EXCLUSIVE : ในวันที่ผมได้มีโอกาสมาสัมผัสเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 4 ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีคิวออกมาเยือนเซเรโซ่ โอซาก้า ณ สนาม โอซาก้า นางาอิ สเตเดี้ยม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงแข่งรายการนี้ไปแล้ว 4 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 1 มีอยู่ 5 คะแนน โดยในนัดแรก บุกไปเสมอกับ  กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ 1-1 จากนั้นเปิดบ้านพ่ายให้กับ เจจู ยูไนเต็ด 2-0 และเปิดบ้านเอาชนะ เซเรโซ่ โอซาก้า ไปได้ 2-0 จนมาถึงแมตช์ล่าสุดนี้ บุกมาแบ่งแต้มอย่างน่าเสียดายกับ เซเรโซ่ โอซาก้า ไป 2-2

เวลาการคิกออฟของประเทศญี่ปุ่น 19.00 น. (เวลาที่ประเทศไทย 17.00 น.) โดยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีแฟนบอลเข้ามาให้กำลังใจกว่า 500 คน โดยแบ่งเป็นแฟนบอลชาวไทย และแฟนบอลชาวญี่ปุ่น พร้อมใจกันใส่เสื้อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งสีกรมท่า (ชุดเหย้า) และสีเหลือง (ชุดเยือน) และ เสื้อที่ผลิตจากวอริกซ์ เพื่อใช้ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

ก่อนเริ่มเกม ท่านประธานสโมสร คุณเนวิน ชิดชอบ และ คุณกรุณา ชิดชอบ ได้นำนักเตะร่วมไปถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินมายืนต่อหน้าแฟนบอล เพื่อร่วมกันร้องเพลงเรามีเรา

“เรามีกันและกัน ไม่ว่าอยู่ไหน
จับมือเดินเคียงกันไป ด้วยหัวใจผูกพัน
จะอยู่เป็นกำลังของใจ หนทางยาวไกลไม่หวั่น
ให้ “บุรีรัมย์” ของเราได้ประตูชัย
ผูกใจเราด้วยกัน ให้เป็นหนึ่งเดียว
ไม่มีใครเดินคนเดียว เพราะหัวใจผูกพัน
จะอยู่เป็นกำลังของใจ หนทางยาวไกลไม่หวั่น
ให้ “บุรีรัมย์” ของเราได้ประตูชัย”

นักเตะมีกำลังใจ แฟนบอลชาวไทยก็มีความหวัง ก่อนเกมผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทางคุณไชยชนก ชิดชอบ “วันนี้คาดว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร” คุณนกตอบกับมาสั้นๆว่า “ผมขอ 3 แต้มครับ”

ผู้ตัดสินส่งสัญญาณเริ่มทำการแข่งขัน เริ่มเกมแฟนบอลบุรีรัมย์ ไม่รอช้าทำการตีกลองร้องเพลงส่งเสียงเชียร์ตามรูปแบบที่ชาวเราถนัด ทุกคนช่วยกันปรบมือและเปล่งเสียงเชียร์ไปพร้อมกับเสียงกลอง ตึง ตึงตึงตึง ตึง ตึงตึงตึง ตึงตึงตึงตึงตึงตึง “บุรีรัมย์” ตึง ตึงตึง ตึง ตึงตึง ตึงตึงตึงตึงตึงตึง “ไทยแลนด์”

ขณะที่รูปเกมเราก็ไม่เป็นรองนะ เราได้ลูกเตะมุมครั้งแรก ในนาทีที่ 11 รัตนากร ใหม่คามิ เปิดบอลด้วยเท้าขวาบอลโค้งเข้าไปหน้าปากประตู ยัง ดอง เฮือน ที่ลงมาช่วยเกมรับพยายามขึ้นโขกสกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ทำเอาสาวก GU12 ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เฮลั่นสนาม ท่ามกลางความเงียบงันของแฟนบอลเจ้าบ้านกว่า 8,000 ชีวิต

จนจบครึ่งแรกเรานำอยู่ 1-0 แฟนบอลส่วนใหญ่ก็ลุกออกไปเข้าห้องน้ำ รวมไปถึงการซื้ออาหารและเครื่องดื่มจิบกันในระหว่างพักครึ่ง พร้อมกับแลกเปลี่ยนทัศนคติสำหรับรูปเกมในครึ่งแรก ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ออกความคิดเห็นว่า “ในครี่งแรกเกมรับของเราเล่นดีมากๆ ตูเญซ , ยู จุนซู, พรรษา 3 ปราการหลังไม่มีข้อผิดพลาด รวมไปถึง ประวีณวัช ในตำแหน่งใหม่ซึ่งเล่นได้โดดเด่นมากๆ”

ช่วงเริ่มเกมครึ่งหลัง แฟนบอลบุรีรัมย์ ยังคงตีกลองร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานเช่นเคย แต่ในนาทีที่ 65 ทางด้านเจ้าบ้านทำเกมขึ้นมา ยูซูเกะ มารุฮาชิ ขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดเข้าไปในเขตโทษ ยัง ดอง เฮือน ขึ้นโขกจ่อๆ หายเข้าประตูไป เซเรโซ่ โอซาก้า ตามตีเสมอเป็น 1-1 ทำเอาแฟนๆ นิ่งไปพักนึง แต่ถึงอย่างไรสงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

เรามีหน้าที่เชียร์ฟุตบอล เราก็เชียร์กันต่อไป
นักฟุตบอลมีหน้าที่เล่น พวกเขาก็เล่นกันต่อไป
โค้ชมีหน้าที่แก้เกม เขาก็ต้องแก้เกมกันต่อไป

ประกายความหวังของเรากลับมาอีกครั้ง เมื่อในนาทีที่ 71 เราได้ลูกเตะมุมและเปิดโดย “เจ้าเกม”รัตนากร ใหม่คามิ อีกครั้งนึง คราวนี้เราทำเองกินเอง  เอ็ดการ์ โขกเช็ดไปที่เสาสอง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต้ โดดขึ้นโขกเสียบใต้คานเข้าประตูไป บุรีรัมย์ บุกออกนำอีกครั้งเป็น 2-1 ท่ามกลางความนิ่งเงียบสนิทของแฟนบอลเจ้าบ้านอีกครั้งเช่นกัน

โดยในตอนนั้นแฟนบอลทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันยังไงวันนี้เรามีแต้มแน่นอนแล้ว เนื่องจากว่ารูปเกมของเราไม่ได้เป็นรองทีมเจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย เราน่าจะได้ 3 แต้มกลับเมืองไทย

แต่บางครั้งโชคชะตามันก็มักจะเล่นตลกกับเราเสมอครับ จังหวะแค่เพียงครั้งเดียว ความผิดพลาดแค่เพียงนิดเดียว มันกลับลงโทษเราให้เจ็บช้ำไปจนทั้งคืน นาทีที่ 88 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก การโขกของ เคนยู ซูงิโมโต ทำเอาแฟนบอลบุรีรัมย์ เสียดายไปตามๆ กัน เนื่องจากมันใกล้จะเป็น 3 แต้มของเราแล้ว

สำหรับผมโดยภาพรวมๆ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้ควรได้ 3 แต้มกลับเมืองไทย และความคิดของผมมันกลับไปตรงใจกับ บันโดวิช ที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า วันนี้เราควรเป็นผู้ชนะ และผมเชื่อว่าแฟนบอลไทยที่มาดูในสนาม และที่ดูถ่ายทอดสดทางบ้าน ก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน

เพราะการคว้า 3 แต้มกับ 1 แต้ม ผลลัพธ์อาจจะแค่ 2 แต่สำหรับทีมที่ถูกมองว่าเป็นรองมันมีค่ามาก ถ้ามองทั้งเกมนะ ทีมรองบ่อนจากเมืองไทยก็แสดงให้พวกคุณเห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ได้เป็นรองพวกคุณแต่อย่างใดเลย 

หลังจากจบเกมแฟนบอลบุรีรัมย์ ก็ได้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนคติกันเช่นเคย หลายคนพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน รู้สึกเสียดายกับผลการแข่งขัน แต่ถ้ามองในมุมอีกมุม 1 แต้มก็ถือว่าเรายังไม่เสียหายอะไร

เราเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด โดยจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ จ่าฝูง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ที่เราบุกไปเสมอมาแล้ว และนัดสุดท้ายเราจะไปเยือน เจจู ยูไนเต็ด ที่เกาหลีใต้

มันไม่มีอะไรยาก และมันก็ไม่มีอะไรง่าย ฟุตบอล 1 นัด เวลา 90 นาที อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ คำพูดเหล่านี้ทำให้กีฬาฟุตบอลมันมีมนต์ขลังในตัวของมันเอง ผมเชื่อว่า ACL 2018 ปีนี้ ในรอบที่สองจะมีทีมของไทยด้เข้าไปร่วมทำการแข่งขันอย่างแน่นอน

สู้ต่อไป มุ่งมั่นต่อไป ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย
“ให้บุรีรัมย์ของเรา ได้ประตูชัย”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports