จอน : เผลอแวบเดียว 11 เกมผ่านไปแล้วสำหรับศึกเจลีก 2018 ซีซั่นที่มีนักเตะไทยจำนวน 3 ราย มุ่งล่าหาฝันอยู่ที่ดินแดนอาทิตย์อุทัย

คนหนึ่งตัวเล็ก อยู่มาก่อนใครเพื่อน
คนหนึ่งเป็นพี่ใหญ่ ที่แบกความกดดันมากมายในวัยแตะเลขสาม
คนหนึ่งมักถูกเรียกว่าโก๋ เขาเคยเป็นแข้งสไตล์แบดบอย ที่ตั้งธงความฝันไว้ที่ เจลีก

จากเกมแรกจนถึงปัจจุบัน มีหลากเหตุการณ์ บนหลายช่วงเวลาที่เกิดขึ้นแก่ทั้งสามคน แต่พวกเขาก็ผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ และกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ได้ลงสนามเรื่อยๆ พร้อมกันทุกคนซะแล้ว

 

เจลีก

 

“มุ้ยซัง” ธีรศิลป์ แดงดา ออกสตาร์ทได้หล่อเท่ที่สุดจากทั้งสามคน เพราะเขาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ยิงประตูตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม และจนถึงตอนนี้ เขากดไปแล้ว 3 ประตู ในลีก บวกอีก 1 เม็ดในบอลถ้วย เป็นรองซัลโวของ ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า ที่กำลังลุ้นแชมป์ เจลีก ซีซั่นนี้ เพราะกำลังเป็นจ่าฝูง ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง เอฟซี โตเกียว ถึง 6 คะแนนด้วยกัน

โดยลูกล่าสุด เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานที่เขาซัด พาทีมบุกไปนำ วี-วาเรน นางาซากิ ในนาทีที่ 52 ก่อนจะจบที่สกอร์ชนะ 2-0 ทั้งที่เพิ่งได้โอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 46

 

 

แม้ว่าอาจจะมีบ้างที่ ธีรศิลป์ แดงดา มีอาการบาดเจ็บ หรือต้องหลุดเป็นตัวสำรอง แต่นั่นก็เป็นเพราะทีมต้องโรเตชั่นนักเตะ เพื่อยืนระยะความฟิตในการลุ้นแชมป์แบบยาวๆ

….

…..

“ชนาคุง” ชนาธิป สรงกระสินธ์ อาจจะมีช่วงเวลาอึมครึมไปหน่อยกับทั้งฟอร์มเมื่อปีที่แล้ว และเรื่องส่วนตัว จนทำให้เกิดความแกว่งไปบ้างช่วงต้นฤดูกาล แต่สุดท้าย ต้องขอบคุณ มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือคนใหม่ที่ยังไว้ใจในตัว ชนาธิป และให้อิสระในการเล่นกับ “เจ้าเจ” จนฉายฟอร์มขึ้นเรื่อยๆ และซัดไปแล้ว 3 ประตูในลีกเท่ากับ ธีรศิลป์ โดยแบ่งเป็นการโขก 2 ลูก และการซัดด้วยเท้าซ้ายสุดคม เมื่อวานที่ผ่านมา ในเกมที่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร บุกไปเสมอ เวกัลตะ เซนได 2-2

 

 

อาจจะน่าเสียดายไปบ้างกับการทำแต้มหลุดมือไปไม่น้อยของทีม แต่การทะยานจากทีมหนีตกชั้น สู่ทีมอันดับที่ 4 ของ เจลีก จนได้ลุ้นไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ “คอนซาโดเล่ ซัปโปโร” ในแบบที่มี ชนาธิป เป็นกำลังหลัก ชนิดที่ ถ้าไม่เจ็บไม่แบน เขาจะได้ลงตัวจริงแน่ๆ บอกเลยว่า “ภูมิใจแทนเจ้าเจ” มากจริงๆ

….

…..

คนสุดท้าย ที่เพิ่งมีส่วนร่วมกับประตูเช่นกัน เมื่อวานที่ผ่านมา จากการเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ จนเป็นที่มาของการได้ประตู นั่นคือ “บุญจัง” ธีราทร บุญมาทัน ที่เหล่าบรรดาแฟนคลับต้องหนักอกหนักใจแทนไม่น้อยในช่วงแรกๆ เพราะดูเหมือนว่า เขาจะยังปรับตัวไม่ได้ และไม่มีพื้นที่ในทีมชีตเท่าที่ควร แต่พอวันเวลาผ่านไป ด้วยฟอร์มการเล่นที่คงที่เมื่อได้โอกาส เกมรับโอเค เกมรุกก็ไม่ขี้เหร่ การครอสซิ่งที่ได้ลุ้นเสมอ ก็ได้ทำให้ “โก๋อุ้ม” เริ่มยึดพื้นที่ตัวจริงได้มากขึ้น จนอุ่นใจได้ว่า “บุญจังไม่ใช่นักเตะที่จะโดนดองแน่นอน” อย่างที่ใครกังวล

แม้จะยังไม่มีประตูจากปลายสตั๊ดของ ธีราทร จากการโฉบขึ้นไปยิงในกราบซ้าย หรือซัดฟรีคิกสวยๆ อย่างที่เราเคยเห็นเขาทำได้กับ “ปราสาทสายฟ้า” และ “กิเลนผยอง” ในประเทศไทย แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญเท่า การที่เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือ เจลีก ลีกที่มีคุณภาพมากกว่าไทยลีกไปหลายขั้นนัก

การที่เจ้าอุ้ม ได้ช่วยทีมต่อเนื่องจนทีมก็ไต่อันดับขึ้นมาจากพื้นที่สีแดง จนยึดอันดับที่ 8 ได้ในปัจจุบัน โดยมีแต้มนำทีมหนีตกชั้นถึง 7 แต้ม จะทำให้เขามั่นใจขึ้น มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่า ประตูแรก หรือจังหวะแอสซิสต์สวยๆ ตามสไตล์คนมีของ จะมาอย่างแน่นอนในไม่ช้า

 

 

… 11 เกม ผ่านไป เป็นนิมิตหมายที่ดีเหลือเกินกับฤดูกาลที่มีนักเตะไทย 3 ราย ในศึกเจ ลีก พร้อมกันครั้งแรก และทั้งหมดต่างก็ถูกยอมรับในฝีเท้า แต่ละสโมสรต้นสังกัด ไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น และทุกคนต่างถูกส่งลงเล่นต่อเนื่อง และพร้อมจะคายพิษสงออกมาให้เห็นแทบทุกวีก เรียกได้ว่า มีเรื่องให้พูดถึงให้ชื่นชมกันอยู่ตลอดไม่ขาดไม่หาย

ทำต่อไป พยายามต่อไป เพราะมันจะเป็นบันไดให้พวกเขา ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม ไปไกลกว่านี้ ไปไกลกว่าลีกเอเชีย

และจะเป็นบันไดให้น้องๆ ได้เดินข้ามไป เพื่อนับคนที่ 4 นับคนที่ 5 นับ 6 นับ 7 นับ 8 ในอนาคตอันใกล้นี้…

….

“จอน”

เจลีก

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports