โชว์ฟอร์มโหดเรียกขวัญกำลังใจก่อนศึกใหญ่ได้แบบสุดๆ สำหรับพลพรรค “ปราสาทสายฟ้า” ที่เปิดบ้าน ถล่ม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่รักคู่แค้นไปสบายๆ 4-0 จากประตูของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ คนเดียว 2 ลูก และอีกสองเม็ดจาก ยู จุน ซู กับ กรกช วิริยะอุดมศิริ

สกอร์ขาดลอยชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด บนความเหนือชั้นของ ดิโอโก้ แข้งแซมบ้าที่ร่ายมนต์สะกดดวงจิตทุกดวงในสนาม ช้าง อารีนา

“มันยากมากๆ ที่จะมีสักทีมยิงเมืองทองได้ถึง 4 ประตู ในเกมระดับบิ๊กแมตช์เกมเดียว
และมันยากกว่าเมื่อใครสักคนจะต้องมีส่วนร่วมครบทั้ง 4 ประตูที่เกิดขึ้น
ใครคนนั้น ชื่อว่า “ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ : ผู้เกิดมาเป็นเทพเจ้าสายฟ้า”

บุรีรัมย์ เริ่มต้นเกมด้วยการจัดทัพแบบไม่มีเก็บตัว แม้จะมีเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาท์รออยู่ในอีก 4 วันข้างหน้า พวกเขาเลือกส่งนักเตะชุดเต็มลงสนาม เพราะเพิ่งประสบความพ่ายแพ้ในเกมลีกต่อ สุโขทัย เอฟซี มาเมื่อวีกที่แล้ว

โบซิดาร์ บันโดวิช เลือกเก็บแข้งอายุไม่ถึง 21 ปี ไว้ที่ม้านั่งสำรอง โดยกองกลางมีทั้ง สุเชาว์ นุชนุ่ม, ยู จุน ซู และ จักรพันธ์ แก้วพรม สามเก๋าลงผนึกกำลัง ส่วนสามเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ มี พรรษา เหมวิบูลย์, ประวีณวัช บุญยงค์ และ อันเดรส ตูเญซ ลงสนาม ส่วนสองกองหน้าเป็นหน้าที่ของ บราซิเลี่ยนคอนเนคชั่น ดิโอโก้ & เอ็ดก้า

ส่วน เมืองทอง ของ ราโดวาน เคอร์ซิช กุนซือคนใหม่ชาวเซิร์บ ก็เลือกจัดชุดที่มากประสบการณ์ลงสนามไว้ก่อนในเกมใหญ่ มี อดิศร พรหมรักษ์ จับคู่กับ นาโออากิ อาโอยามะ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ในตำแหน่งแบ็คซ้าย และใช้งาน วัฒนา พลายนุ่ม ในตำแหน่งแบ็คขวา

ไทยลีก

ส่วนกองกลาง มีทั้ง สารัช อยู่เย็น, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร และ ชาริล ชัปปุยส์ ยืนคุมเกม ส่วนทางขวาเป็นหน้าที่ของ ทริสตอง โด ทางซ้ายใช้งาน สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าตัวเป้าเป็นหน้าที่ของ เฮแบร์ตี้

“ชุดใหญ่สุดๆ แบบไร้ดาวรุ่ง ไม่มีทั้ง พัชรพล อินทนี ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย และสองแนวรุกอย่าง สรวิทย์ พานทอง กับ พีรพงศ์ ปัญญานุมาภรณ์ ก็เป็นเพียงแค่สำรอง”

เกมสนุก สุดมันส์ เบียดไปเบียดมา เต็มไปด้วยแทคติก ลุ้นกันจนถึงสิ้นเสียงนกหวีดยาว… นี่คือสิ่งที่ใครก็คาดหวังไว้ก่อนเกม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง กลับไม่ใช่แบบนั้นเลย ช่วง 15 นาทีแรก บุรีรัมย์ มีโอกาสเยอะมาก มากจนไม่คิดว่า ทีมอย่างเมืองทอง ปล่อยให้เจ้าบ้านสร้างสรรค์โอกาสมากมายแบบนี้ได้ยังไง จนกระทั่งนาทีที่ 24 ประตูแรกของเกมก็มาจนได้ และไม่ต้องบอกว่าทีมไหน

การเคลื่อนที่ของบุรีรัมย์ ในประตูแรกสวยงามมาก ดิโอโก้ รับบอลจาก ศศลักษณ์ ไหประโคน ก่อนที่ “เจ้าพี” จะวิ่งทำทางเสมือนไปรับบอล เพื่อทำลายจังหวะ และเปิดโอกาสให้ ดิโอโก้ จ่ายบอลเข้าพื้นที่อันตราย ก่อนที่บอลจะพุ่งเข้าหาศีรษะของ ยู จุน ซู ที่โขกเข้าไปอย่างสวยงาม

สกอร์เปลี่ยนเป็น 1-0 แต่รูปเกมยังไม่เปลี่ยน บุรีรัมย์ ยังกระหน่ำบุกใส่เมืองทองแบบไม่มีพัก และลูกที่สองก็มาจากฟรีคิกติดไซร้ก้อยของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ และจากนั้นอีกแค่ 7 นาที บุรีรัมย์ ก็ฉีกหนีห่าง 3-0 ด้วยประตูจากอีซ้ายสุดเฉียบของ ดิโอโก้ คนเดิม

“2 ประตู 1 แอสซิสต์ .. เรียกได้ว่า คว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมบิ๊กแมตช์ ได้ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก
และนี่คือ “ดิโอโก้” ผู้ทำให้ฟุตบอลคู่ใหญ่จบได้ตั้งแต่ครึ่งแรก”

ครึ่งหลัง โลกไม่ได้เบี้ยวให้โมเมนตัมเลี้ยวไปหา เมืองทอง เมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังบุกกระหน่ำ ชนิดที่เหมือนกับว่าพวกเขากำลังสนุกกับฟุตบอล โดยไม่ได้สนใจว่าสกอร์นำห่าง และมีเกม เอซีแอล กับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส จากเกาหลีใต้ รออยู่ ก่อนที่สกอร์จะจบลงที่ 4-0 จากฟรีคิกของ กรกช ที่ได้จากการเรียกฟาวล์ของ ดิโอโก้

ไทยลีก

4-0 ของ บุรีรัมย์ บนความมหัศจรรย์ของดิโอโก้ เพราะนอกจาก 2 ประตู 1 แอสซิสต์ และ 1 การเรียกฟรีคิกแล้ว เขายังโชว์ทริคออกมาให้เห็นแบบต่อเนื่อง ทั้งการโชว์สเต๊ปหลอกล่อ วัฒนา พลายนุ่ม จนแทบหงายหลัง รวมถึงการตอกลูกส้นผ่านแนวรับสามคนที่กำลังเข้ามาแย่งบอลเขา

“ผมเห็นแฟนบอลเมืองทองจำนวนไม่น้อย ที่ร้องอู้วว ฮูว กับเดอะโชว์บนฟลอร์หญ้าของดิโอโก้ เมื่อวานที่ผ่านมา และมีไม่น้อยเลยที่ลุกขึ้นปรบมือให้เกียรติกับอดีตกองหน้าจากโอลิมเปียกอสคนนี้ เมื่อเกมจบลง”

ท่ามกลางความดีใจของแฟนบอลเจ้าบ้าน สีหน้าของ ราโดวาน เคอร์ซิช อดีตโค้ชของทีมชาติเซอร์เบีย มีความเครียดปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ว่าทีมที่เขากำลังเริ่มต้นคุม มีปัญหาอย่างหนัก ทั้งฟอร์มการเล่นรายบุคคล, สปิริตของทีม, ความฟิต, ความกระหาย, ความมุ่งมั่นตั้งใจ รวมถึงปัญหาอาการบาดเจ็บ

“นรกไทยลีก ที่ใครๆ ต่างเตือน กำลังมาเยือนเขาแล้ว”

และจากผลสกอร์เกินคาดนี้ ได้ส่งผลให้ทีม “เซราะกราว” มีกำลังใจอย่างมากก่อนเกมหนักกับ ชุนบุค ในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพราะนี่คือการเข้าใกล้เป้าหมายรอบรองชนะเลิศ เอซีแอล ให้ได้ของทีมแบบสุดๆ

ก็ได้แต่หวังว่า “เทพเจ้าสายฟ้า” อย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ และผองเพื่อน จะยังโชว์ฟอร์มได้สุดยอดเหมือนเกมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักเตะไทยอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดกับทีมบ้านเกิด

สุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณเหลือเกินที่เกมนี้ ได้ชุบชีวิต และความชีวากับศึกไทยลีกอีกครั้ง เมื่อมีคนดูในสนามมากที่สุดในปีนี้ถึง 30,011 คน และเก็บค่าบัตรผ่านประตู กับ ค่าขายของที่ระลึกได้มากกว่า 5.7 ล้านบาท เลยทีเดียว

นอกจากนี้ นอกเหนือจากช่อง ฟรีทีวี อย่าง True4U และช่องโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกอย่าง True Visions แล้วนั้น ยังมีผู้ชมในออนไลน์ผ่านไลฟ์เฟสบุ๊คแฟนเพจของ True4U ถึง 4.75 แสนวิว โดยมียอดแชร์มากกว่า 14,600 ครั้ง

ส่วนใน App TrueID อีกหนึ่งช่องทางการรับชมฟุตบอลไทยลีก ก็มีคนเข้าชมช่อง True4U ผ่านทางแอพ TrueID สูงสุดถึง 21,800 คน เมื่อตอนที่ บุรีรัมย์ ขึ้นนำ 1-0 และช่อง True Sport HD 2 อีกกว่า 7,200 คน ในเวลาเดียวกัน

“เรื่องของฟุตบอลในสนามเมื่อวานที่ผ่านมา มีเทพเจ้าสายฟ้าเป็นผู้กำหนดผล
แต่เรื่องนอกสนาม ความสำเร็จทั้งหมด
ต้องขอยกเครดิตให้กับแฟนบอลทุกคนจากใจจริง…”

“จอน”

ไทยลีก

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports