พี่หมอเอก : ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องราวการเสียชีวิตของนักกีฬาให้ได้เห็นตามข่าวที่เสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็เป็นการเสียชีวิตของนักบาสเกตบอลอาชีพที่เล่นในลีกสำรองของสหรัฐอเมริกา นี่ยังไม่นับเหตุเศร้าที่มีการเสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ไม่ได้เป็นข่าวอีกทั่วโลก จนมีคำถามที่มีบางคนบอกว่า “การออกกำลังกาย” นี่แหละ ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจจนพาลที่จะหยุดออกกำลังกายกันไปซะอย่างนั้น

 

หัวใจล้มเหลว

 

แต่ในความจริงแล้ว คนที่ออกกำลังกายแล้วเสียชีวิตนั้นมีน้อยกว่าคนที่มีวิถีชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ  ไม่ค่อยออกกำลังกายเป็นอย่างมากแบบเทียบกันไม่เห็นฝุ่นครับ เพียงแต่เวลาคนออกกำลังกายหรือนักกีฬาเสียชีวิตนั้นมันเป็นข่าว เป็นสิ่งที่คนพูดเล่าต่อๆ กันได้เพราะดูเหนือความคาดหมายเนื่องจากเป็นการเสียชีวิตในแบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะขอย้ำว่าการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคร้ายๆ อย่างเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง รวมถึงมะเร็งบางอย่างเช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ ได้ด้วยครับ

แถมการออกกำลังกายยังช่วยเรื่องการทำงานของสมอง และป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้อีกด้วยนะครับ ประโยชน์เยอะแยะมากมายของการออกกำลังกายสามารถทำได้เพียงแค่ออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที รวม 5 วันต่อสัปดาห์ โดยต้องเป็นการออกกำลังกายที่มีความหนักแค่ปานกลาง เช่นเดินเร็ว วิ่งจ็อกกิ้ง หรือปั่นจักรยานชิลล์ๆ ว่ายน้ำเบาๆ

หรือหากเป็นการเล่นฟุตบอลก็จะต้องเล่นประมาณ 45-60 นาทีต่อวัน ถึงจะได้ประโยชน์ตามที่ผมบอกไว้ครับ

 

 

ทีนี้มาถึงเรื่องเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสนามกีฬา ทุกสนามซ้อม ผมมีคำแนะนำเป็นแนวทางสำหรับใช้ปฏิบัติเบื้องต้นได้แบบนี้นะครับ…

หากมีนักกีฬาล้มลงหมดสติในสนามจากเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการกระทบกระทั่งกัน ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีภาวะ “หัวใจล้มเหลว”

แพทย์ประจำทีมจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูอาการอย่างเร็วที่สุด หรือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ให้เข้าไปดูคนหมดสติอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ถ้าหากคนที่หมดสติล้มลงนอนคว่ำหน้า อย่าเพิ่งรีบจับพลิกตัวเด็ดขาด !!!

ขั้นแรกให้เข้าไปเรียก เพื่อดูว่าเขารู้ตัวหรือไม่ โดยใช้มือตบที่ไหล่หรือหลังแล้วเรียกดังๆ… ต่อมาคือเรียกหาคนช่วย เรียกหาเครื่อง AED และโทรเรียกรถพยาบาลพร้อมทีมช่วยชีวิต

เมื่อผู้ช่วยมาพร้อม และเข้าใจวิธีการพลิกตัวอย่างถูกต้องจึงจะพลิกตัวคนที่หมดสติให้มาอยู่ในท่านอนหงาย วิธีการพลิกตัวนี้เราเรียกว่า log roll ซึ่งคือการพลิกตัวโดยระมัดระวังไม่ให้มีการขยับของกระดูกสันหลัง

ความสำคัญคือ ****การป้องกันกระดูกสันหลังเคลื่อน**** เพราะนักกีฬาที่ล้มลงหมดสตินั้น จังหวะที่ล้มลงอาจมีการกระแทกจนทำให้กระดูกลำคอ และไขสันหลังบาดเจ็บได้

เมื่อพลิกตัวนอนหงายได้แล้วจึงทำการติดเครื่อง AED และเริ่มกระบวนการช่วยชีวิต

 

 

การช่วยกดหน้าอก และการใช้ AED ได้ภายในเวลา 2 นาทีนับจากหมดสติ มีโอกาสที่จะช่วยชีวิตได้มากกว่า และหากยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไป โอกาสรอดชีวิตก็จะลดลงเรื่อยๆ ครับ

มีข้อมูลว่าหากไม่มีกระตุกหัวใจด้วยเครื่อง AED ในรายที่จำเป็นต้องใช้แล้ว โอกาสรอดชีวิตจะลดลง 3-5% ในทุกนาทีที่ผ่านไปเรื่อยๆ ครับ นี่คือในกรณีที่มีการช่วยกดหน้าอกปั๊มหัวใจอย่างถูกต้องแล้วนะครับ และยิ่งหากไม่มีการปั๊มหัวใจด้วยแล้ว โอกาสรอดชีวิตจะลดลงไปอีกถึงนาทีละ 10% เลยทีเดียว

และการช่วยชีวิตนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่ารถพยาบาล และทีมช่วยชีวิตจะมาถึงครับ ไม่ควรหยุดกระบวนการเกินกว่าครั้งละ 10 วินาทีครับ พยายามให้มีสิ่งรบกวนที่ทำให้หยุดขบวนการช่วยชีวิตให้น้อยครั้งที่สุด

 

 

จากประสบการณ์ในแวดวงกีฬา เราจะเห็นว่าเหตุการณ์ในสนามกีฬาเกิดได้ทั้งการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงขั้นที่รุนแรงมากๆ ส่งผลต่อความพิการหรือถึงแก่ชีวิตได้ครับ ดังนั้นในการแข่งขันก๊ฬาต่างๆ จึงไม่ควรประมาท

คนที่ทำหน้าที่ดูแลนักกีฬาในสนามควรมีความรู้ และความชำนาญในการดูแลภาวะฉุกเฉินต่างๆเป็นอย่างดี #ไม่ใช่ใครก็ได้จะมานั่งเป็นแพทย์ข้างสนาม #อย่าให้เกิดเรื่องเศร้าในสนาม ขึ้นก่อนแล้วค่อยมาล้อมคอกกันทีหลัง

สุดท้ายนี้ผมขอยืนยันว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่เราควรรู้เท่าทันสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรา และคนรอบข้างไว้บ้างจะได้ป้องกันเหตุร้าย และผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ครับ

 

“พี่หมอเอก”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports