ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : NBA เพลย์ออฟ รอบแรกตอนนี้ทยอยได้บทสรุปกันไปเรื่อยๆปิดฉากไปแล้ว 3 ซีรี่ส์

 

 

ทีมแรกที่เข้ารอบไปนั่นคือ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ ที่ปราบทีมวางอย่าง พอร์ตแลนด์ แบบสุดโหด กดเปรี้ยงเดียว 4-0 กวาดเรียบเข้าไปยืนรอเป็นทีมแรกผู้สันทัดกรณีปรับราคากันไม่ทัน ภายใต้ บิ๊กทรีอย่าง แอนโธนีย์ เดวิส, ราจอน รอนโด้ และจรู ฮอลิเดย์ กลายเป็นสามประสานที่น่ากลัวภายใต้การทำทีมของเฮดโค้ชรุ่นใหญ่ อัลวิน เจนทรี ถือเป็นเรื่องเกิดคาดทีเดียว

มันไม่แปลกที่พวกเขาชนะ แต่กวาดชนิดไม่สู้ดูจะเกิดคิดไปนิด

ทีมต่อมาที่เข้ารอบตามเวลาไทยนั่นก็คือ ฟิลาเดลเฟีย 76ers ทีมรวมเด็กเก่งไว้ด้วยกันจนล้นรวมกับพวกตัวประสบการณ์นำโดย เบน ซิมมอนส์ และโจเอล เอ็มบิด ไล่กดใส่ ไมอามี่ ฮีต สบายมือ 4-1 ชนะซี่รีส์เพลย์ออฟรอบแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 เหลือเพียงคำถามให้คิดไม่มากนัก

หนึ่ง พวกเขาจะไปไกลถึงรอบชิงได้จริงหรือไม่ เพราะโอกาสมีสูง นาทีนี้ทั้ง คลีฟแลนด์ และ อินเดียนา ไม่ได้เปรียบ ฟิลลี่ เลยแม้แต่น้อย เช่นกันกับตัวเต็งทั้ง บอสตัน และโตรอนโต้ ใครก็ได้สูสีทั้งนั้น

สองคือ ดเวน เหวด ตำนานฮีทที่แพ้ไปนั้น จะกลับมามีฤดูกาลที่ 16 ในชีวิตอีกหรือไม่

ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาพูดคุยในวันนี้ เพราะโฟกัสที่ใจผมจับไปอยู่เกมสายตะวันตกซึ่งปิดดฉากซีรี่ส์แรกแล้วเช่นกันเมื่อ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ปราบพยศ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส 4-1 เข้าไปพบกับ นิวออร์ลีนส์ หลังจาก 4 เกมแรกเป็น สเปอร์ส ที่ดื้อสู้อย่างสุดชีวิตเอาตัวรอดไปโดนกวาดคาบ้านได้สำเร็จ

หลายคนอาจงงว่ามันแปลกตรงไหน วอร์ริเออร์ส ชนะก็ตามคาด สเปอร์ส จะเอาอะไรมาสู้ ใช่ครับจริงแท้ทุกประการ เพราะไม่ว่าจะก่อนลงแข่งหรือแข่งกันในสนามไม่มีทางที่ ศักยภาพของสองทีมจะสู้กันได้แม้ใกล้เคียงก็ตามที

ทั้งนี้หากเรามองมุมกลับ คุณเคยเจอสถานการณ์แบบที่ว่าไหม ?

 

AP Photo/Eric Gay

 

สถานการณ์ที่รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่นอน ก้มหน้ามองพวกเดียวกันก็เห็นชัดรู้มือกันอยู่ว่าระดับไหนปัญหาภายในก็เต็มเพียบทั้งความงอแงของขุนพลมือ 1 ที่เฝ้าสู้รบปรบมืออาบเหงื่อต่างน้ำกันมาหลายต่อหลายปี วันดีคืนดีได้รับบาดเจ็บแล้ว เจ้าตัวก็ปฏิเสธที่จะลงสนามไม่ว่าสถานการณ์ทีมจะเป็นเช่นไร แม้เพื่อนร่วมทีมจะขอร้อง และเชื่อว่าข้ออ้างอาการบาดเจ็บที่เขาใช้มันเชื่อไม่ได้แล้วก็ตาม อย่างไรก็ไม่ลงสนามนั่นคือคำยืนยันจากปากมือ 1

ร้ายไปกว่านั้นหัวใจของทีมหลักยึดโยงจิตใจของคนทั้งทีมต้องทรุดหนักเมื่อข่าวร้ายภรรยาเสียชีวิตมาเยือนเฮดโค้ชท่านผู้นำอย่าง เกรก ปอปโปวิช จนไม่สามารถคุมทีมได้ ด้วยสถานการณ์ที่ทีมตกเป็นรองแล้ว 0-2 เกมซีรีส์ เรื่องร้ายขนาดนี้ไม่มีใครรับได้หรอกครับเมื่อมันเกิดขึ้นกระทันหัน

แม้โค้ชป๊อปจะเข้มแข็งขนาดไหนทุ่มเทเพื่อทีมมากเท่าไหร่ แต่ชีวิตจริงยังไงเขาก็ต้องเลือกครอบครัว ใช่ครับ ป๊อป ไม่สามารถคุมทีมแก้เกมข้างสนามอีกต่อไป เอาเข้าไปศักยภาพก็สู้ไม่ได้สภาพจิตยิ่งลบหนักไปกว่าเดิม

พิจารณาคู่แข่งแบบไม่หลอกตัวเอง ไม่มีทางเลยจะสู้ได้ อย่างว่าแต่โอกาสชนะ เอาแค่แพ้ไม่มาก ก็ยากเกินจินตนาการ เมื่อเจอแบบนี้เข้ากับตัวคุณเคยคิดไหมครับว่ารับมืออย่างไร

แน่นอนในแง่จิตวิทยากีฬา สถานการณ์นี้เป็นอีกโจทย์ที่ยากต่อการกระตุ้นให้นักกีฬาออกไปสร้างผลงานที่ดี หรือมีแรงจูงใจในการเล่น นับเป็นงานที่ท้าทายโค้ช หรือผู้เล่นที่ต้องฝ่าไปให้ได้กับเกมที่สู้แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาแพ้อยู่ดี

ในบ้านเราคำปลุกขวัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้บ่อยคงไม่พ้น เอาหน่อยเต็มที่เล่นให้สุดกำลังเพื่อแฟนๆ และที่ให้กำลังใจสนับสนุนมาเสมอ คงเวียนอยู่ไม่ต่างจากนี้ บ้านเขาใช้คำว่าว่า “Better Than Nothing” ก็ยังดีกว่าไม่สู้เว้ย

 

AP Photo/Ben Margot

 

เช่นกันกับภาพเกมที่ 4 ในซีรีส์ สเปอร์ส ชน วอร์ริเออร์ส ตาม 0-3 แพ้เกิน 10 แต้มทุกเกมไม่เหลือคราบแชมป์เก่าที่เคยเกรียงไกร ทว่าพวกเขาสู้ตาย ยอมแลกด้วยทุกสิ่งที่มี ณ ตอนนั้น ผู้เล่นตัวความหวังมีเพียง ลามาร์คัส อัลดริดจ์ เพียงคนเดียวที่อยู่ในร่างกายที่ดี และช่วงอายุที่แบกทีมได้ นอกนั้นจัดเป็นไม้แก่รอขึ้นฝั่ง

ทว่าไม้แก่พวกนี้แหละ ที่สร้างความประทับใจ และเป็นภาพที่ดีที่สุดของซีรีส์นี้ โดยส่วนตัวผมเอง นั่นคือภาพนักบาสจากอาร์เจนตินาในวัย 41 ปี อย่าง มานู จิโนบิลลี ที่แบกทีมเอาไว้ โดยทุกคนในสนามต่างรู้แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้ มานู ทำหน้าที่นี้แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกเขาก็ลงมืออย่างสุดกำลัง

ลองนึกภาพเมื่อคุณ 40 เล่นให้กับทีมที่มีแต่ปัญหา
เล่นไปรู้แก่ใจว่ายากมากจะชนะหรือแพ้น้อยๆ ได้
และเมื่อคุณ 40 เล่นแล้วเล่นไปจนท้ายเกมเจ็บเข่า ต้องออกไปพักกับแผลเก่าที่เจ็บระลอกใหม่
รู้ทั้งรู้ว่าลงไปก็คงไม่มีอะไรจะดีขึ้น ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม และอาการบาดเจ็บอาจหนักก็เดิม

แต่อีกด้านก็รู้ดีไม่ต่างกันว่าทีมแทบไม่เหลือใคร…

ในช่วงที่ต้องตัดสินใจนั้น ทั้งสนามตะโกนเรียกชื่อคุณดังสนั่นแบบที่ไม่เกิดขึ้นมาแสนนาน ณ ตอนนั้นคุณจะตัดสินใจอย่างไร

สาดดดด กูจะพัก จะยอมแพ้ได้ไง !!!

ในใจคุณ มานู คงคิดประมาณนี้…

ใช่ครับ มานู ลุกขึ้นมามองหน้าคนดู กัดฟันคุยกับเทรนเนอร์ และเดินโยกเยกมองก็รู้ว่าไม่ปกติกลับลงสนามช่วงท้ายเกม พาทีมเอาชนะในเกมนั้นไปได้ 103-90 รอดพ้นการตกรอบต่อหน้าแฟนตัวเองได้สำเร็จ

พร้อมสร้างสถิติขึ้นมาใหม่โดย มานู และคู่หูอย่าง โทนี่ พาร์เกอร์ คือสองผู้เล่นที่เก็บชัยชนะในเพลย์ออฟร่วมกันได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA นั่นคือ  132 เกม ทำลายสถิติเดิมที่ ทิม ดันแคน และ โทนี่ พาร์เกอร์ ทำเอาไว้  131 เกม อันดับ 3 ก็คือ มานู และดันแคน 126 เกม

สุดท้ายคู่ มานูในวัย 40 ย่าง 41 และโทนี่ ในวัยย่าง 36 มีแชมป์ NBA ร่วมกัน 4 สมัย และต้องลุ้นต่อไปว่าปีหน้าทั้ง 2 คนจะกลับมาเล่นต่อหรือไม่ มาครบไหมหรือรีไทร์ ไปกันหมดกระนั้นมันไม่มีอะไรติดค้างแล้ว เพราะถึงตรงนี้ทั้งคู่ และแฟน สเปอร์ส ต่างพูดได้เต็มปากแล้วว่าได้ทำเต็มที่แล้ว

เห็นไหมละครับ  Better Than Nothing เอาเข้าจริงๆ มีค่ามหาศาลทีเดียว

….

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports