12 ปี หลังหายหน้าหายตาไปของทีมชาติไทย บนทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ที่ “ช้างศึก” จะปรากฏกายอีกครั้งแล้วในศึกเอเชียนคัพ ที่จะแข่งขันในช่วงต้นปีหน้า ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

และเมื่อวันก่อน ก็ได้มีการจับสลากแบ่งสายศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 ที่มีทั้งหมด 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดย ทีมชาติไทย ซึ่งอยู่ใน Pot 2 ถูกจับสลากอยู่ในสาย เอ ร่วมกับเจ้าภาพ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินเดีย และ บาห์เรน

“มองผิวเผิน เช็คจากฟอร์มระยะหลัง ก็เหมือนจะง่าย แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
แล้วก็เหมือนจะยาก แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน
กับความหวังในการเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย”

ความคาดหวังในแต่ละเกม
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – เป็นอีกครั้งที่ทีมชาติไทยต้องโคจรมาพบกับเจ้าภาพของทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์เอเชีย เหมือนกับ ฟุตบอลหญิง ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และ ยู-16 ที่ก็เพิ่งจับสลากอยู่ร่วมกับเจ้าภาพอย่าง “มาเลเซีย” เหมือนกัน ในศึกฟุตบอลอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2018

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในแง่ร้าย แน่นอน การจับสลากเจอกับ “ยูเออี” ที่ดินแดนอาหรับนั้น มันยากถึงยากมากที่จะชนะ หรือแม้แต่เสมอพวกเขาได้ เพราะนอกจากข้อได้เปรียบในเรื่องความเคยชินสนาม และภูมิอากาศ รวมถึงเสียงเชียร์ของแฟนบอลแล้ว ยังมีในเรื่องของ “นกหวีดหวาน” ที่ใครๆ ก็กังวล

แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีอยู่ เพราะ “ยูเออี” เป็นทีมที่เพิ่งได้พบกับทีมชาติไทย มา 2 เกมในการเล่นรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งเกมในบ้านนั้น มิโลวาน ราเยวัช ถือว่าทำได้ดี เมื่อเก็บได้ 1 แต้มจากการเสมอ 1-1 แบบน่าชนะ เพราะโดนตีเสมอในช่วงทดเจ็บ แถมเกมในวันนั้น ทีมชาติไทย ไม่มีทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ในทีมชีตตัวจริงด้วย ด้วยหตุผลนี้ทำให้มองว่า นักเตะไทยมีความเคยชิน และไม่กลัว ยูเออี เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ความโชคดีต่อมา นั่นคือ “ยูเออี” กำลังเสียสปิริตของทีมอย่างสุดๆ โดยในศึกคิงส์คัพ 2018 ที่ผ่านมา อาลี มับคุห์ต และ อุมัร อับดุลเราะห์มาน สองแนวรุกตัวเก่งของทีม เพิ่งถูกตัดชื่อออกจากทีม เนื่องจากทำผิดวินัยของ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ กุนซือชาวอิตาลี จนทำให้พวกเขาแพ้รวด 2 เกม จบอันดับสุดท้ายของศึกคิงส์คัพ 2018 และก็ไม่รู้ว่า มีกาวใจมาสมานแผลที่มาจากวินัยต่ำของ อาลี และ อุมัร หรือยัง

และสุดท้าย อีกหนึ่งความโชคดีนั่นคือ คิวเตะของทีมชาติไทย ที่จะพบกับ ยูเออี จะเกิดขึ้นในนัดสุดท้ายของรอบแรก ก็มีโอกาสที่ “ยูเออี” จะเก็บได้ 6 แต้มเต็มไปเรียบร้อยแล้ว และอาจจะส่งตัวสำรองลงสนามในเกมสุดท้ายกับทีมชาติไทย

ความคาดหวัง : ลุ้น 1 แต้ม

อินเดีย – นี่คือทีมในพอท 3 ที่แฟนบอลทีมชาติไทย อยากเจอนักอยากเจอหนา เพราะพวกเขาได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งเกมอุ่นเครื่อง” ซึ่งอินเดีย มีการวางแผนการอุ่นเครื่องที่ดี และทำให้แต้มแรงกิ้งฟีฟ่า ก้าวไปติดท็อป 100 ของโลก โดยที่ยังถูกมองว่า เป็นทีมที่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร

อินเดีย
IMAGE Indian Football Team

ไปเช็คฟอร์มของอินเดีย ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 ต้องบอกเลยว่า “ขี้เหร่มากๆ” โดยในรอบแบ่งกลุ่ม รอบที่ 2 พวกเขาได้อันดับสุดท้าย ในกลุ่มที่มี อิหร่าน, โอมาน, เติร์กเมนิสถาน และ เกาะกวม ซึ่งพวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียว ชนะ กวม 1-0 ในบ้าน ที่เหลือแพ้รวดอีก 7 เกมที่เหลือ โดยแพ้ กวม ทีมอันดับเกือบ 200 ของโลกด้วย เมื่อคราวไปเยือน

แต่พอมาในรอบคัดเลือก เพื่อศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 พวกเขาก็มีฟอร์มที่ดีขึ้น โดยเริ่มต้นจากชนะ ลาว 7-1 (รวมผลสองนัด) ในการเพลย์ออฟ และรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาจบอันดับที่ 1 ในกลุ่มที่มี คีร์กีซสถาน, เมียนมา และ มาเก๊า จึงได้เข้าสู่รอบสุดท้ายในที่สุด

“เกมคู่นี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่เกมแรกของกลุ่ม และคราวนี้ก็ได้วัดกันไปว่า ทีมชาติไทย อันดับ 122 ของโลก ที่เข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายตอน ควอลิฟาย เวิลด์คัพ โซนเอเชีย จะสู้กับ ทีมอันดับ 97 ของโลก อย่างอินเดีย ได้แค่ไหน”

ความคาดหวัง : 3 แต้มเท่านั้น

บาห์เรน : การเล่นกับทีมเศรษฐีน้ำมันในถิ่นอาหรับ ไม่มีอะไรง่ายทั้งนั้น แม้ในยุคนี้ บาห์เรนจะลดความแข็งแกร่งลงไปเยอะแล้วก็ตาม แต่ห้ามประมาทพวกเขาเด็ดขาด และต้องมีสมาธิกับบาห์เรน ในทุกนาที เพราะนี่คือเกมสำคัญที่สุดเกมหนึ่ง ที่ชี้เป็นชี้ตายการเข้าหรือไม่เข้ารอบต่อไปของทีมชาติไทยเลยทีเดียว

บาห์เรน
IMAGE Bahrain FA

บาห์เรน ผ่านจุดพีคที่สุดในเรื่องฟุตบอลมาแล้วเมื่อครั้งฟุตบอลโลก 2010 ที่พวกเขาเข้าถึงรอบเพลย์ออฟ ระหว่างทวีป แต่น่าเสียดายที่ “เวิลด์คัพ” ยังเป็นเพียงแค่ความฝัน เมื่อพ่ายแก่ นิวซีแลนด์ ไป 0-1 ในผลสกอร์รวม 2 นัด และหลังจากนั้น บาห์เรนก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ โดย เอเชี่ยนคัพ สองครั้งที่ผ่านมา ในปี 2011 กับ 2015 พวกเขาตกรอบแรกแบบเก็บชัยชนะได้ครั้งละ 1 เกมเท่านั้น

ส่วนฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 พวกเขาจบอันดับที่ 4 ในกลุ่ม เอช ต่ำกว่า ฟิลิปปินส์ ด้วยซ้ำ (ในกลุ่มมี อุซเบกิสถาน, เกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์, บาห์เรน และ เยเมน) ก่อนจะมาเอาตัวรอดได้ในรอบคัดเลือก เอเชี่ยนคัพ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับ เติร์กเมนิสถาน, ไชนีส-ไทเป และ สิงคโปร์ แต่ก็มีเกมที่ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ สิงคโปร์ 0-0 และ บุกแพ้ไต้หวัน 1-2

บาห์เรนในวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อวันวานที่แข็งแกร่ง ใครๆ ก็หวั่น จนอันดับโลกตกลงมาที่ 116 แล้ว แต่การแข่งกับพวกเขาบนดินแดนอาหรับ ไม่มีอะไรง่ายทั้งนั้น ทว่าก็ไม่ได้ยากเกินกว่าความสามารถของแข้งไทยจะไปถึง

ความคาดหวัง : 3 แต้มอีกนัด หรืออย่างน้อย 1 แต้มเพื่ออันดับสามที่ดีที่สุด

จากผลการจับสลาก หลายๆ คนก็มองไปถึงรอบต่อไป ซึ่งเอาแชมป์และรองแชมป์กลุ่ม เข้ารอบ 16 ทีมโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมอันดับที่ 3 ก็ต้องลุ้นเป็น อันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ที่จะได้ผ่านเข้ารอบไป เรียกได้ว่า โอกาสเปิดกว้างไม่น้อยเลย ที่อย่างน้อยก็น่าจะได้อันดับสามได้ มองแล้วดีกว่า ทีมอื่นๆ ในอาเซียนแน่ๆ เพราะ เวียดนาม เจอทั้ง อิหร่าน, อิรัก และ เยเมน ส่วน ฟิลิปปินส์ เจอทั้ง เกาหลีใต้, จีน และ คีร์กีซสถาน

มิโลวาน ราเยวัช

ภายหลังจากการจับสลาก มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ที่อยู่ในช่วงจับสลากสดๆ ด้วยนั้น ได้เปิดเผยว่า เขารู้สึกพอใจ เพราะทั้ง 3 ทีมต่างมีอันดับบนฟีฟ่าแรงกิ้งที่ดีกว่าทีมชาติไทย และพร้อมรับมือกับทุกทีม โดยเชื่อว่า จะสามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปได้ ถ้ามีการศึกษาคู่ต่อสู้อย่างระมัดระวัง และทำผลงานได้ตามแทคติกในการแข่งขันจริง

เหลือเวลาอีก 8 เดือนโดยประมาณก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ การเตรียมทีมของทีมชาติไทยนั้น มีเพียงเกมอุ่นเครื่องในบ้าน พบกับ ทีมชาติจีน ช่วงต้นเดือนหน้าเท่านั้นที่รออยู่ หากไม่นับ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ช่วงปลายปี ที่จะไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ ทำให้นักเตะที่ค้าแข้งต่างประเทศจะไม่ได้กลับมาช่วยทีม

แถมในช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนกันยายน ก็ต้องหลีกทางให้กับไทยลีก ที่ต้องแข่งขัน เนื่องจากปิดพักลีกเพื่อหลบทางให้กับ เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนสิงหาคม

ต้องรอดูมาตรการการเตรียมทีมจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชต่อไปว่า จะมีแนวทางการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะมีเงื่อนไขหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ก่อนทัวร์นาเมนต์เอเชี่ยนคัพ 2019 จะเริ่มต้นขึ้น ทั้ง เอเชี่ยนเกมส์ 2018, โปรแกรมไทยลีก และฟุตบอลถ้วยที่หนาแน่น, เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ที่คนไทยก็ยังคาดหวังกับการเป็นแชมป์

ได้แต่หวังว่า ทีมชาติไทย จะได้เตรียมตัวให้พร้อมอย่างจริงจัง เพราะนี่คือ ทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญมากๆ ที่ทุกๆ แต้มจากผลการแข่งขันจะได้คะแนนแรงกิ้ง คูณ 3 เพื่อนำไปต่อยอดในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ รอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2022 ต่อไป

“จอน”

ไทยลีก

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports