เต้ BlackPearl : สถานการณ์การหนีตกชั้นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนนี้ ต้องบอกว่ากำลังเข้มข้นทีเดียวในช่วงท้ายของซีซั่น ล่าสุดได้ทีมผู้โชคร้ายแล้ว 2 ทีม นั่นก็คือ สโต๊ค ซิตี้ ที่ตกชั้นทีมแรกเป็นที่เรียบร้อย ปิดฉากการโลดแล่นบนลีกสูงสุด 10 ปีเต็ม หลังจากถูก คริสตัล พาเลซ พลิกแซงชนะ 2-1 ในเกมนัดล่าสุด พร้อมส่งผลให้ “อินทรีปราสาทเรือนแก้ว” รอดตกชั้นเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ออกสตาร์ท 8 นัดแรกด้วยการแพ้รวดแบบยิงใครไม่เป็นจนเป็นทีมเต็งตกชั้นทีมแรกด้วยซ้ำ

 

 

พรีเมียร์ลีก

 

ส่วนอีกทีมที่เรียบร้อยโรงเรียนพรีเมียร์ลีกไปแล้วอีกหนึ่งทีมนั่นคือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่แม้จะพยายามโชว์ฟอร์มในช่วงท้ายซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยต่อลมหายใจสุดท้ายของพวกเขาได้ หลัง มาโนโล่ กับเบียดินี่ ซัดประตูชัยให้ เซาธ์แฮมป์ตัน บุกไปเอาชนะอีกทีมหนีตายอย่าง สวอนซี ซฺตี้ ถึง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ ทำให้แต้มของ “เดอะ แบ็กกีส์” ไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดอีกต่อไป

ยังเหลืออีกหนึ่งโควต้าสำหรับการหล่นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลหน้า ยังยากต่อการคาดเดาจริงๆ เมื่อแต่ละทีมต่างงัดฟอร์มการเล่นแบบยอมตายคาสนามชนิดที่ต้องบอกว่าทีมหัวตารางมาเล่นด้วยชั่วโมงนี้ยังต้องหนาว

เกริ่นไปเยอะแล้วลองมาดูสถานการณ์ล่าสุดกันหน่อยว่า ทีมไหนจะรอดและทีมไหนจะร่วงตาม “ช่างปั้นหม้อ” กับ “เดอะ แบ็กกีส์” ลงไปเล่นลีกรองกันบ้าง

….

…..

อันดับ 15 : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (36 นัด 38 คะแนน)

 

พรีเมียร์ลีก
Tim Goode/PA via AP

 

“เดอะ แฮมเมอร์” ออกสตาร์ทฤดูกาลได้ค่อนข้างย่ำแย่ ผลงานวนเวียนอยู่ท้ายตาราง จนสุดท้ายต้องเปลี่ยนกุนซือจาก สลาเวน บิลิช มาเป็น เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตที่ทำเอาแฟนบอลขุนค้อนต่างร้องยี้ เนื่องจากปีที่ผ่านมาพึ่งจะพา ซันเดอร์แลนด์ ร่วงตกชั้นไป

อย่างไรก็ตามถือว่า มอยส์ สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ระดับหนึ่งเมื่อพา เวสต์แฮม ใต่อันดับขึ้นมาพ้นโซนสีแดงได้สำเร็จ สถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ทีมมีแต้มเหนือโซนตกชั้น 5 คะแนน ดูจากทฤษฎีเหมือนยังต้องลุ้นอยู่ แต่การที่ สวอนซี และเซาธ์แฮมป์ตัน มีโปรแกรมตัดแต้มกันเองเมื่อคืน ส่งผลให้ขุนค้อนรอดลอยตัวเป็นที่แน่นอนแล้ว แม้ว่า 2 นัดสุดท้ายที่เปิดบ้านพบกับทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเอฟเวอร์ตัน จะแพ้รวดก็ไม่ส่งผลแต่อย่างใด (แค่อันดับอาจจะตกลงไปนิดนึงเท่านั้น)

….

อันดับ 16 : เซาธ์แฮมป์ตัน (37 นัด 36 แต้ม)

 

พรีเมียร์ลีก
Nick Potts/PA via AP

 

ต้องยอมรับเลยว่าการขายนักเตะฝีเท้าดีไปให้กับทีมที่ใหญ่กว่าในช่วงฤดูกาลหลังๆ เริ่มส่งผลออกมาให้เห็นกันแล้ว จากทีมที่ไต่ขึ้นไปถึงระดับลุยฟุตบอลยุโรป แปรสภาพกลับมาเป็นทีมหนีตกชั้นอีกครั้ง

ในฤดูกาลนี้หนึ่งในความผิดพลาดของพวกเขาก็คือ การเลือก เมาริซิโอ เปเยกริโน่ ที่มือยังไม่ถึงเข้ามานั่งแท่นกุนซือ แถมดันปล่อยให้คุมมาตั้ง 30 นัดกว่าจะเปลี่ยนมือมาเป็น มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตแข้งของทีมเข้ามากู้สถานการณ์แทน แถมเกมล่าสุดพวกเค้าถูกเอฟเวอร์ตันตีเสมอ 1-1 ในนาทีสุดท้ายแบบน่าเจ็บใจ เล่นเอา สปาร์กกี้ หัวเสีย เนื่องจากผู้ตัดสินทดเกินเวลามาร่วมเกือบ 2 นาที

ถือว่าเสียหายสุดๆ กับการทำแต้มหายไป 2 แต้ม เพราะโปรแกรมที่เหลือโหดร้ายกับทีมนักบุญพอสมควร เมื่อมีคิวบุกไปเยือน สวอนซี ทีมคู่แข่งหนีตกชั้นโดยตรง แต่โชคดีที่ มาโนโล่ กับเบียดินี่ มาซัดประตูโทนพาทีมชนะได้สำเร็จ ทำให้ถึงตรงนี้พวกเขามีประตูได้เสียกว่าทีมที่หวังจะแซงขึ้นมาทั้ง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ และสวอนซี อยู่มากโข ดังนั้นคงไม่แปลกใจอะไรที่ “นักบุญ” น่าจะอยู่ต่อในพรีเมียร์ลีกซีซํ่นหน้าอย่างไม่มีปัญหาแม้นัดสุดท้ายจะต้องเผชิญกับแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม

….

อันดับ 17 : ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (36 นัด 36 คะแนน)

 

พรีเมียร์ลีก
AP Photo/Rui Vieira

 

ทีมน้องใหม่เปิดตัวในลีกสงสุดได้อย่างร้อนแรง ขึ้นนำจ่าฝูงใน 2 สัปดาห์แรก ก่อนจะเริ่มถอยลงมาอยู่กลางตาราง จนเคนหล่นลงมาถึงรองบ๊วย อย่างไรก็ตาม เดวิด ว้ากเนอร์ กุนซือของทีมยังคงเอาอยู่ ผลักทีมขึ้นมาอยู่เหนือโซนสีแดงเล็กน้อย เกมล่าสุดพวกเค้าได้แต้มสำคัญบุกไปจอดรถบัสพราก 1 แต้มออกมาจาก เอติฮัด สเตเดี้ยม ของทีมแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ แม้มีแต้มเหนือโซนสีแดงอยู่ 3 แต้ม

แต่การที่ 2 แมตช์สุดท้ายดันเจอทีมใหญ่ ทั้งบุกเยือน เชลซี และเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล ที่เตรียมเล่นส่งท้าย อาร์แซน เวนเกอร์ แถมอดีตทีมของพี่ซิโก้ยังมีประตูบวก – ลบ แย่ที่สุดในกลุ่มทีมหนีตายอีก

หากจับพลัดจับผลูเกิดแพ้รวดทั้ง 2 นัดแล้วทีมด้านล่างๆ ดันผีเข้าชนะกันหมด ก็มีสิทธิ์ฟ้าผ่ากลางสนามเคิร์คลีย์ส ตกชั้นด้วยประตูได้-เสียได้เหมือนกัน (เสียวแทนวุ้ย !!!)

….

 

อันดับ 18 : สวอนซี (37 นัด 33 คะแนน)

 

พรีเมียร์ลีก
Nick Potts/PA via AP

 

ถือว่าไม่น่าแปลกใจสำหรับผลงานของพลพรรค “หงส์ขาว” กับการต้องมาหนีตายในฤดูกาลนี้ ด้วยขุมกำลังที่เป็นรองทีมอื่นอย่างชัดเจน ทำให้ในซีซั่นนี้ สวอนซี ไม่เคยขึ้นไปอยู่ในอันดับท็อปเทนได้แม้แต่ครั้งเดียว พร้อมกับเวียนว่ายอยู่ในครึ่งล่างของตารางจนหล่นมาแช่เป็นทีมบ๊วยในที่สุด ทำให้กุนซือ พอล คลีเมนท์ อยู่ไม่ได้ต้องถูกอัปเปหิออกไป พร้อมแทนที่โดย คาร์ลอส คาบาฮาล เฮดโค้ชชาวโปรตุกีส ซึ่งก็ถือว่าพาทีมเขยิบผลงานขึ้นมาหายใจได้พักนึง

แต่ด้วยผลงาน 7 นัดหลังสุดที่ไม่ชนะใคร ทำให้ “หงส์ขาว” ร่วงกลับลงมาในโซนแดงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามถือว่าแมตช์สุดท้าย สวอนซี เป็นผู้กุมชะตาตัวเองเนื่องจากได้เล่นในรังตัวเองด้วยการรอต้อนรับ สโต๊ค ซิตี้ ที่ตกชั้นไปแล้วในนัดสุดท้าย แต่จะเพียงพอกับโอกาสอยู่รอดอีกปีคงต้องไปวัดกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่เหลือเกมในมืออีกสองนัด และมีแต้มมากกว่าพวกเขาสามคะแนนนั่นเอง

….

และสุดท้าย แม้ว่า เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่ถูกตราหน้าว่า “ตกชั้น” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระผมเองจะขออนุญาตพูดอะไรถึงทีมนี้สักเล็กน้อยนะครับ

 

พรีเมียร์ลีก
Owen Humphreys/PA via AP

 

เวสต์บรอมฯ เริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้อย่างมีชีวิตชีวาผิดหูผิดตา จนดูเหมือนว่าคงไม่ต้องไปหนีตกชั้นเหมือนซีซั่นก่อนๆ แต่ทำไปทำมาอาการเก่าก็กำเริบ ผลงานสาระวันเตี้ยลงจนกลับมาอยู่ในที่ที่คุ้นเคยอีกครั้ง ทำให้ โทนี่ พูลิส อยู่ไม่ได้ถูกปลดออกไปพร้อมแทนที่ด้วย อลัน พาร์ดิว เข้ามาแตะมือแทน แต่กลับกลายเป็นว่าผลงานดันหนักกว่าเก่า ทีมหล่นมารั้งบ๊วยแถมกุนซือรายนี้ก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลอีกต่างหาก สุดท้ายยื้อตำแหน่งไม่ไหวกลายเป็น ดาร์เรน มัวร์ อดีตกองหลังของทีมขึ้นมารับหน้าที่แทน

กลับกลายเป็นว่ากุนซือผู้ไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมมาก่อน กลับเป็นผู้ปั๊มหัวใจให้ทีมฟื้นขึ้นมาอย่างแท้จริง ผลงานระดับชิ้นโบว์แดงก็คงจะหนีไม่พ้น การบุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ตามด้วยไล่เจ๊า ลิเวอร์พูล 2-2 หลังจากตามก่อน 2 ลูก และล่าสุดยิงนาทีสุดท้ายเฉือน สเปอร์ส 1-0 คืออะไรที่เหลือเชื่อสุดๆ

อย่างไรก็ตามนั่นอาจจะเป็นแค่การยื้อเวลาต่อลมหายใจออกไปเฉยๆ เมื่อพวกเค้าไม่ใช่ผู้ถือไพ่กำหนดชะตาตัวเอง เงื่อนไขที่ เวสต์บรอมฯ จะอยู่รอดเริ่มที่ เกมกลางสัปดาห์ต้องลุ้นให้คู่ สวอนซี กับเซาธ์แฮมป์ตัน ผลออกมาเสมอกันเท่านั้น จากนั้นในนัดสุดท้าย เวสต์บรอมต้องบุกไปเอาชนะคริสตัล พาเลซ โดยต้องยิงประตูให้ได้มากที่สุด พร้อมแช่งให้ทั้งสวอนซี และเซาธ์แฮมป์ตัน แพ้ให้กับคู่แข่งทั้ง 2 ทีมด้วยสกอร์ที่มโหฬารที่สุดเท่าที่จะแช่งได้

ด้วยการต้องลุ้นถึง 4 ต่อมันเป็นอะไรที่ “โคตะระยาก” ที่จะเกิดขึ้น แต่หากขุนพล “เดอะ แบ๊กกี้ส์” เกิดทำได้ขึ้นมาจริงๆ คงเป็นการหนีตกชั้นครั้งประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้เป็นอภิมหาตำนานของโลกลูกหนังแน่นอน

แต่ประตูโทนของ กับเบียดินี่ ที่ ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ได้เปลี่ยนทุกอย่างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา และความเสียใจกับแฟนบอล “เดอะ แบ็กกีส์” ไม่มีตำนานการหนีตกชั้นครั้งประวัติศาสตร์สำหรับพวกเขาในซีซั่นนี้

บางที การทำดีเพียงติดๆ กันสองสามครั้ง ก็อาจจะไม่เพียงพอหากนำเทียบกับ “ความสม่ำเสมอ” โดยเฉพาะกับการลงเล่นในลีกที่ว่าลุ้นระทึกที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

นี่แหละครับ บทเรียนสุดโหดที่ “พรีเมียร์ลีก” มอบให้กับคุณ

….

“เต้ BlackPearl”

พรีเมียร์ลีก

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports