ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : เดินทางเข้าโค้งสุดท้ายอีกเพียง 5 เกมเราจะได้เห็นหน้าค่าตากันแล้วว่าราชาลูกหนังสโมสรยุโรปจะเป็นใคร และเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจาก 4 ลีกใหญ่เดินทางเข้ารอบตัดเชือกพร้อมกันทั้งแชมป์เก่า 2 สมัยหลังสุด เรอัล มาดริด จากลา ลีก้า สเปน, บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลปัจจุบัน, ทีมมหาชน“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ยุโรป 5 สมัยจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปิดท้าย ด้วย โรม่า หมาป่าจาก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่กลับมามีจุดยืนในรอบตัดเชือกถ้วยใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี

 

ยูฟ่า

 

กว่าจะฟันฝ่ากันมาได้ไม่มีคำว่าง่ายเลยแม้แต่ทีมเดียว ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านคราบน้ำตากันทั้งนั้น

….

…..

ที่สุดสายชิล

 

ยูฟ่า
AP Photo/Matthias Schrader

เจ็บช้ำไม่มากมายต้องยกให้ความเบาสบายสายแข็งของ บาเยิร์น มิวนิค ปิดผลตั้งแต่เลกแรกที่ชนะ 2-1 กลับมาเล่นติ๊ดชึ่งในบ้านเกมที่สองเล่นแบบแถมหมอนใบเล็ก เน้นผลการแข่งขันจนเป็น เซบีย่า ที่ทำอะไรไม่ได้เสมอกันไป 0-0

สรุปตัดจบที่พี่เสือเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 11 ในประวัติศาสตร์ เป็นรองเพียงแค่ เรอัล มาดริด เท่านั้น (13 สมัย)

พร้อมเพิ่มสถิติไม่แพ้ใครในบ้านมาแล้ว 20 เกมในทุกการแข่งขันเป็นเพียงทีมเดียวจากลีก เยอรมัน อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี แล้วก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่บาเยิร์น ยิงไม่ได้ในบ้านจากการลงสนามตั้งแต่ เมษายน 2014 นับรวม 21 เกม

ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2010 ที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศมีตัวแทนจากสเปนเข้ามาแค่ทีมเดียว ส่วนตัวผมว่าดีแล้วนะ เบื่อเหมือนกันยิ่งบางปี มากัน 3 ทีมเซ็ง

….

…..

เร้าใจไม่มีใครเกิน

 

โรม่า
AP Photo/Andrew Medichini

ที่สุดเกมบีบหัวใจที่ทำให้หลายคนยังคงตาค้าง และแทบไม่เชื่อสายตาขอยกให้ การพลิกนรกของฝูงหมาป่าแห่งโรม อย่าง โรม่า ที่จัดการ “Italian Job” ให้ Completed มีอย่างที่ไหนเกมแรกแพ้ บาร์เซโลน่า มาหมดรูป 4-1 ใครกันจะคิดว่ามันจะกลับมาได้ ขนาดผมเองชั่งใจชอบความรองบ่อนของ โรม่า มากกว่า บาร์ซ่า แต่พากย์ชมเองกับตาในเลกแรกยังไม่เชื่อเลยว่ามีโอกาส

เช่นกันกับเลกที่ 2 ด้วยบรรยากาศในสนามที่กองเชียร์ช่วยทีมอย่างสุดกำลัง แทคติกปลุกใจ โน่นนี่นั่นที่คิดว่าหยุดบาร์ซ่าได้ ถูกนำมาใช้ และดูมันจะได้ผล โดยเฉพาะเรื่องง่ายจนเหลือเชื่อในการเข้าทำนั่นคือเปิดโด่งระดับเองหน้าอกข้ามศีรษะนิดหน่อยไปใส่หลัง บาร์ซ่า เป็นอันมีลุ้น

 

ยูฟ่า
AP Photo/Gregorio Borgia

แล้วพวกเขาก็ทำได้ในสิ่งที่ต้องการปราบ เจ้าบุญทุ่ม ได้ 3-0 เห้ย เวอร์มาก บรรยายเองยังงจนพูดแทบไม่ออก เป็นไปได้ไง โอเคหล่ะ แผงหลัง บาร์ซ่า ในวันที่ลงน้ำร้อนเคี่ยวจนได้ที่ก็เปื่อยยุ่ยดีไม่ต่างจาก เนื้อตุ๋นกอเต็กเชียงปะดงมูลเหล็กอันเลื่องลือ แถม 3 ประตู ที่เกิดขึ้นที่โรมนั้น  มันมากกว่าที่ บาร์ซ่า เสียมาตลอด 10 เกมในแชมเปี้ยนส์ ลีกปีนี้รวมกันเสียอีก

ที่ดีที่สุดคือหยุดเกมรุกที่มี ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ ไว้ที่เกมศูนย์ คุณมึงทำเกินไป แต่ก็เก็บคลีนชีตใน Stadio Olimpico มาแล้ว 5 เกมรวด เจอเกมรับแบบนี้ บาร์ซ่า เลยจำใจไม่ชนะใครนอกบ้านใน ชปล. ตลอด 6 เกมหลังสุด ก็ตกรอบสิครับ

….

…..

ที่สุด Talk Of The Town

 

ยูฟ่า
AP Photo/Rui Vieira

แน่นอนเป็นเกมไหนไม่ได้นอกจาก British Derby เวอร์ชั่นฟุตบอลยุโรป เมื่อ ลิเวอร์พูล ตบ แมนฯ ซิตี้ แบบ 2 เกมไม่ให้สู้เข้ารอบแบบสบายๆ 5-1 นั่นคือการมองผ่านตัวหนังสือหากดูตามความเป็นจริงถือว่าหินเอาเรื่อง ทว่า 180 นาทีอย่างเป็นทางการในสนามถือว่า ลิเวอร์พูล คมกว่าปัจจัยเอ็กซ์เข้าทางมากกว่าทั้งเรื่องคำตัดสิน และการฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้น

แม้จะมีคำค่อนแคะมากมายจากการเข้ารอบครั้งนี้แต่ที่คุณต้องยอมรับก่อนนั่นคือ เยอร์เก้น คล็อปป์ เสกให้ ลิเวอร์พูล ชุดนี้กลายเป็นเครื่องจักรสีแดงอีกครั้ง ยิงในถ้วยหูใหญ่อย่างเดียวไปแล้วถึง 33 ประตู นี่คือสถิติที่มากที่สุดเท่าที่ทีมจากอังกฤษทำได้ในฤดูกาลเดียว

เข้ารอบรองชนะเลิศเป็นสมัยที่สิบ (ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ครั้ง เรอัล มาดริด 3 ครั้ง) พร้อมลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ขูดทองที่ฉาบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไว้จนลอกด้วยการเป็นทีมแรกที่ปราบ เป๊ป 3 ครั้งในฤดูกาลเดียว วัดกับ คล็อปป์ ก็เอาชนะเป๊ป ได้เป็นครั้งที่ 7 เข้าให้แล้ว

ถือว่าเด็ดขาดนะ !!!

ทว่าสิ่งที่เปนรอยด่างไม่สง่างามกลับเป็นเรื่องนอกสนาม ทั้งนี้ขอใช้โอกาสแสดงความคิดเห็นเพราะเท่าที่อ่าน เท่าที่ฟังเกรงจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่นั่นคือพฤติกรรมรับไม่ได้ในการต้อนรับรถบัสของคู่แข่ง แน่นอนบรรยากาศแบบนั้นจะถามว่าธรรมดาไหม ปกติรึเปล่าเอาเป็นว่าอารยชนคนปกติคงไม่ทำ หากแต่มันเป็นการหวังผลกดดันกันเรื่องเกมการแข่งขันแบบนั้นรับกันได้

 

ยูฟ่า
AP Photo/Dave Thompson

ภาพแฟนบอลนับร้อยพันตั้งแถวขนาบสองข้าง ด่าทอล่อทั้งพ่อ และแม่ชนิดจับใจความไม่ได้การข่มขวัญข่มขู่เป็นภาพไม่สวยงาม แต่ก็เอาหน่า นานๆ ทียังพอทนไหว แค่ยืนตะโกนด่ากันนอกรถไม่ประชิดตัว

ทว่ารับไม่ได้ และเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างยิ่งนั่นคือการขว้างปาขวด หรือสิ่งของต่างๆ ใส่รถแบบนี้เกินงามไปไกลเป็นความผิดเข้าข่ายประทุษร้าย ทำร้าย ทำให้เสียทรัพย์ ยิ่งได้ฟังความเห็นจากวิทยุนักจัดบางท่านคล้อยตามรับได้ อย่างน้อย ไม่มีใครของ แมนฯ ซิตี้ ได้รับบาดเจ็บมันก็โอเค

ฟังแล้วก็อึ้ง เรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้องแน่ครับ มันเกินกว่ากีฬาที่เขียนถึงเชิงต่อว่าไม่ใช่เพราะจงชัง ลิเอร์พูล เรื่องนี้โปรดเข้าใจ หากแต่ปล่อยให้มีการสื่อสารในเชิงว่าพฤติกรรมแบบนี้รับได้ออกไป มันโอเคจบที่ไม่มีใครบาดเจ็บเกรงว่าไม่เหมาะเพราะสังคมไทยกับการลอกเลียนแบบลักษณะความรุนแรงแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะเกมฟุตบอล ดังนั้นใครที่คิดจะทำตามขอความกรุณาล้มเลิกเสียไม่มีประโยชน์อะไรต่อตัวท่าน ครอบครัวท่าน รวมทั้งสังคมที่ท่านอาศัยอยู่

ส่วนความเห็นของเพื่อนร่วมอาชีพที่คล้อยตามรับได้เห็นว่าปกติเป็นสีสัน คงมิอ่านก้าวล่วง หากแต่มีคนฟังท่านเหล่านั้นแล้วเชื่อไปทำตามคงกลายเป็นเรื่องเศร้าตามมาโดยไม่ต้องสืบ ถึงตอนนั้นไม่รู้จะรับผิดชอบยังไงไหว

….

…..

 ทำร้ายจิตใจที่สุด

 

ยูฟ่า
AP Photo/Francisco Seco

ยกให้เกม ยูเวนตุส เยือน เรอัล มาดริด จบเกมแรกที่ “ตูริน” แบบหดหู่เหลือกำลังรับไหวเมื่อ เรอัล มาดริด บุกยิงยูเว่ดับอนาถ 3-0 พร้อมลูกตีลังกาบันลือโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า มาดริด จะเจองานลำบากอะไรในนัดที่ 2

ทว่า โรม่า เอฟเฟ็กต์ ที่ไล่ขย้ำ “บาร์ซ่า” จนดายดิ้นทำให้แฟนม้าลายยิ้มออกพอมีความหวังอย่างน้อยก็สู้เต็มที่

แถมพวกเขายังสู้ได้ดีจนเกินคาดด้วยการไล่ตามมา 3-0 จนได้ลุ้นต่อเวลา แต่แล้วเมื่อนาฬิกาตีเหลือ 10 วินาทีจะครบช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฝันร้ายของทีมยักษ์อิตาเลี่ยนก็เกิดขึ้น เมื่อ เมห์ดี้ เบนาเตีย ไปสกัดบอลจากด้านหลัง ลูคัส บาสเกวซ ดูด้วยตาเปล่าทีแรกก็ก้ำกึ่งเหมือนไม่มีอะไร ยิ่งดูภาพช้าก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักหนาจนเป็นจุดโทษในวินาทีสุดท้ายแบบไม่มีอุทธรณ์

ทว่าผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ไม่ลังเลจะให้จุดโทษให้ใบเหลือง เบนาเตีย แน่นอนว่ากองกำลังม้าลายตรงเข้าไปโต้แย้ง ที่เข้าประชิดที่สุดคือ จิจี้ บุฟฟ่อน ในฐานะกัปตันทีม ภาพที่ออกมาเข้าไม่ยอมรับคำตัดสินพร้อมชี้หน้า และมีปะทะอกกรรมการเล็กน้อยแต่ก็มีท่าทางขวางลูกทีมเช่นกัน

กระนั้น โอลิเวอร์ คนเดิมทำในสิ่งที่สร้างชื่อให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลพรีเมียร์ลีกทั่วโลกนั่นคือ แจกใบแดง เป็นใบแดงใบแรกในชีวิต บุฟฟ่อน ในรายการนี้ ซึ่งเกมดังกล่าวอาจจะเป็นนัดสุดท้ายของเขา เชื่อหรือไม่ว่านี่คือใบแดงลำดับที่ 6 ของผู้เล่นยูเวนตุสยามเล่นกับ เรอัล มาดริด

แน่นอนตามตำราแจกได้เมื่อนักกีฬาไม่ยอมรับคำตัดสิน และเข้าปะผู้ตัดสิน แน่นอนการสกัดของ เบนาเตีย หากพิจารณาว่าปะทะมันคือจุดโทษ เพราะเป็นจังหวะทำประตู และสกัดจากด้านหลัง ทว่ามันรับได้ยากเมื่อเกินในวินาทีสุดท้ายของเกม

หลังจบเกม บุฟฟ่อน ด่า โอลิเวอร์ ไม่มีชิ้นดีซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลไม่คุ้นตากับสิ่งตำนานรายนี้แสดงออก

ผมทราบดีว่ากรรมการมีมุมมองของเขาแต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันไม่ชัดเจน Not clear-cut ไม่ชัดพอจะตัดสินให้เป็นจุดโทษในนาที 93 ยิ่งเปรียบเทียบกับเกมเลกแรกเราถูกปฏิเสธจุดโทษที่เคลียร์กว่านี้ไม่รู้กี่เท่า ผู้ตัดสินไม่สามารถแจกจุดโทษนี้ได้

ทีมได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วผลออกมาก็ยืดอกรับ แต่ในฐานะมนุษย์ด้วยกัน คุณไม่สามารถไล่ทำลายความฝันของคนอื่นในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ไม่มีโอกาสให้เขาแก้ตัวด้วยสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนแบบนี้

มันแสดงให้เห็นว่าในอกข้างในนั้นไม่มีหัวใจอยู่เลย มันเต็มไปด้วยของเน่าเฟะ หากคุณคิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ก็ขึ้นไปนั่งดูเกมบนอัฒจรรย์กับเมียกับลูกหาอะไรจิบไปกินไป ถ้าไม่รู้จักควบคุมสถานการณ์จัดการความกดดันแล้วตัดสินได้ ก็อย่ามาอยู่ในสนามอย่าเที่ยวทำลายความฝันของคนอื่น ของทีมที่เขาทุ่มเทลงไปแบบนี้อีกเลย

เฮ้อ… สะเทือนใจสุดๆ ทั้งนี้รอบ 2 ปีที่ผ่านมาถือว่า บุฟฟ่อน เป็นนักเตะระดับตำนานที่น่าสงสารที่สุดแล้ว ทั้งพลาดฟุตบอลโลกแบบร่ำไห้ออกทีวี ไหนจะตกรอบแบบนี้อีก

….

…..

รอบรองในฝันของข้าพเจ้า

การจับสลากจะมีขึ้นศุกร์นี้นะครับ ถ้วยเล็กจับก่อนตามมาด้วยถ้วยใหญ่ ทั้งหากเลือกได้ตามสไตล์ซาดิสม์อยากให้ลูกปิงปองเย็นออกมาแบบนี้ครับ

เต็ง 1 เรอัล มาดริด พบ เต็ง 4 โรม่า
เล่นบ้าน มาดริด ก่อน

>>> และ <<<

เต็ง 3 ลิเวอร์พูล พบ เต็ง 2 บาเยิร์น มิวนิค
เล่นเกมแรกที่ แอนฟิลด์

วันกันไปเลยกับเกมรุกที่โหดเหี้ยมของ มาดริด กับเกมรับเขี้ยวลากดินของ โรม่า ดูสิว่า มนต์ขลังแอนฟิลด์ไนท์ จะมีต่อไปหรือไม่ ซึ่งหากจับออกมาแบบนี้จริงๆ รับรองเด็กหงส์ มีเรื่องให้เล่าเยอะ

เชื่อหรือไม่ครั้งล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล พบ บาเยิร์น มิวนิค คือรอบรองชนะเลิศรายการนี้เมื่อฤดูกาล 1980-81 พวกเขาผ่าน เสือใต้ ไปได้ด้วยกฏทำประตูทีมเยือนสกอร์ 2 เกม 1-1 ส่วนรอบชิงฯ นะเหรอ อลัน เคนเนอดี้ สังหารประตูชัยนาที 82 ปราบ เรอัล มาดริด รับแชมป์ที่ ปารีส สำเร็จ

ขณะที่ 34 ปีก่อน ฤดูกาล 1984-84 ทีมผงาดได้แชมป์สมัยที่ 4 ในเกมสุดดราม่าที่ โอลิมปิกสเตเดี้ยม กรุงโรม หลังเสมอในเกม 1-1 ต้องหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ แล้วก็เป็น อลัน เคนเนดี้ คนเดิมยิงเป็นรายที่ 5 พาทีมดับ หมาป่า โรม่า ได้สำเร็จ

แค่คิดก็มันแล้ว 555

….

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports