บก.เก้น : ขอสาบานต่อหน้าพระเจ้าว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำแบบนี้ !!!

 

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

ตั้งแต่จำความได้ พวกเขาคือหนึ่งในทีมที่สร้างปรากฎการณ์ “ฟื้นจากความตาย” มากที่สุดทีมหนึ่งในโลกลูกหนัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญ หรือแมตช์ที่มีโทรฟี่เป็นเดิมพัน

ชัยชนะเหนือ บาเยิร์น มิวนิค ที่ คัมป์นู ใน “ยูโรเปี้ยน ไฟน่อล 1999” แบบโคตรช็อก ทั้งๆ ที่ มาริโอ บาสเลอร์ ซัดให้ “เสือใต้” ออกนำไปก่อนตั้งแต่ไก่โห่ ก่อนที่ป๋าเฟอร์กี้ จะส่งไพ่เด็ดทั้ง เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม และโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ลงมาปลิดวิญญาณยอดทีมจากเมืองเบียร์ที่อุดมไปด้วยนักเตะชั้นอ๋องนำโดย โอลิเวอร์ คาห์น, “ซูเปอร์แมน” โลธ่าร์ มัสเธอุส, สเตฟาน เอฟเฟ่นแบร์ก, มาร์คุส บับเบิ้ล และคาร์สเท่น ยังเคอร์ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ยังเป็นภาพหลอนติดตาผมมาตั้งแต่ ป.5 จนถึงทุกวันนี้

เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำได้อีกครั้งในเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนนี้…

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในยุคนี้ พวกเขามีโค้ชที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในโลก (เป๊ป กวาร์ดิโอล่า) พ่วงด้วยนักเตะเกรดบีบวก ไปจนถึงเกรดเอ ไล่มาตั้งแต่นายทวารค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง เอแดร์ซอน, กองหลังที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้ อย่าง นิโกลัส โอตาเมนดี้ พ่วงด้วยแนวรุกระดับพระกาฬทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อิลคาย กุนโดกัน, จอมทัพดีกรีแชมป์โลก และแชมป์ยุโรปอย่าง ดาบิด ซิลบา, นักเตะหมายเลขหนึ่งของ เบลเยี่ยม “เควิน เดอ บรอยน์” ฯลฯ

นี่ขนาดยังไม่ได้ใส่ชื่อ “นิว เนย์มาร์” อย่าง กาเบรียล เชซุส และ “คิง ออฟ ซิตี้” อย่าง เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ นะครับ !!!

ด้วปัจจัยบังคับที่ว่า ถ้า ซิตี้ เก็บสามคะแนนได้ พวกเขาจะเถลิงบังลังก์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่ 3 และเป็นแชมป์ลีกสุดสุดสมัยที่ 5 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการ “ฆ่า” ปีศาจแดง ต่อหน้าต่อตาแฟนบอลตัวเองแล้วกระมัง !!!

แค่นี้ก็คิดภาพไม่ออกละครับว่า แมนฯ ยู จะรอดออกไปจาก เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้อย่างไร…

แต่ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แม้ว่าแข้ง “เร้ด เดวิลส์” จะตกเป็นรองไปก่อนถึงสองประตูก็ตาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ดูเหมือนจะชะล่าใจกับสกอร์ที่ค่อนข้างห่าง การตัดสินใจดร็อปแข้งตัวหลักหลายๆ คน เพื่อไปรอชนกับ ลิเวอร์พูล ในถ้วยยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ได้กลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของกุนซือชาวสแปนิช และแฟนบอลซิตี้ทุกคนในโลกใบนี้

ดานิโล่ เองยังไม่ดีพอกับการรับผิดชอบเกมรับริมเส้นฝั่งขวา ส่วน ฟาเบียน เดลฟ์ ก็ไม่ใช่แบ็กซ้ายโดยธรรมชาติ ซึ่งผมเองสสัย และไม่เข้าใจมาหลายเกมแล้วว่า เหตุไฉน เป๊ป จึงไม่มองหาแบ็กซ้ายจริงๆ มาขัดตาทัพแทนที่ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ที่ยังเจ็บอยู่

เซนเตอร์ฮาล์ฟอาชีพอย่าง เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ โดย โม ซาลาห์ เผายับจากเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก คือตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดที่ เป๊ป ได้รู้แล้วว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาเล่นแบ็กซ้ายได้

ประตูแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตี้ตื้นขึ้นมา คือตัวอย่างของความ “ไร้ระเบียบวินัย” ทางฝั่งซ้าย แมนฯ ซิตี้ แบบสุดๆ ทุกคนได้เห็น อเล็กซิส วิ่งตัดเป็นเส้นตรง “ฝ่าดงทีน” แข้งเรือใบสีฟ้า ที่ยืนมอง ยืนทับตำแหน่งกันมั่วซั่วไปหมด ตั้งแต่ เลรอย ซาเน่, ฟาเบียน เดลฟ์ และที่น่าเขกหัวสุดคือ โอตาเมนดี้ แถมคนที่สกัดวืดก่อนที่ ป็อกบา จะได้ซัดจ่อๆ เข้าไปแบบสบายแฮร์  คือ มิสเตอร์ กอมปานี !!!

นอกจากนี้ ยังสาบานได้ว่าคนที่ยืนใกล้ ป็อกบา มากที่สุด (หากไม่นับ เอแดร์ซอน) คือ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมอย่าง แฟร์นานดินโญ่…

คุณพระ ออเจ้า ออส่วน จะอะไรก็แล้วแต่ ที่แน่ๆ นี่คือสัญญาณแห่งความพินาศครั้งที่ 1

 

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

หลังจากนั้นไม่ทันไร ปรากฏการณ์ “แมนฯ ยู สไตล์” ก็กลับมาหลอกหลอนพี่น้อง “เดอะ ค็อป” เอ้ย ซิตี้ ทันที หลัง ป็อกบา ขึ้นเทคตัวโหม่งคนเดียวโล่งๆ ราวกับตัวเองมีสปริงที่ข้อเท้าให้ทีมเยือนตีเสมอแบบโลกแทบแตก หลังแฟนผีแดงกระโดดดีใจกันทั้งโลก (ฮา)

อเล็กซิส ซานเชซ มีเวลาได้วางเท้าเปิดบอลกลางสนามแบบสบายใจ (จริงๆ ผมว่า จังหวะนั้น อเล็กซิส วิดพื้นสองทีก่อนเปิดยังได้เลย) บอลจากเท้าดาวเตะชิลีค่อยๆ ลอยข้ามแนวรับ ซิตี้ ที่เช็คล้ำหน้าผิดพลาดไปเต็มๆ สุดท้ายก็เสร็จ ป็อกบา สิครับ

ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยเห็น ป็อกบา ได้โหม่งโล่งๆ อะไรขนาดนี้มาก่อน และถ้าทุกคนย้อนกลับไปดูไฺฮไลท์กันดีๆ จะเห็นว่าลูกนี้ โอตาเมนดี้ ได้แต่แอ่นอกใส่กล้องแบบงงๆ ชนิดที่ห่างกับตัว ป็อกบา เป็นเมตร

ลูกแบบนี้ ผมเห็นว่าคงมีแค่ผู้รักษาคนเดียวในโลกที่ “น่าจะ” ปัดได้ทัน ก็คงเป็น กอร์ดอน แบงค์ อดีตตำนานของทีมชาติอังกฤษชุดลุยบอลโลกปี 70’s ที่ลอยมาปัดลูกโหม่งของ เปเล่ แหละครับ ลองไปหาดู

 

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

ส่วนลูกเด็ดชีพ “เรือใบสีฟ้า” ที่เป็นประตูตอกฝาโลงเต็มๆ นั้น คงไม่ต้องบอกครับว่า แนวรับเจ้าบ้านมีปัญหากับการประกบตัวในกรอบเขตโทษมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะ แว็งซ็องต์ กอมปานี ปราการหลังคู่บุญที่อยู่กับ ซิตี้มานาน

โอเคครับ แนวรับเบลเยี่ยมรายนี้อาจจะเป็นคนโหม่งให้ทีมขึ้นนำในเกมนี้ แต่ฟุตบอลตัดสินกัน 90 นาทีครับ คุณไม่สามารถเล่นดีได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแรก แล้วกลับมาจับฉ่ายตามใจเหมือนเดิม

ความเร็วที่หายไปเยอะมากๆ อาการบาดเจ็บที่เรื้อรังจนทำให้เจ้าตัวร้างสนามไปนาน (กอมปานี ลงสนามในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้เพียง 14 นัด) ทำให้อะไรๆ ที่ดูเหมือนจะเคยเป็นเรื่องง่าย กลับกลายเป็นความผิดพลาดไปหมด

ลูกเปิดของ อเล็กซิส (อีกแล้ว) ค่อยๆ ลอยโด่งข้ามทุกคนมา ก่อนที่ คริส สมอลลิ่ง จะวิ่งมาแทปอิน เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

ฟาเบียน เดลฟ์ ปล่อยให้ สมอลลิ่ง วิ่งหน้าตั้งมาหวดจ่อๆ แบบนั้นได้อย่างไร กอมปานี ที่พะวงกับ ป็อกบา มากเกินเหตุ จนลืมไปว่าข้างหลังตัวเองยังมีแนวรับหมายเลข 12 ของ ยูไนเต็ด ยืนจังก้ารออยู่

สุดท้ายทุกคนก็ได้แต่ยกมือขึ้นมากุมศีรษะด้วยความเสียดาย…

….

…..

แม้ตัวเองจะไม่ใช่สาวก “เร้ด เดวิลส์” แต่ผมเองคงไม่ปฏิเสธว่า มันคือหนึ่งในการคัมแบ็คที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้

ยิ่งเป็นชัยชนะเหนือคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตั้งใจมาตบเด็กเพื่อการันตีโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีกในนัดนี้ ผมมองว่านี่อาจจะมีค่ามากกว่า 3 คะแนนที่ มูรินโญ่ ทำได้ด้วยซ้ำ

มันควรจะถูกคูณสอง เป็น 6 แต้มอะไรประมาณนี้นะ (ฮา)

เกิดอะไรขึ้นกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และลูกทีม ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ หากกลางสัปดาห์ที่พวกเขามีคิวต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล ในถ้วยยุโรป แล้วเกิดไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เท่ากับว่าพวกเขาจะมีแค่โทรฟี่ คาราบาว คัพ กับพรีเมียร์ลีก ที่ผมมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าผิดหวังไม่น้อยของ เป๊ป ที่กำลังนำทัพ “เรือใบสีฟ้า” โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล…

ชัยชนะในเกมนี้ของ ยูไนเต็ด เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขาตามหลัง ซิตี้ อยู่ 13 คะแนนด้วยกัน กับอีก 6 นัดในลีกในมือ ถ้าให้ผมตัดสินจากความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่พลาดที่จะเก็บ 18 คะแนนเต็มแน่ๆ

แม้อาจจะไม่ทัน และไม่เพียงพอต่อการคัมแบ็คกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่นั่นก็คงไม่เสียหายอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อย แมตช์ที่ เอติฮัด ก็ได้ถูกบันทึกเข้าไปอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ “ปีศาจแดง” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…

ในฐานะการ “คัมแบ็ค” แห่งฤดูกาล 2017/2018 ครับ

….

“บก.เก้น”

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports