จอน : ประกาศรายชื่อกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย ชาวเซอร์เบีย ที่ตัดสินใจเรียก 26 นักเตะเข้าแคมป์ผนึกกำลังช่วย ทีมชาติไทย เกมนัดอุ่นเครื่องระดับ “เอ” แมตช์ กับ ทีมชาติจีน ในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

 

ทีมชาติไทย

 

จากรายชื่อนั้น ก็มีตัวหลักจากลีกต่างประเทศอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (โอเอช ลูเวิน), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร) และธีรศิลป์ แดงดา (ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า) โดยที่ ธีราทร บุญมาทัน ไม่มีรายชื่อ เนื่องจาก วิสเซล โกเบ สโมสรต้นสังกัดต้องการเก็บตัวไว้ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีนักเตะจากในไทยลีกอีกหลายคนที่พาเหรดติดทีมเข้ามา โดยเฉพาะดาวซัลโวของแข้งไทยในศึกไทยลีก 2018 อย่าง สุมัญญา ปุริสาย ที่กลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง รวมถึง สารัช อยู่เย็น กับ ชาริล ชัปปุยส์ จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ได้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งเช่นกัน

ทั้งนี้ หากแยกเป็นสโมสรแล้ว ทีมชาติไทยชุดนี้ มาจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มากที่สุดถึง 6 คน รองลงมาคือทีมจ่าฝูงอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำนวน 5 คน และการท่าเรือ เอฟซี กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมละ 3 คน

ภายหลังการเปิดเผยรายชื่อนั้น ก็มีเสียงวิจารณ์มากมายในโลกโซเชี่ยล เพราะยังมีนักเตะอีกหลายคนที่ถูกมองว่ามีฟอร์มที่ดีในไทยลีก ซึ่งน่าจะได้รับโอกาสหรือถูกทดลองกับระบบในเกมอุ่นเครื่องแมตช์นี้

หากจัดขึ้นมาเป็นทีม จะมีใครบ้าง ไปติดตามกันได้เลย…

….

…..

ผู้รักษาประตู
ขวัญชัย สุขล้อม (พีที ประจวบ เอฟซี)

 

ขวัญชัย สุขล้อม

 

อันที่จริง ตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ถูกเรียกมานั้น ก็เหมาะสมทุกประการทั้ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (โอเอช ลูเวิน), ฉัตรชัย บุตรพรม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) และศิวรักษ์ เทศสูงเนิน จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทว่าเกมอุ่นเครื่องเพียงแมตช์เดียว ก็ทำให้อยากเปิดโอกาสสำหรับ ขวัญชัย สุขล้อม ที่เซฟเป็นพัลวัน พา ประจวบ รั้งท็อปโฟร์ของลีกในขณะนี้ มาร่วมซ้อมกับทีมชาติไทย ในฐานะมือสาม เพื่อเป็นการสั่งสมประสบการณ์สำหรับอนาคต โดยเฉพาะทัวร์นาเม้นต์ เอเชี่ยนเกมส์ ที่เจ้าตัวมีโอกาสติดทีมชาติไทย

….

แบ็กซ้าย
สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

แบ็กซ้ายธรรมชาติของทีมชาติไทย ในชุดนี้ ถูกเรียกมาถึง 3 ราย ทั้ง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), เควิน ดีรมรัมย์ (การท่าเรือ เอฟซี) และกรกช วิริยะอุดมศิริ จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โดยทั้งหมดถือว่า มีดีกรี และมีประสบการณ์ที่มากพอสมควรในการแทนที่ตำแหน่งของ ธีราทร บุญมาทัน ที่ วิสเซล โกเบ ไม่ส่งตัวกลับ แต่หากจะให้แนะนำแบ็กซ้ายไทย ที่ฟอร์มดีอีกคนก็ต้องเป็น “เจ้าเทค” สุริยา สิงห์มุ้ย จาก “กว่างโซ้งมหาภัย” ที่ปีนี้ ถูกดันเข้าไปเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ ในระบบ 3-5-2 ด้วย

….

แบ็กขวา
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)

น่าสนใจเหลือเกินสำหรับตำแหน่งแบ็กขวาทีมชาติไทย ในชุดนี้ ซึ่งมีเพียง ฟิลิป โรลเลอร์ เท่านั้น ที่เป็นแบ็กขวาธรรมชาติ โดยมี อดิศร พรหมรักษ์, มงคล ทศไกร และ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่สามารถเล่นได้ แต่ก็ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติของพวกเขา

และเมื่อหันไปเช็คฟอร์มนักเตะในไทยลีกตอนนี้ หากไม่นับ ทริสตอง โด ที่ดูเหมือนจะมีช่องว่างกับทีมชาติไทยไปซะแล้วในยุคของ ราเยวัช ก็มีแบ็กขวาธรรมชาติที่โดดเด่นขึ้นมาหลายคน โดยเฉพาะ นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่คงเส้นคงวาเหลือเกินกับ การท่าเรือ เอฟซี โดยได้ลงตัวจริงทุกเกม ไม่เจ็บ ไม่แบน ตั้งแต่เปิดซีซั่นด้วย

นอกจาก นิติพงษ์ แล้ว ยังมีตัวเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจทั้ง จักรพัน ไพรสุวรรณ แบ็กขวาจอมแอสซิสต์ของ พัทยา ยูไนเต็ด, สันติภาพ จันทร์หง่อม ที่โดดเด่นกับ โปลิศ เทโร เอฟซี นับตั้งแต่ที่ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค คุมทีมเต็มตัว, ซีเกต หมาดปูเต๊ะ ที่เกิดใหม่ในร่างเดิมกับ ประจวบ เอฟซี รวมถึง นพนนท์ คชพลายุกต์ จากชลบุรี เอฟซี และปิยพล ผานิชกุล จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วย

….

…..

เซนเตอร์ฮาล์ฟ
ประวีณวัช บุญยงค์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
สุพรรณ ทองสงค์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

 

 

สำหรับเซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติไทย ในชุดนี้ ก็มีสองตัวหลักอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว โดยมีตัวซัพพอร์ตชั้นดีอย่าง มานูเอล ทอม เบียห์ร จาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ อดิศร พรหมรักษ์ เองก็เล่นได้ ทว่า “เจ้าเก่ง” อดิศร ก็เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บ และมีโอกาสถูกโยกไปเล่นแบ็คขวา ทำให้น่าจะมีช่องว่างเหลือสำหรับกองหลังตัวกลางที่ฟอร์มดีในลีกอย่าง ประวีณวัช หรือ สุพรรณ ทองสงค์ ซึ่งทั้งคู่เป็นตัวหลักจากสองทีมที่มีเกมรับดีที่สุด และเสียประตูน้อยสุดในไทยลีก ณ ขณะนี้ ที่จำนวน 12 ประตู จาก 15 เกม

….

…..

มิดฟิลด์ 3 คน
แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
นฤพน พุฒซ้อน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
วันเฉลิม ยิ่งยง (พีที ประจวบ เอฟซี)

 

 

มิดฟิลด์ตัวกลาง (นับรวมทั้งรุก และรับ) ในทีมชาติไทย ชุดนี้ มีจำนวนถึง 8 คน นำมาโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้เป็นตัวหลักแน่ๆ หากไม่เจ็บ ส่วนคนอื่นๆ ที่ติดทีมมาก็มีทั้ง สุมัญญา ปุริสาย นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนล่าสุดของไทยลีก, จักรพันธ์ แก้วพรม “มิสเตอร์ไทยลีก” จากบุรีรัมย์, สรรวัชญ์ เดชมิตร แข้งคลาสสูงจาก “แข้งเทพ”, สารัช อยู่เย็น และ ชาริล ชัปปุยส์ แพ็คคู่จาก “กิเลนผยอง” รวมไปถึง นพพล พลคำ กลางรับจาก โปลิศ เทโร เอฟซี ด้วย

ทั้งนี้ จาก 8 มิดฟิลด์ที่ติด “ช้างศึก” ชุดนี้ มีเพียง นพพล พลคำ คนเดียวที่เล่นกลางรับธรรมชาติ ส่วนที่เหลือจะหนักไปที่กองกลาง โฮลด์บอล คอยเชื่อมเกม และสร้างสรรค์เกมรุก ทำให้มองว่า น่าจะมีกองกลางตัวรับไว้คอยซัพพอร์ตอีกสักคนไหม เพื่อทดแทน ซึ่งจากฟอร์มในไทยลีก ก็มีนักเตะอยู่ 3 ราย ที่เล่นได้ดีมากๆ ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ นั่นคือ แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ จาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, วันเฉลิม ยิ่งยง จาก พีที ประจวบ เอฟซี และ นฤพน พุฒซ้อน จาก สุพรรณบุรี เอฟซี รวมไปถึง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล อีก 1 ราย ที่ลงเล่นตำแหน่งตัดเกมให้กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ครบทุกเกมทุกนาทีตั้งแต่เปิดซีซั่นเป็นต้นมา

….

…..

กองหน้าฝั่งซ้าย
อมร ธรรมนาม (พีที ประจวบ เอฟซี)

 

 

อาจจะเพราะอายุที่ย่าง 35 ปี เข้าให้แล้ว หรือร่างกายที่บอบบางเกินไป ของ อมร ธรรมนาม ทำให้เขาตกสำรวจทีมชาติไทยในชุดนี้ แม้จะซัดไปแล้วถึง 7 ประตูในศึกไทยลีก 2018 ให้กับ “ต่อพิฆาต” มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของนักเตะไทยทั้งหมด ซึ่งหากไม่นับ อมร ธรรมนาม แล้ว ก็มี เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ที่ยิงไปแล้ว 3 ลูก กับ ศิวกรณ์ เตียตระกูล ที่โดดเด่นขึ้นมา และสามารถเล่นได้ในตำแหน่งกองหน้าฝั่งซ้าย ที่ใครๆ ก็มองว่า น่าจะดีกว่า สิโรจน์ ฉัตรทอง หรือ บดินทร์ ผาลา หากนับเฉพาะฟอร์มในลีกช่วงหลังๆ

….

…..

กองหน้าฝั่งขวา
ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี)

ริมเส้นฝั่งขวา ของทีมชาติไทย ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช นั้น เป็นสัมปทานของ มงคล ทศไกร ที่เป็นปีกขวาที่เล่นเกมรับได้ดี โดยมี นูรูล ศรียานเก็ม เป็นตัวสอดแทรก แต่หากเทียบฟอร์มในลีกแล้ว ตำแหน่งนี้ ก็มี ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ที่ทำผลงานได้ดีกับ การท่าเรือ เอฟซี ทั้งยิงทั้งจ่าย ทั้งเปิดลูกนิ่งได้ดีอีกด้วย

….

…..

กองหน้าตัวเป้า
ชนานันท์ ป้อมบุบผา (สุพรรณบุรี เอฟซี)

 

 

กองหน้าตัวเป้า เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างมีปัญหาอย่างมากสำหรับทีมชาติไทย โอเคว่า ยุคนี้ยังมี ธีรศิลป์ แดงดา อยู่ แต่ “เทพมุ้ย” เอง ก็อายุอานามแตะหลักเลขสามแล้ว ซึ่งต้องมองหาคนที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนบ้าง และทาง ราเยวัช ก็ได้เลือก เจนรบ สำเภาดี จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาติดทีมชาติไทยชุดนี้ โดยที่ อดิศักดิ์ ไกรษร ยังคงอยู่ในระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ แต่หากเช็คฟอร์มในลีกแล้ว “ชนานันท์ ป้อมบุบผา” ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยในตำแหน่งหน้าเป้า เพราะเขามีส่วนร่วมกับเกมของ สุพรรณบุรี เอฟซี ถึง 13 นัด โดยมีลูกทีเด็ดในการยิงไกล กับการจ่ายบอลที่ดี ซึ่งเปรียบเทียบกับ เจนรบ ที่มีโอกาสกับเมืองทองแค่ 8 เกม และเป็นตัวจริงเพียง 1 นัดเท่านั้นในซีซั่นนี้

….

“จอน”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports