บก.เก้น : แม้ว่าตัวเองจะมีประสบการณ์ในการดูฟุตบอลนัดสำคัญๆ มาไม่น้อย ไม่ว่าจะทั้งในระดับสโมสร หรือทีมชาติ แต่ยอมรับว่าวันนี้ (15 พฤษภาคม 2561) ผมเองกลับมีความ “ดีด” ไม่น้อย เนื่องจากวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการลูกหนังไทย โดยเฉพาะเส้นทางของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีคิวลงทำศึกหนังกับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ในรายการใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018

 

บุรีรัมย์

 

แม้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเดินลงสู่สนามที่เคยผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วด้วยความภาคภูมิ พร้อมกับกุมความได้เปรียบจากชัยชนะในเกมแรก (3-2) แต่แน่นอนช่องว่างเพียงแค่ลูกเดียว แถมยังเสีย “อเวย์ โกล์” ถึงสองเม็ดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เปลี่ยนให้เกมนี้กลายเป็นโจทย์ที่ยากระดับ “มหาประลัย” เพราะเจ้าถิ่นชุนบุคฯ ต้องการเพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น ก็จะเปลี่ยนความได้เปรียบทั้งหมด ให้กลับกลายมาเป็นของพวกเขาแทน พร้อมกับโยนความกดดันไปให้แข้ง “ปราสาทสายฟ้า” ทันที

เกมนี้กุนซือ ชเว คัง-ฮี ตั้งใจวางหมากใช้ลูกโด่งเป็นอาวุธหลักในการบอมบ์ทั้งซ้าย ขวา และแนวลึกเพื่อทำลายเกมรับบุรีรัมย์โดยเฉพาะ สังเกตว่า คิม ชิน-วุค หัวหอกทีมชาติเกาหลีใต้ เจ้าของความสูง 196 เซนติเมตร มีบทบาทค่อนข้างมากในการพักบอล รวมถึงโหม่งชงสร้างโอกาสในกรอบเขตโทษโดยไม่เกรงกลัวสามเซนเตอร์ฮาล์ฟทั้ง พรรษา, ตูเญซ รวมถึง ประวีณวัชร์

ไม่ต่างจากเกมนัดแรก…

กระทั่งเป็นตัวแสบเจ้าเก่าอย่าง ริคาร์โด้ โลเปซ ที่มาพังประตูขึ้นนำให้ ชุนบุคฯ ตั้งแต่นาทีที่ 18 … ทันทีที่ลูกบอลกระทบตาข่าย เชื่อได้เลยว่าแฟนบอลทุกคนน่าจะรู้สึกถึงความยากขึ้นกว่าเดิมของโจทย์ข้อนี้

สองหัวหอกอย่าง เอ็ดการ์ และดิโอโก้ ถูกตัดออกไปจากเกมราวกับไม่มีชื่ออยู่ในสนาม เช่นเดียวกับจอมทัพในแดนกลางอย่าง จักรพันธ์ แก้วพรม ที่ถูกบีบให้เล่นเกมรับมากกว่าการได้วางบอลสวยๆ เฉกเช่นนัดก่อนๆ ขณะที่วิงแบ็กทั้งสองข้างกลายเป็นเป้าโจมตีจากตัวริมเส้นความเร็วจัดอย่าง อี ซุง กิ และอี แจ ซุง

ไม่บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเล่นเกมรับแบบเต็มตัว

เอกลักษณ์ ทองกริต คือไพ่ใบแรกที่ “บอสโก้” บันโดวิช ตัดสินใจส่งลงมาแทน “เจ้าพี” ศศลักษณ์ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนเหลืองที่สอง ก่อนที่สองวันเดอร์คิดทั้ง สุภโชค สารชาติ และศุภชัย ใจเด็ด จะได้รับโอกาสราวๆ 20 นาทีสุดท้ายของเกม แต่ทว่าตัวสำรองในวันนี้ทั้งหมดกลับไม่อาจลงมาเปลี่ยน หรือพลิกสถานการณ์ให้ “ปราสาทสายฟ้า” กลับมาสู่เกมนี้ได้

กระทั่งลูกฟรีคิกของ อี แจ ซุง ในช่วงท้ายเกม ได้ตอกย้ำชัยชนะของเจ้าถิ่น พร้อมกับยุติเส้นทางใน ACL 2018 ของแชมป์ไทยลีกไปเป็นที่เรียบร้อย

“ขุมกำลังสำรอง” เป็นการบ้านที่ทั้งบอร์ดบริหาร รวมถึง โบซิดาร์ บันโดวิช เองอาจจะต้องเน้นเป็นพิเศษ การขยายขนาดของทีมให้ใหญ่กว่านี้ เพื่อรองรับโปรแกรมลงเล่นหลายรายการ เพื่อป้องกันปัญหาการ “กรอบ” ของนักเตะที่ยอมรับว่า “ล้า” อย่างเห็นได้ชัด หากเทียบกับ ชุนบุคฯ ที่วิ่งพล่านไปทั่วสนาม รวมถึงตัวพลิกเกมที่อาจจะต้องจัดจ้าน พร้อมใช้ราวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เพียงแค่คุณฉีกซอง เติมน้ำร้อน คุณก็อิ่มอร่อยได้ทันที เป็นหมัดฉาบฉวยที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องงัดมาใช้บ้างในเกมที่เต็มไปด้วยความเคี่ยวอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

ในแง่แทคติกของ บอสโก้ ตรงนี้ผมคิดว่า ถ้า 30 นาทีแรกเราไม่เสียประตู เกมมันอาจจะออกมาเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะเท่าที่ดูจากรายชื่อ และแผนตั้งแต่วินาทีแรก ผมคิดว่ากุนซือรายนี้พยายามแสดงให้แฟนบอลเห็นว่า บุรีรัมย์ เดินทางมายัง เกาหลีใต้ ในรูปแบบที่ยังเป็น บุรีรัมย์ สไตล์ เพียงแต่อาจจะยังไม่พอต่อการต้านทานความแข็งแกร่ง และความเคี่ยวของ ชุนบุคฯ ที่เคยเป็นแชมป์รายการนี้มาแล้วถึงสองหน เช่นเดียวกับการที่พวกเขามีแข้งดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ ชุด 28 คนสุดท้ายก่อนตัดตัวไปลุยฟุตบอลโลก 2018 ถึง 3 คนที่ถูกส่งลงสนามในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า พวกเขาเอาจริง และไม่ประมาท บุรีรัมย์ เลยแม้แต่น้อย

การพลาดเสียประตูในช่วงท้ายเกมนัดแรก รวมถึงการปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสใช้จุดแข็งอย่าง ลูกกลางอากาศ เล่นงานถนัดจนกระทั่งเสียประตู ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ บุรีรัมย์ ต้องจ่ายด้วยคำว่า “ตกรอบ” แต่หวังว่าการตกรอบในวันนี้จะช่วยหล่อหลอมให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่ง และมีภูมิต้านทานในเวทีระดับเอเชียที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับนักเตะดาวรุ่งหลายๆ คนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็น ศศลักษณ์, สุภโชค, ศุภชัย เช่นเดียวกับตัวสำรองข้างสนามที่แม้จะไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้ แต่เชื่อว่าการได้สูดกลิ่นอายประสบการณ์ระดับเอเชียบ่อยๆ จะคอยยกระดับฝีเท้า จิตใจ และทัศนคติพวกเขาได้อย่างไม่รู้ตัว

 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

รอยยิ้ม คราบน้ำตา ความสำเร็จ ความผิดหวัง ทั้งหมดนี้ล้วนที่เป็นส่วนผสมอันเป็น “เสน่ห์” ของเกมลูกหนังทุกๆ แมตช์ โดยเฉพาะแมตช์ที่มีตั๋วเดินทางเข้าสู่รอบต่อไป “เป็นเดิมพัน”

สำหรับผม แน่นอนในฐานะแฟนบอลไทย ผมรู้สึกเสียดาย เพราะผมเชื่อเสมอว่าทีมๆ นี้ ดีพอที่จะผ่านไปถึงรอบควอเตอร์ไฟน่อลเป็นอย่างน้อย แต่ในเมื่อทุกคนทำเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเสียใจ พวกคุณมาไกลถึงจุดที่ไม่เสียหายอะไรเลย ไม่มีใครตำหนิ หรือโจมตีพวกคุณด้วยซ้ำ หนำซ้ำ ผมกลับยังแอบภูมิใจนะที่วันนี้ พวกคุณทำให้ผมโหยหาที่จะดูฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดในเอเชียแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะผมอยากจะส่งแรงเชียร์ให้กับตัวแทนหนึ่งเดียวจากไทย ผมอยากจะให้ทีมจากไทยไปไกลที่สุดในรายการนี้

เชิดหน้า ยืดอก และจงรับรู้ไว้ว่า คุณคือความภูมิใจของฟุตบอลไทย

….

“บก.เก้น”

บุรีรัมย์

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports