ฟุตบอลโลก 2018 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี่แล้ว วันนี้ทางทีมงาน TrueID Sports จึงขอรวบรวม ชุดแข่ง เสื้อแข่ง ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ของทุกทีมทั้ง 32 ชาติ มาให้ได้ยลโฉมกัน และสามารถรับชม ฟุตบอลโลก 2018 แบบสดๆ ได้ทาง TrueID

โดยเสื้อแข่งของแต่ละทีมก็มีผู้สนับสนุนต่างๆ แบรนด์ดังระดับโลกที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อาทิเช่น ไนกี้, อาดิดาส, พูม่า รวมไปถึงแบรนด์อื่นๆ อย่าง อัมโบร, ฮัมเมล, เออร์เรีย, นิว บาลานซ์, UhIsport เป็นต้น

Group A

ทีมชาติรัสเซีย

ชุดทีมเหย้าสำหรับประเทศเจ้าภาพ รัสเซีย ได้รับการรังสรรค์ใหม่ โดยนำแรงบันดาลใจมาจากชุดที่ทีมสหภาพโซเวียต ใส่ลงสนามในกีฬาโอลิมปิก 1988 ที่ทีมได้เหรียญทอง เสื้อบอลเป็นพื้นสีแดงตัดกับแถบสีขาวทึบพาดจากหลัง ผ่านช่วงแขนมายังหน้าอก ให้ลุคที่ดูโมเดิร์น ตราบริเวณคอเสื้อด้านหลังประกอบด้วย ธงชาติรัสเซีย รูปเหยี่ยว พร้อมประโยคภาษารัสเซียน Вместе К Победе” แปลว่า รวมเป็นหนึ่งเพื่อชัยชนะ

และชุดเยือนจะเป็นสีขาวที่มีลายกราฟฟิคสี่เหลี่ยมสีเทาโดยอาดิดาสอธิบายว่า “บ่งบอกถึงมุมมองแอ็บสแตรคของสถาปัตยกรรมรัสเซีย และเคารพต่อแลนด์มาร์กด้านสภาปัตยกรรมรวมถึงเมืองอุตสาหกรรมของประเทศ”

ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

หนึ่งตัวแทนจากทวีปเอเชีย ชุดที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไนกี้ ส่งเข้าประกวด โดยใช้เหย้าจะเป็นสีขาว และชุดเยือนจะเป็นสีเขียว

ทีมชาติอียิปต์

อียิปต์ ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ของ อาดิดาส อยู่ โดยชุดเหย้าจะเป็นสีแดง และชุดเยือนจะเป็นสีขาว

ทีมชาติอุรุกวัย

ทีมจากทวีปอเมริกาใต้ ใช้ชุดแข่งจากแบรนด์พูม่า โดยชุดเหย้าจะเป็นสีฟ้า และชุดเยือนจะเป็นสีขาว

Group B

ทีมชาติโปรตุเกส

ชุดเหย้าสำหรับการแข่งขันของทีมชาติโปรตุเกส มีความเป็นโปรตุเกสที่ดูหรูหราและคลาสสิก มีการใช้เม็ดสีทองประกอบเพื่อสื่อถึงเกียรติยศที่ทีมชาติโปรตุเกสได้รับเมื่อ 2 ปีก่อน

สำหรับชุดแข่งเยือนของทีมชาติโปรตุเกส มีลวดลายสี Kinetic green ที่ไนกี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายของเข็มทิศปรากฏอยู่ด้านหน้าของเสื้อแข่งเยือนที่เป็นสีขาว ลายนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการค้นหาดาวรุ่งของทีมชาติโปรตุเกส โดยใช้ประวัติศาสตร์ด้านการเดินเรือของชาวโปรตุเกสเป็นสื่อ เสื้อแข่งของทีมชาติโปรตุเกสทุกตัวในปี 2018 ไนกี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุด ฟาสต์ ฟิต เวเปอร์นิต (Fast Fit Vaporknit) ที่ช่วยให้เสื้อดูสวยงามและช่วยให้นักฟุตบอลเคลื่อนที่ในสนามได้ดียิ่งขึ้น

ทีมชาติสเปน

ชุดทีมเหย้าประเทศสเปน กับภาพสะท้อนของหนึ่งในเสื้อฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศ ที่ได้รับการสวมใส่ลงแข่งในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เสื้อทีมเหย้าของประเทศสเปน ประกอบด้วยลายกราฟิกอันทรงพลังราวกับเพชร สีแดงตัดกับสีเหลืองและสีน้ำเงิน ลวดลายที่คล้ายคลึงกับเหลี่ยมเพชรวางซ้อนกันหลายเม็ดหลากสี สื่อถึงพลังที่รวดเร็วและสไตล์ของฟุตบอลที่มีความสัมพันธ์กับฟุตบอลทีมชาติสเปน ขณะที่ชุดเยือนของสเปนนั้นย้อนยุคไปปี 1980 ใช้สีเเดงขาวเป็นลายทาง

ทีมชาติโมร็อคโค

เริ่มใช้เสื้อของ อาดิดาส จากปี 2012 จนถึงปัจจุบัน เสื้อเหย้าเป็นสีแดงและแถบสีเขียวที่ไหล่ตามแบบธงชาติ ส่วนเสื้อเยือนเป็นสีขาวตรงไหล่เป็นแถบสีแดงพร้อมเส้นตัดบริเวณลำคอ

ทีมชาติอิหร่าน

อิหร่าน ยังคงใช้แบรนด์อาดิดาส เสื้อเหย้าเป็นพื้นสีขาว ตัดกับแถบสีแดง

Group C

ทีมชาติฝรั่งเศส

เสื้อเหย้ามากับโทนสีประจำ คือ สีน้ำเงิน แต่มีการเล่นเฉด โดยตรงลำตัวเป็นสีน้ำเงินออกกรมท่า, ส่วนบ่า-ไหล่-แขน เป็นสีน้ำเงินไล่เฉดซิกแซกกับสีฟ้า ความพิเศษที่ถูกใส่ลงมา ก็จะมีแถบสีธงชาติฝรั่งเศสบริเวณด้านนอก และด้านใน (คอเสื้อ) ซึ่งก็มีการปั๊มประโยคสำคัญไว้ด้วยว่า “Nos differences nous unissent” (Our differences unite us) หรือความแตกต่างรวมกันเป็นเรา ส่วนตราของทีมชาติและโลโก้ของไนกี้นั้นจะเป็นสีขาวทั้งหมด

เสื้อเยือน จะเป็นโทนสีขาว และมีเหมือนรอยสีเล็กๆ ทั้งสีแดง และสีน้ำเงินประปราย ส่วนตราทีมชาติ และโลโก้ของไนกี้ จะเป็นสีน้ำเงิน

ทีมชาติออสเตรเลีย

ตัวแทนจากเอเชียอีกหนึ่งทีม ที่มากับแบรนด์ดังไนกี้ เสื้อเหย้าใช้เป็นสีเหลืองตัดกับเขียว เป็นสีประจำของออสเตรเลีย บริเวณไหล่มีสลักลวดลายเป็นเส้นๆ สีเขียวตัดกันไป ส่วนเสื้อทีมเยือนใช้เป็นสีเขียวเข้ม โดยมีเส้นตัด 2 เส้นจากอกซ้ายลงไปที่ชายเสื้อด้านล่างขวา

ทีมชาติเปรู

เปรู ใช้แบรนด์จาก อัมโบร โดยเสื้อเหย้าจะเป็นสีขาว มีแถบสีแดงตัดเฉียงลงไป ส่วนเสื้อเยือนจะสลับโดยใช้ สีแดงเป็นพื้น และมีแถบสีขาวตัดเฉียงลงไป เหมือนกับเสื้อเหย้า

ทีมชาติเดนมาร์ก

ยังคงยึดมั่นกับแบรนด์เก่าแก่อย่าง ฮัมเมล อย่างเหนียวแน่น เสื้อเหย้า มาในเสื้อสีแดงสองแถบขาว ส่วนเสื้อเยือนมาในสีขาวแถบสีแดงสลับกันไป

Group D

ทีมชาติอาร์เจนติน่า

ชุดทีมเหย้าของอาร์เจนติน่า คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปี ของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่า โดยนำช่อดอกลอเรลส์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของตราแผ่นดินประเทศอาร์เจนติน่า มาออกแบบร่วมกับส่วนยอดของตราสมาคมฯ บนพื้นเสื้อสีฟ้า อันเป็นเอกลักษณ์ของทีม และแถบสีขาว ช่อดอกลอเรลส์ใช้การปักแบบพิกเซล อ็อปติกอันทันสมัย เพื่อให้รูปแบบที่ดูร่วมสมัย เช่นเดียวกับหมายเลข 125 ดาวสีทอง 2 ดวงเหนือตราของเสื้อ อันสื่อถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยของทีม

ชุดเยือนของอาร์เจนติน่า ใช้สีดำเป็นหนแรก เป็นชุดมาดเข้มมาพร้อมกับสามแถบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงลวดลายสีฟ้าขาวเหมือนธงชาติใกล้ๆกับแถวรักแร้

ทีมชาติไอซ์แลนด์

ชุดแข่งขันในครั้งนี้ ไอซ์แลนด์ ใช้แบรนด์เออร์เรีย โดยเสื้อเหย้าเป็นสีน้ำเงิน ไล่สีแถบสีแดงขาวบริเวณไหล่ ส่วนเสือเยือนใช้สีขาว ไล่สีแถบน้ำเงินแดงบริเวณไหล่

ทีมชาติโครเอเชีย

ชุดแข่งของโครเอเชีย มาในแบรนด์ของไนกี้ โดยยังคงรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เดิมคือตารางหมากรุก เสื้อเหย้าใช้เป็นสีแดงขาวเป็นลายตาราง ส่วนเสื้อเยือนใช้เป็นสีกรมท่ากับสีฟ้าเป็นลายตารางหมากรุกเช่นกัน

ทีมชาติไนจีเรีย

“อินทรีมรกต”และไนกี้ ร่วมกันเปิดตัวชุดแข่งสำหรับศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้ทั้งเหย้าและเยือนมาในโทนสีเขียวพร้อมลวดลายสุดพิเศษ ดีไซน์ครั้งนี้ต้องการระลึกถึงชุดแข่งที่ ไนจีเรีย ใส่ในเวิลด์ คัพ 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายสมัยแรกของพวกเขา

คอนเซปต์ของชุดนี้คือ Naija สื่อถึงการมองอนาคตในแง่บวกและกระตุ้นคนไนจีเรียนรุ่นใหม่ให้รักในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ

Group E

ทีมชาติบราซิล

สำหรับลักษณะชุดเหย้าทีมชาติบราซิลนั้น ออกแบบให้เป็นสีเหลืองทองคลับคล้ายคลับคลาชุดทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก 1970 ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งคราวนั้นทัพ “แซมบ้า” ผงาดคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ด้วย

ส่วนชุดเยือนของบราซิลเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากทีมชาติชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน อันเป็นแชมป์โลกครั้งแรกของประเทศ โดยคราวนั้นนัดชิงชนะเลิศ “แซมบ้า” สวมชุดน้ำเงินลงสนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนชนะเจ้าภาพสวีเดนไป 5-2

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ มาในแบรนด์พูม่า โดยใช้เสื้อเหย้าสีแดง และเสื้อเยือนเป็นสีขาว พร้อมกับมีโลโก้ซึ่งเป็นรูปธง

ทีมชาติคอสตาริกา

คอสตาริกา มากับแบรนด์ดังอย่าง นิว บาลานซ์ โดยเสื้อเหย้าจะเป็นสีแดง ตัดกับคอเสื้อสีขาว ส่วนเสื้อเยือนเป็นสีขาวมีแถบสีดำบริเวณไหล่

ทีมชาติเซอร์เบีย

เซอร์เบีย เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ของ พูม่า โดยเสื้อเหย้าจะเป็นสีแดง มีแถบสีขาวบริเวณไหล่ทั้งสองข้าง ส่วนเสื้อเยือนจะเป็นสีขาว แถบคอและไหล่สีแดง ที่เน้นเรียบหรู

Group F

ทีมชาติเยอรมัน

ชุดทีมเหย้าแบบใหม่ของทีมแชมป์โลกครั้งล่าสุดอย่างทีมชาติเยอรมัน ในครั้งนี้ อาดิดาส ได้หยิบเสื้อรุ่นปี 1990 ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่โด่งดังมากที่สุดของประเทศ มาตีความใหม่ตามยุคสมัย ยังคงดีไซน์คลาสสิกพร้อมคุณสมบัติเนื้อผ้าที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น มีลายพิมพ์ตัดพาดไหล่ คอเสื้อเย็บติดกันด้วยผ้าสองส่วนพร้อมพิมพ์คำว่า “Die Mannschaft” บริเวณใต้คอเสื้อด้านหลัง ตราสัญลักษณ์แชมป์โลกสีทอง อยู่กลางหน้าอกด้านหน้าของเสื้อ และตราที่เป็นเอกลักษณ์บริเวณคอเสื้อข้างใน ยังสื่อถึงความสัมพันธ์ของเสื้อรุ่นปี 1990 และรุ่นล่าสุด

ชุดเยือน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดสีเขียวที่เคยใช้ลงเล่นในเวิลด์คัพ 1990 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งชนะจุดโทษอังกฤษ ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้ในบั้นปลาย

ทีมชาติเม็กซิโก

เสื้อทีมเหย้าของทีมชาติเม็กซิโก สื่อให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างลุคในสนามและสตรีท ตอบโจทย์สาวก El Tri วงร็อกชื่อดังของประเทศสเปน โดยมีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดในปี 1990 ตอนต้น เสื้อรุ่นนี้มาในพื้นสีเขียว มีลายพิมพ์สีเขียวอ่อนแล่นผ่านจากช่วงข้างลำตัวด้านล่าง ขึ้นมายังบริเวณหน้าอก บริเวณคอเสื้อพิมพ์คำว่า “Soy Mexico” ที่จะทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ

ส่วนเสื้อเยือนเป็นสีขาวในคราวนี้และจะแถบสีเขียวกับสีแดงสอบแถบใหญ่ๆพาดผ่านตัวเสื้อ โดยที่ตรงคอเสื้อจะมีคำว่า”Soy Mexico”ที่แปลว่า”ข้าคือเม็กซิโก”ปรากฏอยู่

ทีมชาติสวีเดน

สวีเดน มาในแบรนด์ อาดิดาส โดยเสื้อเหย้าเป็นสีเหลือสดใส ตัดด้วยแถบสีน้ำเงินที่เรียบๆ แต่ดูดี พร้อมด้วยการใส่เทคโนโลยี ‘Mystery Ing’ ของ อาดิดาส ลงไปเพิ่มลูกเล่นบนเสื้อ ส่วนเสื้อเยือนเป็นสีน้ำเงินตัดกับสีเหลือง ทำให้ตัวเสื้อดูโดดเด่นขึ้น

ทีมชาติเกาหลีใต้

อีกหนึ่งทีมจากทวีปเอเชีย ยังคงไว้วางใจในแบรนด์ไนกี้ โดยสีเหย้าของเกาหลีใต้เป็นสีแดงล้วนและมีตราไนกี้สีขาว บวกกับโลโก้ทีมชาติ ดูแล้วหรูเรียบ ตามสไตล์ของไนกี้ ส่วนสีเยือนพื้นเป็นสีขาว และมีการไล่ขีดเล็กๆ อยู่บริเวณกลางเสื้อสีน้ำเงิน แดง สลับๆ กันไป

Group G

ทีมชาติเบลเยี่ยม

เสื้อเหย้าสีแดงเข้ม (solid red) และมีกราฟฟิกดีไซน์รูปเพชรคาดกลางหน้าอกของเสื้อฟุตบอล ตรงกลางเป็นตราทีมชาติเบลเยี่ยม(เปลี่ยนจากเดิมที่ปกติ ตราทีมมักจะอยู่ตำแหน่งฝั่งซ้าย) ข้างลำตัวมีแถบสามเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของยี่ห้อ อาดิดาส ลากยาวตั้งแต่ใต้แขนเสื้อจนถึงชายเสื้อ ส่วนกางเกงและถุงเท้าเป็นสีแดงเช่นเดียวกับตัวเสื้อบอล

เสื้อเยือนของเบลเยี่ยม นำเสนอและดีไซน์ออกมาในสีเหลือง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีที่แสดงถึงธงชาติเบลเยี่ยม แต่ที่น่าแปลกใจคือบริเวณแถบสามเส้นของ อาดิดาส ปกติจะใช้สีเดียวกันทั้งหมด แต่ตัวนี้ มีทั้งสีแดงและดำ สลับกันครับ ส่วนกางเกงเป็นสีดำ ถุงเท้าใช้สีเหลือง

ทีมชาติปานามา

ปานามา ทีมน้องใหม่แห่งศึกฟุตบอลโลก 2018 มากับผลิตภัณฑ์ นิว บาลานซ์ เสื้อเหย้าใช้พื้นสีแดงและมีลวดลายเป็นรูปทรงสีเหลี่ยมเล็กๆ อยู่บริเวณโลโก้ สำหรับเสื้อเยือน ใช้พื้นสีขาวมีแถบสีน้ำเงินบริเวณไหล่ และมีลวดลายเป็นรูปตัววีเล็กๆ เป็นสีน้ำเงิน

ทีมชาติตูนิเซีย

ตูนิเซีย เลือกใช้แบรนด์ UhIsport บริษัทจากเยอรมัน ในส่วนของเสื้อเหย้าใช้เสื้อสีขาว มาใส่ความแข็งแกร่งด้วยคอเสื้อ ลายด้านหน้า และโลโก้ทีมสีแดง สำหรับเสื้อเยือน เป็นการสลับกันโดยใช้เสื้อสีแดง และตัดแถบด้วยสีขาว

ทีมชาติอังกฤษ

เสื้อเหย้าของขุนพล “ทรีไลออนส์” ยังเลือกใช้สีขาวเป็นสีหลัก ตรงคอเสื้อเน้นสีแดงเล็กน้อย กางเกงจะเป็นสีกรมท่า ส่วนหมายเลขจะเป็นสีแดง เช่นเดียวกับคอเสื้อ ด้านตราสิงโตสามตัว ยังมีการติดดาวเอาไว้ด้วย บ่งบอกถึงการเป็นแชมป์โลกในปี 1966

เสื้อเยือนของ”สิงโตคำราม”จะใช้สีแดงแบบเดียวกับที่เคยใส่ลงสนามเมื่อ 52 ปีก่อน แต่จะมีลวดลายธงชาติแผงเอาไว้ตรงหน้าอก ส่วนกางเกงเลือกใช้สีขาว

Group H

ทีมชาติโปแลนด์

สำหรับ โปแลนด์ ยังคงจับมือแน่นกับ ไนกี้ โดยเสื้อเหย้าของทีมใช้พื้นสีขาว โดยมีแถบสีเทาไหล่ลงไป และมีตัดสีแดงที่บริเวณคอเสื้อ สำหรับเสื้อเยือนเป็นพื้นสีแดง ใช้สีทองเป็นสีมาตัดบริเวณคอเสื้อ รวมไปถึงชื่อ และเบอร์นักเตะ

ทีมชาติเซเนกัล

เสื้อแข่งจาก พูม่า ที่ได้รับการออกแบบจากแบรนด์ Romai เสื้อเหย้า โดดเด่นด้วยลายน้ำรูปสิงห์แห่งเตแรงก้าที่บนหน้าอกเสื้อสีขาว พร้อมแถบสีเขียวที่คอไล่มาจนถึงขอบแขนเสื้อ ในส่วนของเสื้อเยือน จะสลับกัน โดยจะเป็นพื้นสีเขียว พร้อมแถบสีขาวที่คอไล่มาจนถึงขอบแขนเสื้อ

ทีมชาติโคลอมเบีย

เสื้อเหย้าของประเทศโคลอมเบียใช้สีเหลือง กับผลงานสุดร่วมสมัยผสานความโดดเด่นจากเสื้อแข่งฟุตบอลโลกของทีมในปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี มาในลายกราฟิกสีน้ำเงินและสีแดง ซึ่งเป็นสีของธงชาติโคลอมเบีย ที่ผ่านการตีความใหม่ โดยใช้งานออกแบบในช่วงปี 1990 เป็นแบบ พร้อมลายปักคำขวัญของทีมอย่าง “UNIDOS POR UN PAIS” หรือ United as one Nation ที่บริเวณส่วนหลังของคอเสื้อ

เสื้อเยือนมาในสีน้ำเงิน โดยมีแถบสีส้มตัดทำให้ตัวเสื้อดูโดดเด่นขึ้น

ทีมชาติญี่ปุ่น

เสื้อแข่งทีมเหย้าของญี่ปุ่น ได้แรงบันดาลใจมาจากงานดีไซน์หัตถกรรมเสื้อผ้าของประเทศญี่ปุ่น ลวดลายบนเสื้อเป็นการนำรูปแบบการเย็บด้วยมือของชาวญี่ปุ่นสมัยโบราณ มาใช้ด้วยด้ายย้อมสี ชุดแข่งใหม่ของทีมชาติญี่ปุ่น ใช้สีน้ำเงินเฉดใหม่ร่วมกับสีแดงและสีขาว ซึ่งเป็นสีของธงชาติ ตราสัญลักษณ์บริเวณหลังคอนั้น สื่อให้เห็นถึงช่วงเวลาอันสำคัญในประวัติศาสตร์ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น

เสื้อเยือน ญี่ปุ่นมาในเนื้อผ้าสีขาวสลับกับเฉดสีเทา ดูเรียบหรู โดยเนื้อผ้ามีลักษณะนุ่ม เหมาะสมแก่การระบายความร้อน

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports