ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : นาทีนี้ NBA กำลังเข้มข้น เมื่อสิ้นสุดลงแล้วสำหรับฤดูกาลปกติทีมละ 82 เกม ได้ 16 ทีมสุดท้ายจากสองฟากฝั่งเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ ซึ่งกว่าจะจบลงสะเด็ดต้องรอเอาวันสุดท้ายเลยทีเดียว

 

NBA

 

ณ นาทีเองเกมเพลย์ออฟดำเนินกันไปผ่านเกมแรกของทั้ง 8 ซีรีส์เป็นที่เรียบร้อย เรื่องผลการแข่งขันหรือข่าวคราวเอาไว้ก่อน ทั้งนี้ขอสวมบทเป็นพ่อหมอชี้นำอนาคตอันใกล้ว่ารางวัลใหญ่ที่จะให้ตอบแทนผู้เล่นที่มีผลงานโดดเด่นตลอด Regular Season

ในปีนี้ถือว่าแต่ละทีมยกระดับขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีทีมผู้ขาดชนิดชนะเด่นจนมองกันไม่ทัน หลายทีมช่วงเวลารันยาวชนะติดกันเป็นสิบเกม เชื่อหรือไม่ว่าหากนับนิ้วดูแล้ว ทีมที่ชนะติดกันเป็น 10 มีมากถึง 9 ทีม หรือกว่า 1 ใน 3 ของลีกก็ว่าได้ไล่เรียงกันมาทั้ง

เริ่มต้นจาก บอสตัน เซลติกส์ กดไป 16 เกมรวด ตามมาด้วย คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส 13 เกม แชมป์เก่า โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส 11 เกม ถือเป็น 3 ทีมเต็งที่เปิดตัวได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล เป็นไปตามความคาดหมาย ทว่าหลังจากนั้นก็เริ่มมีสะดุดกันไปจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักจนเป็นที่มาของการบริหารจัดการไม่ลงตัว

ทีมหน้าใหม่ที่สามารถขึ้นมาชนะรวดเป็น 10 เกมได้ในปีนี้มีทั้ง ยูท่าห์ แจ๊ซซ์ กดไป 10 เกม นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ 10 เกม พอร์ตแลนด์ เรลเบลเซอร์ส 13 เกม

ขณะที่แชมป์สายตะวันตกอย่าง ฮิวส์ตัน ร็อกเกตส์ ทำได้ดี 17 เกม เช่นกันกับทีมแชมป์ตะวันออกอย่าง โตรอนโต แรพเตอร์ส 11 เกม ปิด้ายด้วยทีมที่ฟอรมแรงที่สุดในช่วงปลายฤดูกาลจนทะลุเข้าเพลย์ออฟนั่นคือ ฟิลาเดลเฟีย ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อพูดถึงความยอดเยี่ยมในประเภททีมแล้วเราไปสรุปกับสักนิดว่าทีมไหนเป็นแชมป์สาขาใดกันบ้าง

 

NBA

 

 

Coach Of The Year : Dwane Casey ( Toronto Raptors)

สิ่งที่ทีมให้ทีมขับเคลื่อนไปได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากจะมีผู้เล่นชั้นดีสิ่ง ที่สำคัญมากไม่แพ้กันนั่นคืออคนที่คอยบัญชาให้ผู้เล่นยอดเยี่ยมเหล่านั้นเล่นได้ตามแผนที่วางเอาไว้ และทำอย่างไร แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าแบบไหน แล้วทำอย่างไรจะทำให้ทีมเล่นได้ศักยภาพได้นานตลอด 82 เกม นั่นก็คือตัวผู้จัดการทีม หรือที่ NBA ระบุไว้ว่า Head Coach

 

NBA
Nathan Denette/The Canadian Press via AP

 

4 รายที่เข้าโค้งสุดท้ายมาได้แก่ แชมป์จากสองสายทั้ง ดเวย์น เคซี่ย์ จาก โตรอนโต้ และไมค์ ดิ แอนโทนี่ จากตะวันตก ของแบบนี้ไม่ต้องพูดเยอะหลักฐานมันฟ้องอยู่ที่สถิติหลังจบฤดูกาลปกติ ไม่มีใครดีกว่า 2 กุนซือหนวดหินมากประสบการณ์ ต่างใช้จุดเด่นที่ทีมมีนั่นคือเกมของคู่การ์ด ทั้ง เดมาร์ เดโรซาน คู่ ไคล์ ลอว์รีย์ จากแรพเตอร์ส รวมทั้ง คริส พอล คู่ เจมส์ ฮาร์เดน

ขณะที่เต็งห่างๆ ที่ตามมาดูน่าสนใจ และเป็นโค้ชดาวรุ่งคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น แบรด สตีเว่น จาก เซลติกส์ ซึ่งปีนี้ฟอร์มโดยรวมดีบวกเข้ากับความโชคร้ายที่ 2 ตัวเก่งมาเจ็บยาวทั้ง  ทำให้ชื่อ แบรด สตีเว่น ได้รับการจับตา และเป็นที่ยอมรับในเรื่องฝีมือการทำทีมมากขึ้นไปอีก

เช่นกันกับ ควินซีย์ สนีเดอร์ จากยูท่าห์ แจ๊ซซ์ ดูจากตัวที่มีในมอแล้วสามารถปั้นทีมเข้าเพลย์ออฟได้สำเร็จรวมทั้งแจ้งเกิด โดโนแวน มิทเชลล์ รุกกี้ที่โดดเด่นจนกลายเป็นผู้นำการทำแต้มของทีม เช่นกันกับ รูดี้ โกแบร์ ที่ขยับขึ้นมาเป็นสุดยอดตัวป้องกัน

เมื่อนำ 4 ชื่อมารวมกันแล้วเราจะเห็นเป็น 2 ประเภท คือโค้ชที่มีทรัพยากรดีอยู่แล้ว ทำให้ทีมสุดยอดเข้าข่ายไร้เทียมทาน กับดาวรุ่งที่ทำทีมได้เกินศักยภาพ ตรองแล้วไตร่อีกรอบหวยที่ออกขอมอบรางวัลนี้ให้กับ ดเวย์น เคซีย์ จาก โตรอนโต้ เฉือน ไมค์ ดิแอนโทนี ไปนิดหน่อย

….

…..

Rookie Of  The Year : Ben Simmons (Philadelphia 76ers)

 

NBA
AP Photo/Chris Szagola

 

2017-18 เป็นอีกปีที่มีรุกกี้ยอดฝีมือตรงสู่ลีก และทำผลงานได้โดดเด่นเกินอายุงาน หวือหวาไปกับแกงค์ เลเกอร์ส ทั้ง ไคล์ คุซมา, ลอนโซ่ บอลล์, เจสัน ทาทัม เองก็โดดเด่นเหลือกำลังในสีเสื้อ เซลติกส์ เดนนิส สมิธ จูเนียร์ เองกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของ ดัลลัส

แต่แล้วจะหา 2 รายที่เข้าชิงชัย เริ่มจากเด็กดาวรุ่งจาก ยูท่าห์ โดโนแวน มิทเชลล์ แชมป์สแลมดังก์ คนล่าสุด ในเกมจริง โดโนแวน ถือเป็นตัวทำแต้มที่ครบเครื่องมากทั้งนอกในได้หมด รวมทั้งเป็นเด็กที่กล้าเล่น และทำได้ดีในเพลย์ที่กดดันได้รับความเชื่อมั่นจากเพื่อนร่วมทีมจนกลายเป้ามือ 1 และทำแต้มสูงสุดในทีม อีกทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นรุกกี้คนแรกที่ทำแต้มเฉลี่ยมากที่สุดในทีม และสามารถพาทีมเข้าเพลย์ออฟได้ต่อจาก คาเมโล่ แอนโทนี สมัยเป็นรุกกี้กับ เดนเวอร์ ส่วนตัวยอมรับว่าเด็กคนนี้เก่งมาก และสมควรได้รางวัลเป็นอย่างยิ่ง

หากปีนี้ NBA ไม่มีเด็กซ้ำชั้นผู้โชคร้ายเข้าลีกมาปีก่อนแต่ไม่ได้เล่นเพราะอาการบาดเจ็บ นั่นก็คือ Ben Simmons เจ้าของค่าเฉลี่ย 15.8 แต้ม 8.1 รีบาวด์ กับอีก 8.2 assist รวมกับอีก 12 triple double และพา Philadelphia 76ers ชนะเกิน 50 เกมส์ จบอันดับ3 ของตะวันออก

มันดีมากจนปฏิเสธไม่ได้ สถิติมากมายที่ “บิ๊กเบน” ทำขึ้นยังไงปีนี้เขาต้องมีรางวัลติดมือซึ่ง รุกกี้ยอดเยี่ยมก็เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตามต้องยอมรับก่อนว่าการได้เข้าลีกมาแล้ว 1 ปี แม้จะไม่ได้เล่นเกมจริงเลย แต่มันได้เปรียบรุกกี้คนอื่นๆ มาก เพราะได้เห็นแผน เห็นบรรยากาศฝึกซ้อมแล้ว ที่สำคัญได้ทราบแล้วว่าโปรจริงๆ เขาทำตัวกันอย่างไร

แน่นอนว่าโจทย์นี้ ซิมมอนส์ ได้เปรียบ โดโนแวน แน่นอน แต่ในเมื่อกติกาไม่ได้ร่างขึ้นวันสองวันก็คงต้องให้คนที่ผลงานเด่นกว่าไป ส่วนอนาคตอันใกล้จะมีการเปลี่ยนแปลงไหมว่ากันอีกที

….

…..

MVP (ผู้เล่นทรงคุณค่า) : James Harden ( Houston Rockets)

 

NBA
AP Photo/Mark J. Terrill

 

มาปิดท้ายกันที่ประเภทบุคคลกันบ้างกับรางวัลใหญ่ที่สุดนั่นคือ Most Valuable Player ผู้เล่นทรงคุณค่าที่สุดในฤดูกาลปกติที่ผ่านพ้นไป ปีนี้มีหลายรายที่เข้าข่ายเร้าใจสุดๆ เดมาร์ เดโรซาน จาก โตรอนโต้ ถือเป็นปีทองของเจ้าตัวจากเดิมมีทีเด็ดจากการทำแต้ม ทว่าปีนี้จุดที่เติมเต็มความยอดเยี่ยมนั่นก็คือความเป็น Play Maker เดมาร์ มีทีเด็ดทั้งการสร้างเกม จ่ายบอล ปิดเกมในจังหวะกดดันบวกกับสิ่งที่มีติดตัวนั่นคือเกมรับการสตีลบอล ลูกโทษที่แม่นยำไม่เวลาไหนในเกม ทำให้ DD ยกระดับมาเป็นแถวหน้าของลีกได้เต็มตัว

เช่นกันกับ “ตาหวาน” แอนโธนีย์ เดวิส พระเอกี่แท้ทรูของ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ ที่ใครต่อใครมองแล้วว่าปีนี้ดร็อปแน่เพราะรุ่นพี่จาก เคนตักกี้ อย่าง เดมาร์คัส คัสซิน มาร่วมทีมซึ่งช่วงแรกก็เป็นแบบนั้น ทว่าคนเก่งจริงก็เก่งอยู่วันยังค่ำทันทีที่ คัสซิน เจ็บ เดวิส แสดงให้เห็นว่านี่คือทีมของเขาแบกทีมได้อย่างเหลือเชื่อเข็นจนเข้าเพลย์ออฟได้สบายๆ

ทว่าสุดท้ายคงต้องวัดกันที่ 2 เจมส์ คนแรกชื่อ เลบรอน นามสกุล เจมส์ เดอะ แบก แห่งยุค ในฤดูกาลที่ 15 ของเขา แต่กลับลงเล่นครบ 82 เกมได้เป็นครั้งแรกในชีวิต สร้างสถิติมากมายไม่ว่า แคฟส์ จะล่มไม่เป็นท่าขนาดไหน จะเละขนาดต้องเทรดกันค่อนทีมในช่วงเส้นตาย แต่ เจมส์ ก็ยังแบกเอาไว้ได้เรียกได้ว่าฤดูกาลที่ดูน่าผิดหวังของ คลีฟแลนด์ ดูดีขึ้นทันใดหากมาดูสถิติของ เลบรอน

ว่าแต่ เลบรอน เหมาะควรจะเป็น MVP ไหม ผมเองฟันธงไปเลยว่าไม่ได้แน่ แม้ว่าหากตัวเองโหวตได้ก็จะโหวตให้เขา

นั่นเพราะปีนี้รางวัลดังกล่าวเหมาะควรด้วยทุกประการให้ James Harden ครองผู้เล่นทรงคุณค่า บารมีแรกที่พา Houston Rockets สถิติดีสุดในลีก ชนะ 65 แพ้ 17 บารมีที่ 2 James Harden ทำแต้มเฉลี่ย 30.4 แต้มต่อเกม นี่คือแชมป์ทำแต้มเฉลี่ยของลีก ซึ่งแน่นอนว่านี่คือค่าเฉลี่ยสูงสุดในอาชีพการเล่นของเจ้าตัว, 5.4 reb กับอีก 8.8 assist (อันดับ3 ของลีก)

ตัวเลขแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่ลงสนามเฉลี่ยเพียงแค่ 35.5 นาทีต่อเกมส์ นาทีน้อยจากค่าเฉลี่ยที่เขาเล่นในสีเสื้อ ร็อกเกตส์ ร่วมเกมละ 3 นาที จุดนี้เองที่แฟน NBA ที่ไม่เห็นด้วยว่าพี่เคราควรได้รางวัลดังกล่าวเพราะลงน้อยเกินไป หากแต่เราคิดต่อยอดว่าทำไมลงน้อย เอ้า ก็ลงมาแล้วเก่งทำแต้มเยอะทีมนำขาด นำห่างแล้วจะอยู่ในสนามทำลุงให้เสี่ยงเจ็บไปทำซากอะไรกันเล่า

เรื่องนี้มัน Make Sense จะตายตรรกะง่ายๆ เปรียบเทียบกับช่วงที่ 76ers ชนะรันยาว ไปเปิดดูได้เลยหากเกมไหนนำห่างพวกตัวจริงนั่งยาวไม่ได้ลงตลอด 12 นาทีในควอเตอร์สุดท้ายเป็นประจำ แต่ก็นะนานาจิตตัง ไหนจะข้อหาเพื่อนร่วมทีมเก่งกว่าชาวบ้าน โค้ชเก่งกว่า เถียงกันยังไงก็ไม่จบ

เรื่องร้อนไปถึง น้าบี้ โคบี้ ไบรอันท์ เจ้าของแชมป์ 5 สมัย ออสการ์ 1 ตัว ออกมาตัดสินให้เสร็จ เมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้

 

NBA

 

“ผมไม่เข้าใจเลยพวกคุณจะเถียงกันทำไม มีคนอื่นให้เลือกเหรอ มีไหม ไม่เห็นเหรอว่า เจมส์ ฮาร์เด้น ทำอะไรบ้าง”

“ตลอด 3 ปีหลัง เขาเป็นผู้เล่นที่ผลงานโดดเด่นมากเหลือเกิน แล้วตอนนี้ยังมีคนมาเถียงว่าผลงานขนาดนี้เหมาะแล้วเหรอที่จะเป็น MVP ทั้งที่นี่คือแชมป์ทำแต้ม (30.4 แต้ม/เกม) ตัวเลขแอสซิสต์ก็ยอดเยี่ยม (8.8 ครั้ง/เกม) พาทีมชนะมากที่สุดในลีก”

“หากเขา (เจมส์ ฮาร์เด้น)ไม่ได้ MVPในปีนี้ หรือคุณคิดว่าเขาไม่สมควรได้ พวกคุณกำลังกำลังคาดหวังอะไรอีกแต้มเฉลี่ย 40 แต้ม 15 แอสซิสต์ 15 รีบาวด์ เหรอ พอเถอะยอมรับ และจบๆ กันเสียที ”

เอ้า จบกันนะเด็กๆ… น้าขอ ไว้รอดูกันนะครับรางวัลต่างๆ ที่ออกมาของ NBA “ต็อกตั้ม” จะคาดการณ์ตรงกับเขาบ้างไหม

 

NBA

 

NBA

….

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

NBA

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports