พี่หมอเอก : มีข่าวหนึ่งในแวดวงกีฬาอาชีพบ้านเราซึ่งผมเห็นว่าเป็นข่าวใหญ่ที่น่าสนใจแต่กลับไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันเท่าไหร่คือข่าวการประกาศยุบทีม ยุติการทำทีมของสโมสรวอลเลย์บอลยักษ์ใหญ่ของวอลเลย์บอลลีกเมืองไทย คือ บีจีวีซี สโมสรแนวหน้าระดับแชมป์วอลเลย์บอลลีกไทย และเคยเป็นถึงแชมป์สโมสรเอเชียมาแล้วครับ

 

ไทยลีก

 

เหตุผลที่ทำให้ทางสโมสรพิจารณาตัดสินใจยุบทีมนั้นได้มีการแถลงการออกมาแบบตรงไปตรงมาจากสโมสรว่า มองไม่เห็นอนาคตของลีกวอลเลย์บอลอาชีพ ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน รวมทั้งเมื่อมองในแง่ธุรกิจแล้วสโมสรเห็นว่าไม่คุ้มกับการลงทุนเนื่องจากนักกีฬาทีมชาตินั้นจะได้มีเวลากับทีมเพียงประมาณ 3 เดือนเท่านั้นเพราะต้องถูกเรียกตัวเข้าฝึกซ้อมกับทีมชาติเป็นระยะๆ แต่สโมสรจำเป็นต้องเซ็นสัญญาจ่ายค่าจ้างเป็นเงินเดือนตลอดทั้งปี

เมื่อพิจารณาจากเหตุผลหลายๆ ประเด็นแล้ว ทาง บีจีวีซี จึงประกาศยุบสโมสรไปในที่สุด

ลีกอาชีพของวอลเลย์บอลในบ้านเรามีการพยายามปรับปรุงระบบให้มีความเป็นอาชีพมากขึ้นหลังจากความสำเร็จอย่างมหัศจรรย์ของไทยลีกที่บูมสุดๆ เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ด้วยการสนับสนุนอัดฉีดเงินเข้ามาให้อย่างเต็มที่จากการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ปรับบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนหลักของกีฬาอาชีพต่างๆ

น่าเสียดายที่มีเพียง “ฟุตบอลอาชีพ” เพียงอย่างเดียวที่ดูจะพอถูไถเอาตัวรอดไปได้ แต่ที่ยังอยู่รอดมาได้นั้นก็เพราะยังมีเจ้าของทีมเงินหนา สปอนเซอร์กระเป๋าหนักเข้ามาโอบอุ้มแต่ละสโมสร เพราะถ้าหากวัดกันที่แง่ของธุรกิจแล้วเกือบทุกทีมน่าจะมีปัญหาเดียวกันคือแทบไม่เห็นอนาคตในแง่ธุรกิจเลย

ปัญหาของลีกอาชีพทั้งฟุตบอล และวอลเลย์บอลน่าจะมีปัญหาเดียวกันคือ ปัญหาด้านการจัดการของลีก

ปัญหาใหญ่ ปัญหาแรกของลีกอาชีพในบ้านเรา คือ ผู้จัดการแข่งขันลีกอาชีพนี้ถึงแม้จะมีการจดทะเบียนเป็นบริษัทแยกออกมาจากสมาคมกีฬาแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังบริหารจัดการภายใต้สมาคมกีฬาอยู่ดี  ทำให้บริษัทที่ตั้งขึ้นมาดำเนินการแข่งขันลีกอาชีพนั้นไม่มีบทบาทที่แท้จริง ส่งผลให้บริษัทนี้ไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะต้องหารายได้ และมีกำไรจากการจัดการแข่งขันลีก

สิ่งที่บริษัทนี้ไม่เคยทำให้เห็นเป็นผลงานเลยคือ การทำการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของลีกไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลหรือวอลเลย์บอล มีเพียงให้แต่ละสโมสรทำการตลาดในระดับสโมสรกันเอง

อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ บีจีวีซี ตัดสินใจยุบทีม และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟุตบอลไทยลีกเสื่อมความนิยมลง ยอดคนดูในสนามหดหายตั้งแต่ในสองฤดูกาลที่แล้ว คือ การจัดโปรแกรมของลีกกับทีมชาติ

ในฟุตบอลนั้นค่อนข้างชัดเจนที่มีตารางของทีมชาติที่กำหนดโดยฟีฟ่าเรียกว่า ฟีฟ่าเดย์ เป็นวันที่กำหนดให้ทีมชาติลงทำการแข่งขันในรายการต่างๆ และการอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ ซึ่งในวันนี้ฟุตบอลลีกต่างๆ ทั่วโลกก็มักจะกำหนดให้มีการหยุดพักการแข่งขันฟุตบอลลีกเพื่อให้สโมสรต่างๆ สามารถส่งนักเตะของตนกลับไปเล่นในนามทีมชาติได้

ผมไม่แน่ใจว่าในวอลเลย์บอลมีการกำหนดในลักษณะนี้หรือไม่ เพราะหากสโมสรต้องออกเงินเดือนค่าจ้างให้กับนักกีฬาก็คงจะอยากให้นักกีฬาได้มีเวลากับทีมอย่างเต็มที่ไม่ใช่ว่าจ่ายเงินเต็มเพื่อได้นักกีฬามาอยู่กับสโมสรแบบพาร์ทไทม์เท่านั้น

….

…..

ในฐานะที่ผมมีประสบการณ์ทั้งในทีมชาติและกับสโมสร มีคำถามว่าผมมีความเห็นอย่างไรกับการที่ฟุตบอลไทยมีการหยุดพักลีกเพื่อเปิดทางให้ทีมชาติในทัวร์นาเม้นต์ที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในฟีฟ่าเดย์อย่างเช่น เอเชี่ยนเกมส์ ที่ล่าสุดมีประกาศให้ฟุตบอลลีกระดับ T1 และ T2 หยุดแข่งประมาณหนึ่งเดือนในช่วงการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ แล้วเลื่อนโปรแกรมมาอัดแน่นในช่วงเดือนกันยายนแทน

ถ้าหากได้ติดตามการแข่งขันฟุตบอลลีกชั้นนำในต่างประเทศ จะเห็นว่าลีกอาชีพที่เขาพัฒนาแล้วจะไม่ค่อยจะเลื่อนโปรแกรมมากนัก เพราะการเลื่อนโปรแกรมแต่ละนัดจะส่งผลต่อทั้งตารางการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก การเดินทางของแฟนบอลที่บางคนต้องเดินทางจากต่างประเทศเพื่อเข้าไปชมทีมรักในสนาม แม้กระทั่งแฟนบอลทีมเยือนที่ต้องจัดตารางเวลาเดินทางตามไปเชียร์ทีมที่รัก

การเลื่อนตารางการแข่งขันแม้แต่นัดเดียวก็ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง  หากถามทางบริษัทไทยลีกว่าอยากจะเลื่อนการแข่งขันหรือไม่ ก็คงไม่อยากจะเลื่อนให้ยุ่งยากหรอกครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าบริษัทไทยลีก และสมาคมฟุตบอลฯ พลาด !!!  ก็คือในตอนจัดโปรแกรมก่อนเริ่มฤดูกาล พวกเขาคาดการณ์ผิดในเรื่องที่ไม่คิดว่าฤดูกาลนี้นักฟุตบอลวัยรุ่นอายุน้อยๆ จากทีมชาติชุด U23 และ U21 จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในสโมสรต่างๆ มากมายแบบนี้ จึงไม่ได้จัดโปรแกรมให้มีการหยุดลีกในช่วงเอเชี่ยนเกมส์ เพราะหากน้องๆ นักฟุตบอลรุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวหลักของสโมสรต่างๆ ก็คงไม่มีผลอะไรกับสโมสรหากน้องๆ นักฟุตบอลเหล่านี้จะไปเล่นเอเชี่ยนเกมส์

แต่นี่พอน้องๆเหล่านี้กลายเป็นตัวหลักของสโมสรไปแล้ว หากสโมสรปล่อยตัวให้ไปเล่นกับทีมชาติในช่วงเอเชียนเกมส์ก็อาจส่งผลต่อผลงานของสโมสรได้ และจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ถ้าหากได้รับบาดเจ็บกลับมาจากทีมชาติอีก

นี่คือประสบการณ์ที่เราได้จากการจัดการลีกที่ยังถือว่ายังไม่เข้าที่เข้าทาง และหวังว่าในโอกาสข้างหน้าจะไม่เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกในฤดูกาลต่อๆ ไป

พอพูดถึงเรื่องของโปรแกรมการแข่งขันแล้วก็จะขอนำมาโยงเข้ากับประเด็นทางการแพทย์สักเล็กน้อย คือ การจัดโปรแกรมเตะแบบถี่ยิบ ปลายสัปดาห์ กลางสัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเดือนๆ แบบในฤดูกาล หรือสองฤดูกาลที่แล้ว เพราะการเตะแบบถี่ยิบแบบนั้นส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้มากขึ้นเพราะร่างกายไม่มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง รวมทั้งร่างกายไม่มีเวลาสะสมพลังงานให้กลับคืนมาเต็ม 100% ส่งผลให้นักฟุตบอลเล่นได้ไม่เต็มที่ เพราะร่างกายจะต้องใช้เวลาถึง 72 ชั่วโมงหลังการแข่งขันในการสะสมพลังงานให้กลับมาเต็มที่พร้อมแข่งอีกครั้ง

แถมหากต้องมาลงเตะกันถี่ยิบในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกชุกด้วยแล้วยิ่งซ้ำเติมไปกันใหญ่ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้นแต่มีพลังงานให้ใช้ไม่พอ เกมการแข่งขันจึงไม่สนุกเร้าใจ เมื่อบอลไม่สนุกแถมต้องเปียก เดินทางลำบาก แฟนบอลจึงเข้าสนามน้อยลงๆ

ถ้าหากลองคิดแบบบูรณาการให้แก้ปัญหาการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพของเรา

ให้ฟุตบอลมีการปิดฤดูกาลช่วงฤดูฝนและมีจำนวนทีมในลีกสูงสุดที่เหมาะสมเพียง 12-16 ทีมเพื่อความเข้มข้นในการแข่งขันรวมทั้งง่ายต่อการจัดการ และการจัดโปรแกรมต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีแล้ว ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

ในระหว่างที่ฟุตบอลปิดฤดูกาลก็จะเป็นเวลาของวอลเลย์บอล, บาสเกตบอล จะเปิดฤดูกาล โดยอาจจะให้มีการเปิดปิดฤดูกาลของวอลเลย์บอล และบาสเกตบอลเหลื่อมๆกัน ก็เหมือนๆกับที่ในสหรัฐอเมริกาที่ บาสเกตบอลเอ็นบีเอ, อเมริกันฟุตบอล และเบสบอลจะมีเวลาของฤดูกาลที่เหลื่อมๆ กัน ไม่ตรงกัน ทำให้การแข่งขันของกีฬาแต่ละชนิดได้รับความสนใจมากขึ้น มีผู้ติดตามมากขึ้น

….

…..

ถ้าอยากจะให้กีฬาอาชีพของไทยได้รับการพัฒนาไปไกลกว่าทุกวันนี้ เราอาจจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ และบูรณาการกีฬาต่างๆ อย่างเข้าใจ เพราะนอกจากฟุตบอล วอลเลย์บอลแล้ว เรายังมีกีฬาอื่นๆ อีกหลายชนิดที่น่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง

ผมมีความเชื่อว่ากีฬา และการศึกษาสามารถสร้างชาติเราให้เจริญขึ้นได้ครับ

….

“พี่หมอเอก”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports