท็อปไฟว์ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

….

…..

และนี่คือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับ พีที ประจวบ เอฟซี ทีมจอมเซอร์ไพรส์ แห่งปี 2018 ใน 5 นัดแรก
แต่หนทางยังอีกยาวไกล จุดสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ปลายฤดูกาลเราคงจะได้รู้กัน

ทว่าการเริ่มต้นที่ดีของพวกเขานั้น
นับได้ว่า มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว !

 

“จอน”

ประจวบ

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports