ซาอุดิอาระเบีย
(โซนเอเชีย : อันดับ 67 ของโลก)
(FIFA Ranking Update : 7 June 2018)

 

ฟุตบอลโลก

 

PROFILE

ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย : 4 ครั้ง

แชมป์ : 0 สมัย

ชัยชนะเหนือ ญี่ปุ่น ในรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายที่ เจดดาห์ นั้นเพียงพอที่จะทำให้แข้ง “สิงห์ทะเลทราย” ซาอุดิอาระเบีย การันตีพื้นที่ใน รัสเซีย 2018 ได้สำเร็จ หลังจากหายหน้าหายตาไปถึง 2 ครั้ง (2010, 2014)

และในวันนี้ ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ ที่มารับไม้ต่อจาก เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ และเอ็ดการ์โด้ เบาซ่า ได้ปลุกชีพ ซาอุดิอาระเบีย ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยนักเตะมากประสบการณ์อย่าง โอซามา ฮาวซาวี, ไทเซอร์ อัล ยัสซิม รวมถึงศูนย์หน้าระดับพระกาฬของเอเชียอย่าง โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี ที่ช่วยให้ทีมฝ่าด่านอรหันต์ทั้ง ญี่ปุ่น, อิรัก, ออสเตรเลีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รวมถึงทีมชาติไทยมาได้

การเลือกใช้นักเตะที่ค้าแข้งภายในประเทศทั้งหมดของ ซาอุดิอาระเบีย น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบในเรื่องของรูปแบบการเล่นที่กลมกลืนกันทั้งทีม แต่ทว่าประสบการณ์ในเวทีระดับโลกนั้นถือเป็นข้อเสียเปรียบที่ “สิงห์ทะเลทราย” เองนั้นต้องตระหนัก แตะเตรียมตัวให้ดีเพื่อไม่ให้ถูกถล่มยับเหมือนดั่งเช่นปี 2002 ที่พวกเขาพ่าย เยอรมัน รองแชมป์โลกในครั้งนั้นไปถึง 8-0 ที่ซัปโปโร โดม

….

รายชื่อ 23 นักเตะ ซาอุดิอาระเบีย
ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย

ผู้รักษาประตู : ยาสเซอร์ อัล โมไซลีม (อัล-อาห์ลี), อับดุลลาห์ อัล-มายูฟ (อัล-ฮิลาล), โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส (อัล-อาห์ลี)

กองหลัง : โอซามา ฮาวซาวี (อัล-ฮิลาล), โอมาร์ ฮาวซาวี, มันซูร์ อัล-ฮาร์บี (อัล-ฮิลาล), ยัสเซอร์ อัล ชาห์รานี่ (อัล-ฮิลาล), โมตัซ ฮาวซาวี (อัล-ฮิลาล)
, โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก (อัล-ฮิลาล), อาลี อัล บูไลฮี (อัล-ฮิลาล)

กองกลาง : อับดุลลาห์ อัล ไคบารี (อัล-ชาบับ), อับดุลมาลิก อัล ไคบรี (อัล-ฮิลาล), อับดุลลาห์ โอตัยฟ์ (อัล-ฮิลาล), ไทเซอร์ อัล ยัสซิม (อัล-อาห์ลี), ฮุสเซน อัล โมกาวี (อัล-อาห์ลี), ซัลมาน อัล ฟาราจ (อัล-ฮิลาล) , โมฮาเหม็ด คานนู (อัล-ฮิลาล), ฮัตตาน บาฮิบรี (อัล-ชาบับ), ซาลีม อัล ดอวซารี (บียาร์เรอัล), ยะห์ยา อัล เชห์รี (เลกาเนส)

กองหน้า : ฟาฮัด อัล มูวัลลัด (เลบันเต้) , โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี (อัล-ฮิลาล), มูฮันหนัด อัสซิรี (อัล-อาห์ลี)

….

รู้จัดเฮดโค้ช : ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่

 

Gian Ehrenzeller/ Keystone via AP

 

อดีตหัวหอกชื่อดังเจ้าของรางวัล “ปิชิชี่” (ดาวซัลโว ลา ลีกา) ที่ผันตัวเองมารับตำแหน่งกุนซือตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์ พร้อมพาทีมชาติชิลีผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016 ได้สุดยิ่งใหญ่ รวมถึงการคว้ารองแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่สร้างชื่อกระฉ่อนไปทั้งโลกลูกหนัง จนถูกจับตาว่า ปิซซี่ น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้

แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างกลับกลายเป็นสวรรค์ล่ม ความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติบราซิล 0-3 ในเกมนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก ได้กลายเป็นตราบาปติดตัวของ ปิซซี่ ในฐานะกุนซือที่ไม่สามารถนำทัพ “ลา โรฆา” ไปอวดฝีเท้าที่ รัสเซีย ได้ นับตั้งแต่ปี 2006 ที่ ชิลี ไม่ได้ไปเล่นในเวิลด์คัพ รอบสุดท้าย ที่ เยอรมัน จนทำให้เจ้าตัวตัดสินใจลาออกจากเก้าอี้กุนซืออย่างชอกช้ำ

แต่คนมีความสามารถ และมากประสบการณ์แบบนี้ มีหรือจะนั่งรองานนาน และเป็น ซาอุดิอาระเบีย ที่ตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้เจ้าตัวมาคุมทัพ “สิงห์ทะเลทราย” ลุยศึกฟุตบอลโลกหนนี้

แม้ผลงานของ ซาอุดิอาระเบีย ในยุคของ ปิซซี่ อาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด แต่การเอาชนะอดีตแชมป์ยุโรปอย่าง กรีซ และเชือดทีมแกร่งอย่าง แอลจีเรีย รวมถึงการแพ้ต่ออดีตแชมป์โลกสี่สมัยอย่าง อิตาลี เพียงแค่ประตูเดียว ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงความเป็นเต้ยจากเอเชีย หลังจากที่เคยไปไกลถึงรอบสองใน ยูเอสเอ ’94

….

สตาร์เด่น : โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี

 

ฟุตบอลโลก

 

โมฮาเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี กลายเป็นอีกหนึ่งหัวหอกที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยการพกดีกรีดาวซัลโวในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย หลังระเบิดตาข่ายไปถึง 16 ประตู ทำให้ดาวเตะวัย 30 ปีรายนี้ ยิงประตูเทียบเท่ากับหัวหอกระดับเวิลด์คลาสอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (โปแลนด์) ถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมของดาวเตะ “สิงห์ทะเลทราย” รายนี้

หัวหอกจาก อัล-นาซเซอร์ รายนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เด็กระเบิด” แถบตะวันออกกลาง หลังเริ่มเส้นทางนักเตะอาชีพตั้งแต่อายุ 17 ปี รวมถึงเป็นตัวหลังของทัพ “สิงห์ทะเลทราย” ในระดับเยาวชนมาแทบทุกรุ่น

กระทั่งการได้รับใช้ชาติในทีมชุดใหญ่ อัล-ซาห์ลาวี ใช้เวลาไม่นานในการความหาสกอร์แรกให้กับตัวเอง แถมประตูแรกที่ยิงได้นั้นยังเป็นการเจาะตาข่ายทีมระดับอดีตแชมป์โลกอย่าง สเปน ในเดือนพฤษภาคม 2010 ทำให้ชื่อของแข้งรายนี้เป็นที่โจษจันไปทั่วโลก

ผลงาน 28 ประตูจาก 39 นัด บวกกับประสบการณ์ในสีเสื้อทีมชาติกว่า 10 ปี จะเป็นเครื่องพิสูจน์ และวัดความสามารถของหัวหอกรายนี้ว่า ดีพอ กับการแบกรับหน้าที่ความหวังของชาวซาอุดิอาระเบียทั้งชาติได้หรือไม่ โดยเฉพาะกับการลงเล่นในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ในดินแดนหลังม่านเหล็กอย่าง รัสเซีย

….

“บก.เก้น”

ฟุตบอลโลก

 

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports