อ.เอี่ยม : ความรุนแรง การปะทะ การชิงพริบชิงเหลี่ยม และขับเคี่ยวกันอย่างระอุดุเดือดบนผืนฟลอร์หญ้านั้นอาจทำให้ ฟุตบอล ดูเหมือนเป็นกีฬาที่สร้างมาเพื่อสุภาพบุรุษซะมากกว่า แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆ แล้ว กีฬาประเภทนี้ยังเป็นที่นิยมในหมู่ของสุภาพสตรีที่อ่อนโยนราวดอกไม้งามด้วยเช่นกัน

วันนี้เรามีโอกาสดีที่จะได้พูดคุยกับนางฟ้าแห่งวงการลูกหนังจีน ที่ล่าสุดเพิ่งเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อมาติดตามทัพ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ความสามารถ บวกกับความน่ารักของเธอได้ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นอีกหนึ่งขวัญใจของแฟนบอลทั้งเอเชียไปแล้ว…

ขอแนะนำให้รู้จักนางฟ้าแดนมังกร… “หลู่ เจียชิง”

 

 

– แนะนำตัว

สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อ “หลู่ เจียชิง” หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ “คาแยน” ตอนนี้ฉันเป็นนักข่าวกีฬาประจำเมืองกว่างโจว ประเทศจีนค่ะ ก่อนอื่นหลายคนอาจจะงงว่าทำไมผู้หญิงอย่างฉันถึงมาทำงานสายกีฬา ฉันบอกเลยว่าตัวฉันชอบดูฟุตบอลมาก และฉันคิดว่ามันจะวิเศษมากทีเดียวถ้าได้ทำงานในสิ่งที่ฉันชอบ

….

 – ความทรงจำอย่างแรกเกี่ยวกับฟุตบอล

ต้องย้อนกลับไปสมัยยังเป็นนักเรียนโน่นเลยค่ะ ฉันเคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนมาก่อน และในเวลานั้นฟุตบอลถือว่าเป็นกีฬาที่คนจีนรู้จักน้อยมากๆ ส่วนใหญ่รู้จักกันแค่ไม่กี่ทีม เช่น เรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า ส่วนนักเตะที่คนจีนส่วนใหญ่รู้จักก็จะเป็นพวก เดวิด เบ็คแฮม และโรนัลโด้

สำหรับตัวฉัน แม่ของฉันได้พาฉันไปดูฟุตบอลที่สนามเป็นครั้งแรก ฉันตื่นเต้น และชอบบรรยากาศในสนามฟุตบอลมากๆ มันเป็นอะไรที่รู้สึกดีจริงๆ ถึงแม้ว่าวันนั้นฉันจะได้นั่งบนอัฒจันทร์ชั้นสูงก็ตาม ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ มันสูงจนมองนักเตะในแทบไม่ชัดเลย แต่ฉันกลับรู้สึกสนุกได้เพราะบรรยากาศในการเชียร์ฟุตบอลในสนาม มันสนุกมากจริงๆ

….

 – ช่วยเล่าให้เราฟังสักหน่อยว่า จุดเริ่มต้นของคุณสู่การเข้าสู่วงการฟุตบอล มันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน

สำหรับตัวฉันมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลก ฉันจำได้ว่าที่สโมสรกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ มีงานลงเสียงวีดีโอ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นงานของเพื่อนฉัน แต่เผอิญว่าวันนั้นเพื่อนดันไม่สบาย และโทรมาถามฉันว่าพอจะเข้าไปช่วยทำแทนได้ไหม ฉันก็เลยตอบตกลงจะไปช่วยเพราะฉันก็เรียนจบมาด้านนี้ ปรากฏว่าเมื่อไปช่วยแล้วส่งผลงานไปให้หัวหน้าฝ่ายมีเดียดูแล้วเขาชอบมาก และยื่นข้อเสนอให้ฉันในวันนั้นทันที

เอาจริงๆนะ ฉันไม่คาดหวังด้วยซ้ำว่าเขาจะชอบ เพราะฉันก็ลงเสียงของฉันไปเรื่อยเปื่อยตามสไตล์ที่ชอบเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามหลังจากที่ฉันได้เริ่มงานในตำแหน่งนักข่าวกีฬา ฉันพยายามอย่างหนักในการตระเวนสัมภาษณ์นักกีฬาในหลายๆ ชนิดกีฬา รวมถึง มาราธอน, บาสเกตบอล ด้วย ฉันเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ และในที่สุดฉันก็ได้งานในฐานะนักข่าวสายฟุตบอลจนได้

….

– มีใครเป็นแรงบันดาลใจในโลกของฟุตบอล เพราะอะไร

แน่นอนว่าต้องเป็นแม่ของฉันนี่แหละ แม่เป็นคนแรกที่พาฉันเข้าสู่โลกของฟุตบอล แม่เป็นแฟนฟุตบอลพันธุ์แท้เลยค่ะ เพราะแม่ชอบทุกทีมที่เป็นทีมฟุตบอล แม่เลยไม่มีทีมโปรดเป็นพิเศษ แต่แม่สนุกกับการดูเกมฟุตบอลมากๆ

ทุกๆครั้งที่ศึกฟุตบอลโลกเริ่มขึ้น แม่จะคอยติดตามการถ่ายทอดสดอยู่เสมอไม่ว่าจะดึกขนาดไหน แม่สามารถดูฟุตบอลได้ทั้งคืนโดยไม่หลับเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนัดไหนที่ต้องมีการตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ แม่จะตื่นเต้นมากจนบางครั้งเผลอปลุกฉันที่กำลังหลับอยู่ข้างๆ เพื่อตื่นมาช่วยเชียร์เลยทีเดียว ฉันอยู่กับบรรยากาศนี้มาหลายปี เมื่อมารู้ตัวอีกทีฉันก็สนุกกับการเชียร์ฟุตบอลเข้าเส้นไปแล้วหล่ะค่ะ

อย่างที่บอกค่ะว่าฉันเริ่มจากดูบอลทางทีวีก่อนแล้วเริ่มไปดูติดขอบสนามจนในที่สุดมาทำงานเป็นนักข่าวฟุตบอลอย่างทุกวันนี้ มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ

….

– รู้สึกขัดแย้งรึเปล่ากับการที่คุณเป็นผู้หญิง (แสนสวย) แต่กลับเลือกที่จะทำงานกับกีฬายอดฮิตของผู้ชายอย่าง ฟุตบอล

เอาจริงๆ สำหรับฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันขัดแย้งอะไรกันเลย ทุกวันนี้มีผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ชื่นชอบฟุตบอลนะ รวมทั้งการพัฒนาของฟุตบอลหญิงในแต่ละประเทศที่เริ่มจะก้าวหน้าขึ้นมากซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ฟุตบอลคือกีฬาสากล และไม่ควรถูกจำกัดไว้แค่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นค่ะเพราะผู้หญิงก็ชอบฟุตบอลเหมือนกัน และแน่นอนว่าบางครั้งพวกนักข่าวฟุตบอลที่เป็นผู้หญิงอย่างฉันอาจจะไม่มีความรู้เท่ากับนักข่าวฟุตบอลชาย เพราะพวกผู้ชายได้เรียนรู้ฟุตบอลจากการเล่นเองด้วย ทั้งเรื่องของแท๊คติกการเล่นที่พวกผู้ชายจะใช้เวลาในการทำความเข้าใจน้อยกว่าผู้หญิงมาก หรือในบางครั้งนะพวกนักข่าวชายดูนักฟุตบอลแปปเดียวก็รู้เลยว่าใครเล่นดีหรือแย่ ฉันเองก็พยายามอย่างหนักนะคะกว่าจะตามพวกผู้ชายทัน เพราะผู้หญิงส่วนมากจะมองไม่ออกว่านักเตะคนไหนเล่นดีเพราะมัวโฟกัสที่ความหล่อค่ะ (หัวเราะ)

….

– ต้องต่อสู้กับสายตาแปลกๆ ที่มองคุณบ้างหรือไม่ ที่เข้ามาทำงานในวงการฟุตบอล

เอาตามตรงนะคะ การเป็นนักข่าวฟุตบอลหญิงมันไม่ง่ายเลย หลายคนคิดว่าการเป็นผู้หญิงนั้นจะทำให้เข้าถึงตัวนักกีฬาเพื่อขอสัมภาษณ์ได้ง่าย หรือว่าจะมีแฟนคลับคอยติดตามเยอะ แต่ความจริงแล้วฉันอยากเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ฉันเคยแต่งตัวสวยยืนอยู่หน้ากล้องเพื่อรายงานข่าวอย่างเดียว แต่ภายหลังฉันกลับรู้สึกว่าการที่ฉันพยายามเตรียมตัวทำการบ้านมาอย่างดีเพื่อการสัมภาษณ์นักกีฬานั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้คนแทบไม่จำในสิ่งที่ฉันสัมภาษณ์ แต่กลับไปจำเสื้อที่ฉันใส่แทนซะยังงั้น เช่น ฉันใส่เสื้อสีอะไร ชุดสวยไหม อะไรแบบนี้ ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก

หลังจากนั้น ฉันจึงตัดสินใจพัฒนาความสามารถของฉัน เพราะฉันไม่อยากจะเป็นแค่ “แจกัน” ที่ดูสวยแต่ภายนอก ฉันคิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรผู้คนถึงจะหันมาสนใจในความสามารถของฉัน ฉันจึงตัดสินใจยุติบทบาทของนักข่าวหน้ากล้อง และหันไปเป็นนักเขียนแทน เพราะฉันคิดว่าหากงานเขียนของฉันถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนจะต้องเห็นหัวข้อ และบทความข่าวของฉันก่อนที่จะรู้ว่าบทความเหล่านั้นใครเป็นคนเขียน ฉันอยากให้พวกเขาจดจำฉันที่ความสามารถมากกว่าหน้าตาค่ะ

นอกจากนั้นพวกนักข่าวหญิงอย่างเราจะต้องมีความพยายามมากในการทำงานกับเหล่านักฟุตบอลถึงแม้จะเจอกันเกือบทุกวันก็เถอะค่ะ เชื่อฉันเถอะว่านักข่าวหญิงจะต้องใช้ความอดทนและพยายามหลายเท่าถ้าเทียบกับนักข่าวชาย เช่น การที่พวกฉันเป็นผู้หญิงแล้วต้องทำงานกับกลุ่มผู้ชายทุกวันมันย่อมเกิดการซุบซิบนินทาเรื่องชู้สาวเป็นประจำ ซึ่งพวกฉันไม่มีทางเลือกเพราะมันคือการทำงาน ฉันอดทนต่อคำนินทาเหล่านั้น เพราะฉันไปห้ามปากใครไม่ได้ค่ะ คิดเสียว่ามันคืองานของฉัน และฉันจะทำงานให้ดีที่สุด

 

 

– ความรู้สึกแรกหลังจากที่รู้ว่าคุณมีแฟนคลับเป็นแฟนบอลชาวไทยเยอะมากๆ

ตอนแรกที่พี่ชายของฉันที่เป็นผู้ดูแลเพจเกี่ยวกับฟุตบอลจีนในประเทศไทย (เล่าเรื่องบอลจีน – Chinese Super League) ได้แชทมาบอกฉันว่าคนไทยหลายคนชอบฉันนะ… โอ้โห !!! บอกตรงๆว่าฉันรู้สึกเซอไพรส์และมีความสุขมากจริงๆค่ะ ฉันเคยมาเที่ยวที่ไทย 2 ครั้งแล้วค่ะ และที่สำคัญจะบอกว่าฉันเคยไปดูฟุตบอลไทยลีกด้วยนะ ^_^ มันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เพราะบรรยากาศของกองเชียร์ฟุตบอลที่นี่สุดยอดมากๆ ขอบคุณแฟนบอลไทยทุกคนนะคะ

….

– คิดว่าจุดเด่นของคุณคืออะไร ที่สามารถละลายใจแฟนบอลไทยได้เยอะขนาดนี้

อาจจะเพราะแฟนบอลไทยคงชอบนักข่าวฟุตบอลหญิงตัวเล็กๆ แถมติ๊งต๊องมั้งคะ อาจจะเป็นของแปลกสำหรับแฟนบอลค่ะ (หัวเราะ)

….

– มาเมืองไทยแล้วกี่ครั้ง ประทับใจที่ไหนมากที่สุด เพราะอะไร

ฉันเคยมาเที่ยวที่ไทยแล้ว 2 ครั้งค่ะ เคยไปที่ กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ แล้วก็เชียงรายค่ะ ส่วนรอบนี้ (เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก พบ บุรีรัมย์ ยูไนต็ด) เนื่องด้วยปัญหาเรื่องการเดินทางฉันเลยได้มีโอกาสแวะที่ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ค่ะ แต่เอาจริงๆฉันชอบอาหารไทยที่กรุงเทพฯ ร้านหนึ่งนะคะ อร่อยมากๆ เป็นร้านข้าวมันไก่ไห่หนานค่ะ ฉันทานหลายรอบเลยหล่ะตอนมาที่กรุงเทพฯ ส่วนที่เชียงใหม่ก็สวยมากๆ นะคะโดยเฉพาะวัด สวยจริงๆ ฉันเคยพาคุณแม่มาเที่ยวที่เชียงใหม่ค่ะ เชื่อไหมคะว่าคุณแม่ฉันถ่ายรูปไปเกินกว่าร้อยภาพเลยค่ะ คุณแม่บอกว่าที่นี่สวยมากจริงๆ

….

– อาหารไทยจานโปรดของคุณ

ข้าวมันไก่ไห่หนานค่ะ นอกจากนั้นก็ข้าวเหนียวมะม่วง และแน่นอนต้มยำกุ้งค่ะ แต่เอาจริงๆ แล้วฉันบอกไม่หมดหรอกค่ะ อาหารไทยอร่อยทุกอย่างเลย

….

– คุณได้เห็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สู้กับ กว่างโจว ได้อย่างสนุก และสูสี คุณคิดว่าจุดแข็งของทีมจากไทยคืออะไร

ในมุมมองของฉันนะคะ แผนการเล่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดนเด่น และชัดเจนมาก การยืนตำแหน่งของนักเตะบุรีรัมย์ฯ ทำได้ตามแผนการเล่นทุกอย่าง ทำให้เกมโดยรวมเกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนักเตะต่างชาติของ บุรีรัมย์ นั้นเก่งมากๆ ค่ะ ฟอร์มของพวกเขาทั้ง 2 นัดนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ พิสูจน์ให้เห็นเลยว่าแมวมอง และโค้ชของบุรีรัมย์นั้นเก่งมาก สามารถดึงตัวต่างชาติได้ถูกตำแหน่ง เมื่อได้มาแล้วทุกอย่างลงตัว ฟอร์มในสนามจึงเกิดประสิทธิภาพที่ดี

จริงๆ แล้วมาคิดดีๆ ถ้ายกเว้น กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ที่สามารถทำประตูจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แล้ว ยังไม่มีทีมไหนจากจีนยิงประตูพวกเขาได้เลยนะคะ แถมใจสู้ตลอดทุกนาที อย่างนัดล่าสุดพวกเขาก็ได้ประตูตีเสมอด้วยหัวใจนักสู้จริงๆ ยอดเยี่ยมมากๆ

….

– แล้วจุดอ่อนหล่ะ

พวกเรารู้ดีว่านักเตะไทยนั้นมีความเร็ว และยืดหยุ่นในเกมดีมาก อย่างไรก็ตามถ้าถามถึงจุดอ่อนฉันคิดว่าคงเป็นความเข้าใจในแผนการเล่นค่ะ โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีฟุตบอลในการครอบครอง และก็เวลาที่เจอกับทีมที่โต้กลับเร็วเก่งๆ และผู้เล่นมีความเร็ว บางที บุรีรัมย์ ก็มีข้อผิดพลาดให้เห็น

 

 

 

– คิดว่าฟุตบอลจีนใกล้เข้าสู่ภาวะ ฟองสบู่แตก หรือไม่ ถ้าใช่/ไม่ เพราะอะไร

บอกตามตรงนะคะ ตอนแรกที่ฉันเข้ามาทำงานในวงการฟุตบอลจีน ฉันก็เคยกังวลเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะแต่ละสโมสรในจีนนั้นทุ่มเงินไปเยอะมากๆ สำหรับการทำทีม แต่ตอนนี้ปัญหานี้ฉันไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้วเงินที่แต่ละทีมใช้ไปนั้นน้อยมากถ้าเทียบกับเงินที่พวกเขามี ฟุตบอลเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เอาไว้ประชาสัมพันธ์บริษัทของพวกเจ้าของทั้งนั้นค่ะ

นอกจากนั้นสมาคมฟุตบอลจีน (CFA) ก็ได้ออกกฎการเก็บภาษีการซื้อนักเตะต่างชาติมาเพิ่มเติม และกฎการบังคับส่งผู้เล่นอายุต่ำกว่า 23 ปี (U23) เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ดูจากฤดูกาลนี้ หลายทีมไม่ได้ทุ่มเงินเหมือนปีก่อนๆ และเริ่มจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โค้ชหลายๆ คนไม่ทุ่มซื้อนักเตะเหมือนเดิมแต่หันมาพัฒนาระบบเยาวชน รวมทั้งสโมสรที่ทุ่มเงินมหาศาลลงไปพัฒนาระบบเยาวชนรวมทั้งศูนย์ฝึกด้วยค่ะ

….

– กับแนวคิด แนวทางที่ว่า จีน จะเป็นแชมป์โลก ในปี 2050 มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน หรือคุณคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงแน่ๆ

คำถามนี้ตอบยากนะคะ มันเป็นเรื่องอนาคตซึ่งอีกนานพอสมควรเลย ไม่มีใครที่จะทำนายได้แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงก่อนที่จะถึงวันนั้น สมมติว่าฉันบอกคุณเมื่อ 10 ปี ที่แล้วว่า มาร์เซโล่ ลิปปี้ จะเข้ามาคุมทีมชาติจีน คุณหรือหลายๆ คนคงคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ เพราะโค้ชระดับโลกคงไม่มีทางสนใจมาคุมทีมในเอเชียหรอก จริงไหมคะ ?

อย่างไรก็ตามฉันได้แต่หวัง และเป็นกำลังใจให้ทีมชาติจีนผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกอีกครั้งให้ได้ค่ะ ส่วนจะได้ตำแหน่งอะไรนั้นไว้ค่อยมาว่ากันทีหลัง เพราะตอนนี้แฟนบอลจีนรอวันที่ทีมชาติจีนจะไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้งนานมากๆ แล้ว

ถึงแม้ว่าคนจีนหลายคนจะไร้ความหวังกับการไปฟุตบอลโลก แต่เชื่อไหมคะว่าคนเหล่านั้นก็ยังดูทีมชาติจีนลงสนามทุกนัดอยู่ดี พวกเขารักฟุตบอลจีนสุดหัวใจเลยค่ะ

….

– อะไรคือสิ่งที่คุณเห็นด้วยที่สุดกับการพัฒนาวงการฟุตบอลจีนในปัจจุบัน (เช่น ดึงสตาร์ระดับโลก)

สิ่งที่ฉันเห็นด้วยมาที่สุดคือการโฟกัสไปที่ระบบการพัฒนาเยาวชนค่ะ ส่วนเรื่องการดึงสตาร์ระดับโลกมานั้นมันก็มองได้ 2 มุมนะคะ มุมแรก คือ การที่สตาร์เหล่านี้มาที่จีนก็ทำให้ฟุตบอลลีกของจีนยกระดับขึ้น มีหลายคนสนใจมากขึ้นจากหลากหลายทวีปค่ะ มูลค่าลีกของจีนสูงขึ้น ผู้ชมเข้าสนามมากขึ้น และที่สำคัญเด็ก – เยาวชนของจีนหันมาเล่นกีฬากันมากขึ้นเยอะ จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยเล่นกีฬากันเลย แต่อีกมุมหนึ่งการที่สโมสรดึงสตาร์ระดับโลกมาเล่นทำให้ผู้เล่นสัญชาติจีนนั้นหมดโอกาสลงสนามไปหลายคนค่ะ โดยเฉพาะตำแหน่งในแนวรุกแทบไม่มีผู้เล่นจีน

….

– แล้วอะไรคือสิ่งที่คุณไม่เห็นด้วยมากที่สุด (เช่นให้ความสำคัญกับตัวต่างชาติมากเกินไป)

จริงๆ ฉันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่หลายสโมสรในจีนพึ่งพานักเตะต่างชาติมากเกินไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้เล่นต่างชาติที่เข้ามานั้นช่วยยกระดับผู้เล่นจีนได้มากทีเดียว ทั้งความแข็งแกร่งส่วนบุคคล และทีม แต่ผลเสียคือในเวลาที่เราไม่มีนักเตะต่างชาติลงสนามในเกมนั้น ผู้เล่นจีนยังไม่สามารถทดแทนได้ โดยเฉพาะตำแหน่งในแนวรุกซึ่งส่วนใหญ่ถูกจับจองโดยผู้เล่นต่างชาติ เห็นได้ชัดเลยว่าผลงานระดับสโมสรจากลีกจีนนั้นทำได้ดี แต่สำหรับทีมชาติจีนนั้นยังต้องปรับปรุงอีกเยอะเลยค่ะ นอกจาก อู๋ เหล่ย (ซั่งไห่ เอสไอพีจี) และ เกา หลิน (กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์) แล้ว ศูนย์หน้าของเราแทบไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในเกมลีกเลยค่ะ ลำพังแค่การซ้อมกับนักเตะต่างชาติไม่สามารถจะพัฒนาฝีเท้าได้หากไม่ได้ลงสนามจริงแน่นอน

….

– ทีมชาติจีนคุณมียอดกุนซือดีกรีแชมป์โลกอย่าง มาร์เซโล่ ลิปปี้ แต่ไฉนกลับยังไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่ง และผลงานที่ดีเอาไว้ได้

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมค่ะ ลิปปี้ คือกุนซือใหญ่ของทีม เขามีหน้าที่สอนแผนการเล่น แต่คนที่ต้องเล่นตามแผนคือนักฟุตบอล ดังนั้นเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่านักเตะคนไหนจะเล่นได้ตามแผนที่กุนซือวางไว้ได้บ้าง อย่างที่ฉันเคยบอกไปว่าเราพึ่งพานักเตะต่างชาติในลีกมากเกินไปทำให้ความสามารถของผู้เล่นจีนเองนั้นพัฒนาได้ช้า และเราก็ไม่ค่อยใส่ใจกับระบบการพัฒนาเยาวชนเท่าที่ควรจะเป็น ดูทีมชาติจีนตอนนี้ก็ได้ค่ะ ผู้เล่นหลายคนนั้นอายุเกิน 30 ปีไปแล้ว ในขณะที่นักเตะหนุ่มๆ ยังไม่สามารถขึ้นมาทดแทนได้เลยเพราะยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะไปต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้ ดังนั้นในระดับทีมชาติยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะค่ะ

….

– จุดอ่อนของทีมชุดนี้คืออะไร อะไรที่ควรปรับอย่างเร่งด่วน

ความมั่นใจของผู้เล่น และผลงานของทีมค่ะ ผลงานทีมชาติจีนที่ผ่านมายังไม่ค่อยดีเท่าที่ควรนะคะ บอกตรงๆ ว่าเวลาผลงานทีมชาติย่ำแย่ก็มีแฟนบอลหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันเสียๆ หายๆ ส่งผลให้ความมั่นใจของนักเตะลดลง พอนักเตะไม่มีความมั่นใจเวลาลงสนามแล้วผลงานก็แย่  อีกเรื่องคือเข้าใจในเกมทีมชาติของผู้เล่น ผู้เล่นของเรามาจากหลากหลายทีม และเวลาเตรียมทีมนั้นน้อยมากๆ ทำให้ความเข้าใจในเกมไม่ค่อยมี

….

– ใครคือคีย์แมนที่ทีมชาติจีนไม่สามารถขาดได้ในยุคนี้ เพราะอะไร

คงหนีไม่พ้นกองกลางหมายเลข 10 เจิ้ง จื่อ ค่ะ เขาคือคนที่อายุมากที่สุดในทีมชาติจีนตอนนี้และเป็นกัปตันด้วยค่ะ เขาน่าทึ่งมากนะคะเพราะการเล่นเกมรุก และเกมรับนั้นทำได้ดีมากๆ ค่ะ อาจจะด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านเวทีพรีเมียร์ลีก และเวทียุโรปมาแล้ว ทำให้เขาเชื่อมเกมแดนกลางของจีนได้เนียนตามาก ในขณะเดียวกัน เจิ้ง จื่อ มีความเป็นผู้นำสูงมาก แต่อย่างที่เราทราบกันค่ะ เขาอายุมากแล้ว และแน่นอนว่าอีกไม่นานต้องรีไทร์จากทีมชาติแน่นอน

 

 

– แล้วทีมชาติไทย หล่ะ คุณคิดว่าใครโดดเด่น – หากในอนาคตอันใกล้ (เอเชียน คัพ 2019) ทีมชาติจีน ต้องมาเจอกับทีมชาติไทย คุณคิดว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ค่ะ ตอนนี้เขาเล่นกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ญี่ปุ่น ในความคิดฉัน เขาคือตัวหลักของทีมชาติไทยอย่างแท้จริง จริงๆแล้วฉันคิดว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เลยนะคะ มันไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่นักฟุตบอลต้องออกมาเล่นในต่างประเทศแต่เขากลับทำหน้าที่ได้ดีมากๆ

ส่วนถ้าทีมชาติไทยเจอทีมชาติจีนในศึก เอเชียน คัพ 2019 เนื่องจากฉันเป็นแฟนบอลจีน ฉันก็หวังว่าจีนจะชนะค่ะ (หัวเราะ)

….

– สามนักเตะไทยที่ไปเล่นในเจลีก (ชนาธิป, ธีรศิลป์, ธีราทร) คุณชอบใครมากที่สุด เพราะอะไร และอยากให้บอกจุดเด่นของแต่ละคนมา

ฉันชอบทั้ง 3 คนนะ ทุกคนทำได้ดีในหน้าที่ของตัวเองค่ะ และอยากจะฝากบอกพวกเขาแทนฉันด้วยนะคะว่า “No pain, No gain” ค่ะ ขอให้ตั้งใจทำงานให้หนักแล้วจะประสบความสำเร็จค่ะ ฉันหวังว่าพวกเขาทั้ง 3 คนจะได้รับโอกาสที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในระดับที่สูงขึ้นไปในอนาคต

….

– หากคุณสามารถบอกกับ ชนาธิป ได้ คุณอยากจะบอกอะไรเค้า

สู้ๆ นะ หากเราตั้งใจทำอะไรก็สำเร็จค่ะ

….

– ฝากทิ้งท้ายถึงแฟนบอลชาวไทย และวงการฟุตบอลไทย

ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะที่รักฉัน ฉันก็รักพวกคุณมากๆ ค่ะ ฉันหวังว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีในเกม ACL และคงมีโอกาสได้พบกันอีกในรอบ 8 ทีมนะคะ ขอบคุณค่ะ

….

“อ.เอี่ยม”

ไชนีส ซูเปอร์ลีก

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports